หน้าแรก การเมือง ไอติม ลุกแฉ &...

ไอติม ลุกแฉ ‘นภินทร’ เรียกผู้สมัครสว. มาที่ก.พาณิชย์ ดูตัว-บีบเซ็นใบลาออก เจ้าตัวไม่มาตอบ-ภท.ประท้วง

27.08.26 | 13:23 น.

‘ไอติม’ ยืมเวทีสภาฯ ลากไส้ ‘นภินทร’ เอี่ยวโกงเลือกสว. แฉ เรียกอดีตผู้สมัครสว.ไปพบที่ห้องทำงาน ก.พาณิชย์ ก่อนเลือกระดับประเทศ 1 วันบีบให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้า

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรื่องข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตของ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถาม นายนภินทร แต่นายนภินทร ติดภารกิจขอเลื่อนตอบกระทู้


นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในสมัยที่แล้วนายโสภณก็เคยกำชับว่าต้องการให้รัฐมนตรีทุกคนรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่เปิดประชุมสภามาแค่สัปดาห์แรก กระทู้แรกของฝ่ายค้าน รัฐมนตรีก็เทไม่มาตอบกระทู้แล้ว สิ่งที่น่าผิดหวังคือตนได้รับหนังสือชี้แจงสาเหตุที่นายนภินทรไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ โดยอ้างว่าติดภารกิจตรวจราชการที่จังหวัดราชบุรี ตนเห็นว่ามีความสำคัญ แต่ในเมื่อรัฐมนตรีทุกคนรู้อยู่แล้วว่าช่วงเช้าวันพฤหัสบดีเป็นช่วงที่มีการถามกระทู้สด ท่านควรที่จะบริหารจัดการตารางงานของท่านให้อยู่ในกรุงเทพฯ ในห้วงเวลาดังกล่าว คิดว่าข้ออ้างเหล่านี้ฟังไม่ขึ้น เพราะในข้อบังคับข้อที่ 151 ระบุว่ามีเหตุจำเป็นที่ไม่ควรหลีกเลี่ยงได้

และสาเหตุสองที่ทำให้ตัวเองผิดหวังคือตามคำแนะนำของนายโสภณ วิปสองฝ่ายได้มีการประสานกันมาตลอด ซึ่งตนได้แจ้งวิปรัฐบาลว่าตนมีความประสงค์จะถามนายนภินทรวันนี้ และได้แจ้งไปตั้งแต่เย็นวันจันทร์แล้ว มีเวลามากเพียงพอที่รัฐมนตรีจะสามารถบริหารจัดการเวลาของของตัวเอง ให้มาตอบกระทู้ได้ ซึ่งตนเห็นใจวิปรัฐบาลและเข้าใจว่าพยายามประสานงานอย่างเต็มที่ แต่บางครั้งการที่รัฐมนตรีจะมาตอบหรือไม่มาตอบ อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่ที่การประสานงาน แต่ขึ้นอยู่ที่จิตสำนึกของรัฐบาลมากกว่า

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หัวข้อที่ตนตั้งถามนายนภินทรเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่รัฐมนตรีอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง คือเรื่องการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาหรือคดีโกง ส.ว. โดยนายนภินทรเป็น 1 ใน 229 คนที่ถูกกล่าวหา ซึ่งท่านควรที่จะต้องไปชี้แจงต่อหน้าศาลด้วย แต่ตนมีความกังวลใจว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะทำงานตรงไปตรงมาหรือไม่ ในการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไปที่ศาล โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาที่นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) และในส่วนของหลักฐานที่ตนได้รับมานั้นย่อมเป็นข้อมูลและข้อกล่าวหา แต่หากเป็นเรื่องจริงก็จะบ่งชี้ชัดว่าว่านายนภินทรเกี่ยวข้องกับการโกง ส.ว. ซึ่งข้อมูลที่ตนได้รับมาเป็นข้อมูลที่บ่งชี้ว่าช่วงไม่นานก่อนการเลือกส.ว. มีผู้สมัคร ส.ว.ท่านหนึ่ง ตนขอเรียกว่านายเอ ซึ่งได้เข้าไปพบกับนายนภินทรสมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 คือวันที่ 24 มิถุนายน 2567 หรือ 2 วันก่อนการเลือกส.ว.ระดับประเทศ โดยอ้างว่ามีคนจะขอดูตัว เมื่อนายเอเดินทางไปถึงกระทรวงแล้วได้พบกับรัฐมนตรี และมีการกล่าวหาว่ารัฐมนตรีพูดประมาณว่าหากได้เป็นส.ว. แล้วจะขอสัก 2-3 อย่าง เหตุการณ์ที่ 2 คือวันที่ 25 มิถุนายน 2567 โดยข้อมูลที่ตนได้รับมาคือนายเอถูกเรียกให้กลับไปที่กระทรวงพาณิชย์ และถูกเชิญไปที่ห้องทำงานห้องเดิมอีกครั้ง โดยนายนภินทรได้นำเอกสารลาออกมาให้นายเอเซ็น โดยมีนัยยะคือการลาออกล่วงหน้า หรือคนที่มีใบลาออกจะสามารถควบคุมการลงมติของนายเอได้ หากนายเอได้เป็นส.ว.

Advertisement

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ฉะนั้นจึงอยากถามนายนภินทรว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ท่านได้มีการเชิญผู้สมัครสว.ไปพบรัฐมนตรีที่ห้องทำงานของตัวเองในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 หรือไม่ วันนี้หากรัฐมนตรีมา ตนคิดว่าท่านไม่กล้าปฏิเสธและจะยอมรับว่าการประชุมดังกล่าวในวันดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่ก็เชื่อว่าท่านจะหยิบยกข้ออ้างขึ้นมา ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ตนเคยได้ยินมาว่า มีการอ้างกับคนอื่นว่าแม้จะเจอนายเอในห้องทำงานจริง แต่เป็นการประชุมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกส.ว.

ทำให้ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า กระทู้สดต้องเป็นกระทู้ถามเกี่ยวกับการบริหารราชการของรัฐมนตรี แต่ที่ท่านกำลังพูดเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉะนั้น จึงขอให้ประธานดำเนินการไปตามข้อบังคับด้วย

จากนั้นนายโสภณ วินิจฉัยว่า เนื่องจากการพิจารณากระทู้สด ตนได้มอบให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา เมื่อคณะกรรมการพิจารณาว่าเป็นกระทู้สด ตนที่ทำหน้าที่ประธานก็ต้องพิจารณาให้สามารถถามได้ แต่ขอนายพริษฐ์อย่าลงรายละเอียดมาก

นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติของตน แต่จะเป็นการเซ็ตบรรทัดฐาน ทั้งนี้ หากรัฐมนตรีจะอ้างว่าการประชุมทั้ง 2 ครั้งไม่ได้เกี่ยวกับการเลือกสว. แต่เป็นปัญหาเรื่องไก่งวงล้นตลาดนั้น

ระหว่างนี้ นายศุภชัย ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า ท่านจะตั้งกระทู้สดถามรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้ประธานควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และยืนยันว่าผู้อภิปรายทำผิดข้อบังคับ ท่านมาถามเรื่องฮั้วส.ว. ทุกวันท่านก็ฮั้วสว. ตนก็ฮั้วสว.กับท่านด้วยทุกวัน ประเด็นอยู่ที่วันนี้หากรัฐมนตรีไม่มา ท่านก็ควรที่จะยุติญัตติ แบบนี้เป็นลักษณะของการตีหัวเข้าบ้าน

นายโสภณ กล่าวว่า ตนฟังผู้ประท้วงแล้วเห็นว่าฟังขึ้น มีเหตุผล แต่เราต้องเคารพการวินิจฉัยของคณะกรรมการ เมื่อมีคณะกรรมการวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วเรามอบอำนาจให้เขาไปแล้ว เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจ ตนต้องอนุญาตให้นายพริษฐ์ได้พูด แต่ก็ขออย่าลงรายละเอียดมาก เพราะผู้ตอบไม่ได้มาตอบ มันจะไม่ถูกต้อง ฉะนั้น ขอให้นายพริษฐ์สรุปสั้นๆ แล้วจบ

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากผู้ประท้วงไม่ประท้วงก็จะจบแล้ว ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรที่ผิดข้อบังคับ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่านายนภินทรอาจจะมีการหยิบเอกสารขึ้นมาเพื่อให้เห็นว่ามีหนังสือร้องเรียนไปที่ท่าน แต่สิ่งที่ตนอยากถามคือเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารจริงหรือไม่ เพราะหากเป็นเอกสารที่มีอยู่จริงต้องมีเลขรับในระบบราชการ แต่ข้อมูลที่ตนได้รับร้องเรียนเข้ามา เป็นการบ่งบอกว่ามีการตรวจสอบแล้วแต่กลับไม่พบเลขรับของหนังสือดังกล่าวในระบบราชการของกระทรวงพาณิชย์

ส่วนประเด็นที่ 2 ตนคาดเดาว่าหากรัฐมนตรีมา ท่านก็จะอ้างว่าในห้องทำงานของท่านวันนั้น มีคนอื่นที่อยู่ในห้องด้วยอีกประมาณ 10 คน โดยอาจจะเอาบุคคลเหล่านั้นมายืนยันว่าอาจจะไม่มีการพูดถึงเรื่องนั้น แต่เราจะเชื่อคำพูดของคนเหล่านั้นได้แค่ไหน เพราะจากการตรวจสอบรายชื่อพบว่ามี 8 คนอยู่ในคดีฮั้วสว. อีก 2 คนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายนภินทร นี่เป็นข้อร้องเรียนที่ตนอยากถามรัฐมนตรี

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า อยากฝากคำถามถึงรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ 1.อยากเรียกร้องให้นายนภินทรตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าวชัด ขอให้ท่านตอบที่สาธารณะต่อประชาชนที่ให้ความไว้วางใจท่านมา 2.อยากขอความร่วมมือไปยัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ เวลานี้ ซึ่งท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา แต่ตนมีข้อกังวลว่าจะมีข้าราชการที่เคยร่วมงานกับนายนภินทรไปสร้างเอกสารเท็จย้อนหลังหรือไม่ เพื่อปกปิดเรื่องดังกล่าว ขอให้นางศุภจีพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องไม่ให้มีคนในกระทรวงไปสร้างหลักฐานเท็จย้อนหลังได้ สุดท้ายอยากฝากไปยังองค์กรอิสระ เช่น กกต. ขอให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่ายกคำร้องให้ใครเพียงเพื่อจะปกป้องใครในระบอบสีน้ำเงิน หรือตอบแทนบุญคุณใครที่มีส่วนเลือกท่านมา