หน้าแรก การเมือง ทนายอั๋น ขู่ฟ...

ทนายอั๋น ขู่ฟ้อง รมว.ยุติธรรม หมิ่นฯ ปมพาดพิงครอบครัว – เชื่อมีใบสั่งป้องคนเขากระโดง

26.08.26 | 16:04 น.

ทนายอั๋นขู่ฟ้องศาลอาญา เอาผิดหมิ่นประมาทฯ รมว.ยุติธรรม หลังให้สัมภาษณ์พาดพิงเรื่องครอบครัวต้องโทษจำคุก โดดป้องคนเขากระโดง เทียบ แสวง บุญมี เลขา กกต. ถูกตามจี้ตูดนาน 3 ปีไม่เห็นมีปัญหา


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอทวงความคืบหน้าและขอให้อนุมัติเลขสืบสวน คดีบุกรุกลำราง-ทางเดินสาธารณะ บริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์บุรีรัมย์ พร้อมเริ่มต้นก่อนการสัมภาษณ์ด้วยการสอบถามกับเจ้าหน้าที่ส่วนประชาสัมพันธ์ของดีเอสไอ เพื่อถามหาอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่กำกับดูแลกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรับผิดชอบสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีบุกรุกบริเวณที่ดินเขากระโดง แต่ปรากฏว่าอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษติดภารกิจ จึงมอบหมายให้ น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง

ทนายอั๋น เปิดเผยอย่างดุเดือดว่า วันนี้ตนตั้งใจจะมาสอบถาม “อธิบดีดีเอสไอ” ว่าเหตุใดจึงไม่มีการอนุมัติออกเลขสืบสวนคดีบุกรุกที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ต้องการแสดงให้คนไทยได้เห็นว่าวันนี้ไม่มีกลไกใดหรืออำนาจทางการเมืองจะมาหยุดยั้งหัวใจของตนไม่ให้ออกมาต่อสู้ได้ เพราะตอนนี้มันมีความพยายามสกปรกในการดิสเครดิต พยายามเบรกตนทุกอย่าง แต่วิธีการนี้มันทำให้ตนหยุดได้เพียงแค่ขณะจิตเท่านั้น โดยเฉพาะวิธีการพยายามลากข้อมูลส่วนบุคคลของครอบครัวของตนออกสู่สาธารณะ ล้วนเป็นวิธีการสกปรกทางการเมือง ทั้งที่ตนพยายามย้ำมาตลอดว่าตนไม่ใช่บุคคลทางการเมือง แต่เป็นเพียงประชาชนเพียงคนเดียวที่ออกมาต่อสู้กับความอยุติธรรม

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเชื้อไฟชิ้นดีที่ทำให้ลุกโชนขึ้นมา และตนขอประกาศเลยว่าหากมีความมั่นใจทางการเมืองหรือมั่นใจในความเป็นรัฐบาลร่วมกัน หรือมั่นใจในมวลชนของพรรคการเมืองแล้วมาทำให้คดีนี้มันจะไม่ไปต่อ ตนอยากบอกว่าคิดผิดแล้ว ทั้งนี้ แม้ตนไม่รู้ว่าตอนนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คิดอะไรอยู่ แต่เท่าที่เห็นก็จับใจความได้ว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญในกรณีที่มีนักข่าวมาถามท่านแล้วไปนำเสนอเช่นนั้น จึงเชื่อว่าน่าจะมีการตระเตรียมไว้และอยากนำเสนอมาก เหมือนที่วัยรุ่นใช้คำว่า “สลิ้งแตก” คือ มันจะต้องปล่อยประโยคเรื่องพวกนี้แล้วใช่หรือไม่

Advertisement

ทนายอั๋น เปิดเผยอีกว่า ทุกคนน่าจะได้เห็นข่าวแจกสื่อมวลชนของดีเอสไอที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งมันก็เกิดจากการที่ตนไปติดตามทวงถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ถึงความคืบหน้า และขอให้มีข้อสั่งการมายังอธิบดีดีเอสไอเพื่อให้ออกเลขสืบสวนหรือรับเป็นคดีพิเศษในกรณีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง ตนจึงอยากรู้ว่าเหตุใดจึงไม่รีบเร่งออกเลขสืบสวนให้กับคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อที่เขาจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน ค้นหาความจริงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ลักษณะเช่นนี้เป็นการดึงเกมใช่หรือไม่ และตนอยากถามว่าการกระทำแบบนี้ของอธิบดีดีเอสไอจะดูเป็นการใจเสาะเกินไปหรือไม่ เพราะแค่ท่านออกเลขสืบสวนให้เจ้าหน้าที่ เขาก็จะได้ออกไปหาพยานหลักฐานและนำเสนอว่ามีองค์ประกอบเข้าข่ายให้รับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ซึ่งในกระบวนการนี้จะเตะถ่วงได้ง่ายกว่าหรือไม่ ทำไมจึงไม่ทำแบบนั้น หรือว่าอธิบดีดีเอสไอได้แอปเปิ้ลแดงจำนวนมากจากรัฐมนตรีหรือไม่ และทำให้ตนเห็นว่านี่คือกล่องดวงใจของเขา คนที่อยู่เขากระโดงกลัวมากที่จะต้องถูกเข้ากระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ตนจึงอยากถามว่าอธิบดีดีเอสไอว่าไม่สงสารเจ้าหน้าที่ภายในสังกัดบ้างหรือ ฉะนั้น การไม่ออกเลขสืบสวน คล้ายเป็นลักษณะการทรยศชาติ และช่วยเหลือคนที่อยู่ตรงบริเวณเขากระโดงที่บุกรุกที่ทางสาธารณะหรือไม่ และอยากถามย้ำว่า หากออกเลขสืบสวนให้เจ้าหน้าที่ภายในสังกัด มันจะตายหรืออย่างไร ท่านไม่อยากหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้หรือ

ทนายอั๋น เปิดเผยอีกว่า ส่วนประเด็นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการออกเอกสารข่าวแจกสื่อมวลชน โดยชี้แจงว่า ได้สั่งการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นผู้ครอบครองทั้ง 33 ราย เนื้อที่ 245 ไร่ เพื่อไขปมว่าเป็นการแยกกันครอบครองหรือร่วมกันครอบครองนั้น มันก็คือการเตะถ่วง เพราะถ้าออกเลขสืบสวนจะทำงานง่ายกว่าหรือไม่ ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอยากให้ตนเข้าใจเรื่องระบบหนังสือราชการและงานภายในกระทรวง เพราะย้ำว่าได้มีการสั่งการกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ดำเนินการแล้วนั้น

ตนอยากถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่ารู้หรือไม่ว่า กรณีที่ตนมาติดตามทวงถามนี้เป็นกรณีที่เคยมายื่นหนังสือเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.69 ไม่ใช่กรณีเดิมที่ถูกตัดส่งไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เพราะเรื่องแย่งที่กันระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยกับกลุ่มบุคคลที่อยู่บริเวณเขากระโดง ตนไม่ได้สนใจแล้ว แต่วันนี้มาติดตามเรื่องการยึดถือครอบครองลำรางทางสาธารณะ ฉะนั้น หากการแถลงข่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นเหมือนคำสั่งเด็ดขาดมายังอธิบดีดีเอสไอ ตนอยากถามว่าการเซ็นออกเลขสืบสวนให้เจ้าหน้าที่ อธิบดีดีเอสไอจะต้องใช้เวลากี่วัน ขอให้บอกแบบลูกผู้ชาย ตนไม่ยอม แม้จะพยายามยื้อไปหนึ่งถึงสองอาทิตย์ก็ตาม

เมื่อถามว่ารู้สึกน้อยใจหรือโกรธเคืองหรือไม่ กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มีการเปิดเผยเรื่องราวครอบครัวพาดพิงออกสู่สาธารณะ ในขณะที่ตัวทนายอั๋นเองพยายามตรวจสอบเรื่องสาธารณะเพื่อความถูกต้องเป็นธรรมนั้น

ตนเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา เป็นเพียงทนายความตัวเล็ก ๆ จากบ้านนอก ก็มีหัวจิตหัวใจ แม้ตนจะพยายามออกมามายืนตรงนี้ เพื่อชี้เป้าและกล้าที่จะชี้หน้าพวกอยุติธรรมที่ตนเรียกว่า “ไอ้หอกหัก” พวกนี้ ซึ่งคำว่าไอ้หอกหักของตนหมายถึงพวกที่ทรยศคดโกงชาติ แต่ถ้าใครไม่ใช่ก็ถอยไป

ตนยอมรับว่ามีความรู้สึก แต่เป็นความรู้สึกในขณะจิต ว่าเล่นสกปรกขนาดนี้เลยหรือ ทำให้ตนนึกถึงสองเหตุการณ์ คือ เหตุการณ์ของ นายฉลอง เรี่ยวแรง ตนอยากถามว่ามือปืนไม่มีใครรับงานเลยหรือ ทำไมท่านจึงมาลงมือเอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่มีคนรับงานหรือ เพราะก่อนหน้านี้มันมีพวกเพจอวตารพยายามนำเสนอเรื่องครอบครัวของตน แล้วทำไมในเรื่องที่สกปรกแบบนี้จึงต้องออกจากปากคนที่เป็นเจ้ากระทรวงยุติธรรม และอย่าหลงประเด็น

ตนแค่อยากถามว่าตนไปทำอะไรให้รัฐมนตรีต้องโกรธเคืองหรือไม่ เพราะตนไปหาเพียงแค่สองครั้ง ครั้งแรกไปหาเรื่องโกงสอบ ก็เพราะว่ารัฐมนตรีปิดจบ เพราะตนทราบว่าท่านน่าจะเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) และเรื่องที่สองตนก็ไปตามเรื่องนี้ (เรื่องบุกรุกที่ดินเขากระโดง) หากจะบอกว่าตนไปจิกกัดไม่ปล่อย ตนถามย้อนสักนิด ตนเรียกร้องกับ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. มาถึง 3 ปี ไม่เห็นเป็นอะไร แต่ตนไปหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพียงแค่สองครั้ง กลับมองว่าไปจิกไปกัด แต่มันเป็นเพราะว่าตนไปตีกล่องดวงใจแล้วมีคนที่เขากระโดงสั่งการคุณมาหรือไม่ ย้ำว่าไม่มีเรื่องส่วนตัวระหว่างตนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมใด ๆ ทั้งสิ้น ตนเพียงแค่รู้สึกเซอร์ไพรส์มากกว่า เพราะว่าคำพูดเหล่านั้นหลุดออกจากปากของเจ้ากระทรวงเอง โดยเฉพาะคำพูดเรื่องการหาว่าตนโชว์โง่หน้าสื่อมวลชน จึงอยากถามย้อนว่าใครโง่กันแน่

ทนายอั๋น เปิดเผยอีกว่า เวลามีคนกล่าวหาว่าตนอิจฉาพวกเขาหรือไม่ที่ต้องมาคอยติดตามทวงถามคดีของกลุ่มน้ำเงินที่เขาได้ดิบได้ดี ตนอยากบอกว่าหากตนจะต้องอิจฉาใครสักคน มันไม่ใช่เรื่องวาสนาที่ต้องแข่งบุญแข่งพาย หรือลาภยศสรรเสริญ ตนจะน้อยใจหรือมีความอิจฉาอยู่บ้างก็น่าจะเป็นเรื่องของครอบครัว เพราะพวกคุณมีครอบครัวที่สมบูรณ์กว่า มีโอกาสส่งลูกหลานไปเรียนถึงเมืองนอก แต่ตนไร้วาสนา ครอบครัวไม่สมบูรณ์ แต่ก็เพราะชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ และแม้จะเลือกเกิดอีก 10 ครั้ง ตนก็จะขอเกิดเป็นลูกของพ่อและแม่เหมือนเดิม

เมื่อสอบถามกรณีมีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีการชี้แจงเลื่อนเวลาการลงมติในสำนวนคดีฮั้ว สว. จากเดิมวันที่ 28 ส.ค.69 ออกไปเป็นช่วงเดือนกันยายนนั้น ทนายอั๋น กล่าวว่า ความจริงจากใจตนอยากให้เลื่อน เพราะมันก็ไม่มีอะไรที่จะไปเอาประโยชน์จากสมาชิกวุฒิสภาแล้ว เพราะองค์กรอิสระก็มีการลงมติไปแล้ว และกฎหมายสำคัญก็ผ่านแล้ว ไม่มีประเด็นใดที่คนไทยจะไปหวังพึ่งกรณีการฮั้ว สว. อีกแล้ว ต่อให้มีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ สมาชิกวุฒิสภาสำรองก็ขึ้นไปปฎิบัติหน้าที่แทนไม่ได้ ตนจึงอยากให้ยื้อไป เพราะไม่อยากเห็นพวกคนสูงอายุใน กกต. ต้องติดคุก เพราะอย่างไรแล้ว มติดำเนินคดีก็คงมีการยกอยู่แล้ว เราหวังไม่ได้ มันไม่ใช่มวยช่อง 7 มันไม่มีพลิกหรอก

ส่วนกรณีที่ดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่กองกฎหมายไปดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนตำรวจกองบังคับการปราบปรามเอาผิดกลุ่มบุคคลที่มีการนำเอาข้อมูลและพยานหลักฐานเอกสารภายในสำนวนคดีของดีเอสไอเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ก็มีการตั้งคำถามว่าเป็นการฟ้องหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านั้นก็ถือเป็นการตรวจสอบสาธารณะเช่นเดียวกัน ตนก็อยากรู้เหมือนกันว่าบุคคลที่ดีเอสไอไปร้องทุกข์ดำเนินคดีนั้นมีรายชื่อของตนหรือไม่ แต่ก็ขอให้รอดู เพราะมันก็เป็นเพียงพฤติการณ์กระจอก วันวันไม่ทำอะไร หาจับผิดแต่คนที่ออกมาตรวจสอบ ถ้าบ้านนี้เมืองนี้ไม่มีกฎหมายรับรอง หรือหน่วยงานราชการ หน่วยงานของภาครัฐไม่เอื้ออำนวย ไม่รองรับการตรวจสอบของภาคประชาชนหรือภาคการเมือง ประเทศชาตินี้จะอยู่อย่างไร อยากทำอะไรก็ทำ มันจะเละขนาดไหน

ทนายอั๋น กล่าวอีกว่า ล่าสุดตนได้เซ็นใบแต่งตั้งทนายความ เพื่อจะเดินทางไปคัดทะเบียนราษฎรที่เทศบาลนครนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เพื่อนำไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญารัชดา กรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่มีการพาดพิงเรื่องส่วนตัวสู่สาธารณะ

ด้าน นายสาธุ อนุโมทานิ ประธานเครือข่ายคนไทยรักชาติ ที่เดินทางมาร่วมยื่นหนังสือกับทนายอั๋น กล่าวว่า กรณีที่มีการไปรื้อเอาประวัติส่วนบุคคล บิดามารดาของผู้อื่นมาเปิดเผยในที่สาธารณะเช่นนี้ ทั้งที่ตนเองมีตำแหน่งเป็นถึงเสนาบดี ถือเป็นเรื่องที่ไม่มีวุฒิภาวะ และการที่ทนายอั๋นลุกขึ้นมาสู้ ก็เป็นการสู้เพื่อส่วนรวมและประชาชน และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นคดีโกงสอบท้องถิ่น คดีบุกรุกที่ดินเขากระโดง หรือคดีการทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฮั้ว สว.) ฯลฯ ตนจึงอยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาการกระทำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งควรจะต้องมีคุณธรรมจริยธรรมเหนือกว่าคนทั่วไปหรือไม่ เพราะการที่ รมว.ยุติธรรม ไปดำเนินการเช่นนั้นถือเป็นสิ่งที่รับไม่ได้

ทั้งนี้ ตนได้พูดคุยกับเครือข่ายและบรรดาแกนนำภาคประชาชน เราจะมีการนัดหมายพบปะกันในหนึ่งถึงสองวันนี้เพื่อออกมาแสดงพลังกัน เราจะเปิดวาระของประชาชน โดยจะต้องทำให้ประชาชนที่เห็นว่าการต่อสู้เพื่อบ้านเมืองนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องแสดงออกร่วมกันและไม่ปล่อยให้ทนายอั๋นเป็นเหยื่อ หรือปล่อยให้คุณยิ่งชีพ iLaw หรือฝ่ายการเมือง หากเป็นการออกมาต่อสู้เพื่อส่วนรวม ภาคประชาชนควรที่จะลุกขึ้นมาสู้ร่วมกัน

ส่วนกรณีหนังสือทวงถามของทนายอั๋นเรื่องคดีบุกรุกที่ดินเขากระโดงที่ทราบว่ายังวางค้างอยู่ที่โต๊ะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตนคิดว่าอธิบดีดีเอสไอก็ควรพิจารณา เพราะก่อนหน้านี้ท่านก็เคยอยู่ในบรรยากาศที่รัฐมนตรีอยู่ในพรรคตรงกันข้ามกับรัฐบาลนี้ เขาก็ยังเปลี่ยนมาได้ นับประสาอะไรหากจะมีกลไกทางการเมือง ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยอธิบดีดีเอสไอ ท่านควรออกเลขสืบสวน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนกระบวนการตรวจสอบ มิฉะนั้น ก็จะเป็นความเสียหายต่อตัวอธิบดีดีเอสไอเองที่ละเว้นบกพร่องต่อหนังสือราชการ ไม่ควรแช่ยาวนาน