ชัยชนะ จี้ ‘รบ.อนุมาร’ บอกความจริงให้หมด กู้เงินไปทำอะไร ขอบอกว่าอย่าต้มประชาชนเหมือนเป็นขาหมู -อย่าเสกมนต์ขลังให้ปชช.หลงกับคำพูดที่โอ้อวด ซ้ำสร้างภาระหนี้ให้เด็กเกิดใหม่ 5,970 บาทต่อหัว กล้ายืนยันหรือไม่ หากรัฐบาลเดินหน้าใช้แผงโซลาร์เซลล์ จะไม่มีคนใน ครม.เอี่ยวกักตุนเหมือนน้ำมัน
เมื่อเวลา 12.55 น. วันที่ 26 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยสามัญครั้งที่สอง โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า รัฐบาลพยายามบอกว่ากู้มาเพื่อช่วยเหลือประชาชน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงเหมือนว่ารัฐบาล นำพาประชาชนไปสู่ความฝันอันสูงสุด แต่เห็นว่ารัฐบาลกำลังนำพาประเทศลงเหว และพยายามโอ้อวดกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ตามนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองต้นสังกัด และตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ ที่บอกว่าไทยช่วยไทยพลัส ให้4 เดือนไม่เกิน 4 พันบาท และยังตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก แต่รัฐบาลลืมบอกประชาชนชาวไทยว่ากู้ 4 แสนล้านบาทมาจะสร้างภาระต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร เด็กเกิดใหม่ก็ต้องรับภาระหนี้สินไปคนละ 5,970 บาทต่อหัว ทำไมไม่บอกประชาชน
“ผมอยู่สภามา 3 ชุดแล้ว เคยอนุมัติ พ.ร.ก.เงินกู้ไปแล้ว แต่ตอนนั้นประเทศอยู่ในวิกฤตโควิด-19 จึงต้องมาช่วยเหลือประชาชน วันนี้รัฐบาลพยายามบอกว่าประเทศกำลังเจอวิกฤตพลังงานเราต้องมาช่วยเหลือ แต่รองนายกรัฐมนตรี ยังไม่พูดเลยว่าจะสนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละเท่าไหร่ อุดหนุนซื้อรถอีวีอย่างไร ทำไมไม่พูด ขอบอกว่าอย่าต้มประชาชน ต้มแล้วต้มอีก เหมือนประชาชนเป็นขาหมู อย่าพยายามเสกมนต์ขลังให้ประชาชนหลงกับคำพูดที่มาโอ้อวด”นายชัยชนะ กล่าว
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ทำไมรัฐบาลไม่บอกว่ากู้เงิน 4 แสนล้านบาทมา ภาระหนี้มวลรวมเป็น 13 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 69 รัฐบาลพยามบอกว่าค่าจีดีพีโตขึ้น 0.7% แต่ลืมบอกไปว่าวันนี้หนี้สาธารณะมวลรวมเกือบถึงเพดาน 70% แล้ว นี่หรือที่บอกว่าจะนำพาประเทศออกจากวิกฤติเศรษฐกิจได้ สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือควรสร้างความยั่งยืนและมั่นคงให้กับประชาชน แต่ขนาดจะเยียวยาจะให้สิทธิ์ ยังแบ่งประชาชนออกมาเป็นสองชั้นสามชั้น มันไม่ถูกต้อง ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีพูดสวยหรูมาก

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนคาใจ คือแผนที่สองที่รัฐบาลบอกว่ามาสนับสนุนในการเปลี่ยนที่มาพลังงานในอนาคต สมมุติว่ารัฐบาลจะสนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป 1 ล้านครัวเรือน จริงๆแล้วให้ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท ขอถามกลับไปว่าสมมุติ 1 ล้านครัวเรือนเปลี่ยนไปใช้แผงโซลาร์รูฟท็อป แต่ทราบหรือไม่ว่าในอนาคต ทุกหลังครัวเรือนที่ใช้โซลาร์รูฟท็อปเมื่อแผงโซลาร์เซลล์หมดอายุการใช้งาน 15 ปีข้างหน้าก็กลายเป็นขยะอันตราย ทำให้เป็นภาระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกเพราะต้องกำจัดขยะอันตรายซึ่งมีต้นทุนที่สูง คณะกรรมการคิดครบถ้วนแล้วหรือยัง บอกว่ากลั่นกรองแล้วกลั่นกรองอีกแล้ว ทำไมไม่คิดถึงปัญหาในอนาคตที่จะเกิดขึ้น
นายชัยชนะ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังบอกว่าจะสนับสนุนให้มีการใช้รถอีวีซน ตนไม่เถียงว่าประหยัดค่าน้ำมัน ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ทราบหรือไม่ว่าประเทศจีนเมื่อเขาใช้รถไฟฟ้า แล้วรถไฟฟ้าหมดอายุการใช้งานเขากลับไปขายที่โชว์รูม รัฐบาลเขาซื้อคืน เอาไปรีไซเคิลใหม่ แต่ประเทศไทยรถไฟฟ้าหมดอายุการใช้งานแล้วเอาไปไหน เป็นสิ่งรัฐบาลที่ไม่ได้บอกความจริงต่อประชาชนทั้งประเทศ
“อยากให้รัฐบาลชี้แจงให้ชัด หากรัฐบาลเดินหน้าใช้แผงโซลาร์เซลล์จริงๆ รัฐบาลมีมาตรการ และให้คำมั่นสัญญาต่อสังคมได้อย่างไรว่าคนที่เป็นเอกชนขายแผงโซลาร์เซลล์จะไม่มีความเชื่อมโยงกับบุคคลในคณะรัฐมนตรี(ครม.)อีก จะไม่มีการซื้อมากักตุนเหมือนกักตุนน้ำมันที่ผ่านมา กล้ายืนยันหรือไม่ว่าจะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอีก เพราะวงเงินมันเยอะ เม็ดเงินมันก้อนโต ผมทราบดีว่าการทำมาหากินทำกันได้ แต่อย่ามองประเทศเหมือนหลุม แล้วไปขุดเอาๆ ทุจริตจนทำให้ประชาชนแบกรับหนี้สินต่อไปไม่ได้ และนายกรัฐมนตรียืนยันได้หรือไม่ว่าแผนงานที่สองจะไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันเหมือนการกักตุนน้ำมันที่ผ่านมา แน่ใจแล้วหรือไม่ว่าเงินกู้ 2 แสนล้านบาทหลังจะทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศ และเงิน 2 แสนล้านบาทแรกที่ยังเหลืออยู่จะทำอย่างไรต่อ นี่คือสิ่งที่ผมและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อยากเรียกร้องไปถึง “รัฐบาลอนุมาร” ให้คำตอบให้ชัดเพราะประชาชนรอฟังท่านอยู่”นายชัยชนะ กล่าว


