ปธ.กมธ.ทหาร วุฒิฯ ชี้เหตุความไม่สงบชายแดนใต้ เกิดบ่อยช่วงใกล้สิ้นปีงบฯ ซัดการข่าวแย่ต้องแก้ไขเร่งด่วน แนะ คนดูแลภาคใต้ต้องรู้จักปัญหา-ขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นอย่างดี
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายสมบูรณ์ หนูนวล ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ตนตั้งข้อสังเกตว่าจะเกิดขึ้นช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณอยู่หลายครั้ง แต่ครั้งนี้ค่อนข้างจะรุนแรงเกินกว่าเหตุ คนไทยทั่วประเทศรับไม่ได้ แต่ภาพรวมคนในพื้นที่ยังคงดำรงชีวิตตามปกติ
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือเรื่องยุทธศาสตร์และการจัดการสถานการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้ เนื่องจากยุทธศาสตร์ไม่สมส่วนกับภาคใต้ ที่ต้องรู้ปัญหาภาคใต้เป็นลำดับแรก และต้องเป็นยุทธศาสตร์เฉพาะพื้นที่อย่างแท้จริง โดยเฉพาะบุคคลที่จะดูแลในการบริหารจัดการ ขณะที่การข่าวรอบนี้ ตนมองว่าค่อนข้างแย่ หากการข่าวไปไม่ได้ จะทำให้การตอบโต้ สกัดกั้นหรือระงับเหตุเป็นไปได้ยาก ดังนั้นต้องแก้อย่างเร่งด่วน
“เรามองเรื่องความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนในพื้นที่กับภาคส่วนราชการค่อนข้างจะเกิดความขัดแย้งสูง โดยเฉพาะในกลุ่มทหาร จริงๆในยุทธศาสตร์นี้ต้องบริหารจัดการ โดยเฉพาะการจัดคนไปดูพื้นที่ต้องมีความชัดเจน ในส่วนของการข่าวเองเป็นหลักในการดูแลพื้นที่ ถ้าการข่าวไม่ดี เราไม่สามารถจะตอบโต้ในภาวะเช่นนี้ได้เลยเพราะเราไม่รู้ จากการที่เกิดเหตุขึ้นมามีการเผาทรัพยากรในพื้นที่ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน แสดงว่ามีการท้าทายอำนาจรัฐอย่างสูง ดังนั้นจึงต้องไปคิดดูว่าเหตุใดจึงต้องท้าทายอำนาจรัฐขนาดนี้ และเหตุใดคนในพื้นที่จึงไม่สามารถจัดการเหตุได้” ประธานกมธ.ทหาร กล่าว
เมื่อถามว่าตั้งแต่เกิดเหตุเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน รวมแล้วเสียเงินงบประมาณไปกับพื้นที่ 3 แสนกว่าล้านบาท เปรียบเหมือนการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เพราะไม่สามารถป้องปรามเหตุได้ นายสมบูรณ์ ระบุว่า จะมองเช่นนั้นก็ได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคืองบประมาณ แม้ว่างบประมาณจะโดนตัดทุกปี แต่เหตุที่เกิดขึ้นเป็นความสะท้อนใจของภาครัฐอยู่แล้ว โดยเฉพาะในส่วนของวุฒิสภาที่ดูแลการบริหารราชการแผ่นดินก็จะพยายามมองเรื่องนี้ และจากนี้ไปคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ จะตั้งคณะทำงานเพื่อดูเรื่องนี้ โดยเฉพาะลงไปตรวจสอบว่าเกิดเหตุอะไร และคุ้มค่างบประมาณหรือไม่
ต่อข้อถามว่าปัญหาเกิดมาหลายรัฐบาลแล้วจะหาข้อยุติได้ในรัฐบาลนี้หรือไม่ ประธานกมธ.ทหาร กล่าวว่า เรื่องนี้พูดยาก การทำอะไรก็แล้วแต่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสมือนเป็นเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่งคิดว่าดี อีกด้านหนึ่งก็ไม่ดี อยู่ที่คนจะมอง สิ่งสำคัญที่สุดคืออนาคตข้างหน้า ยังมองไม่ออกว่าจะแก้ไขอย่างไร แต่ภาพรวมในอนาคตคือความเจริญของประเทศ
เชื่อว่าโอกาสที่จะเบาบางลงจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในการศึกษาของคนในพื้นที่ตนเองก็พยายามมองและรัฐก็จัดการอยู่ เพื่อจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้
“ขอฝากไปถึงผู้ที่จะลงไปดูแลคนภาคใต้จริงๆในทุกหน่วยงาน ต้องรู้ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณีของคนในพื้นที่ เพราะความขัดแย้งเบื้องต้น คือการที่คนเข้าไปทำงานไม่รู้ขนบธรรมเนียมประเพณี จึงทำให้ข้อขัดแย้งเกิดขึ้น”นายสมบูรณ์ กล่าว

