ประธานฯกมธ.ฟอกเงิน เผย ติดตามความคืบหน้าคดีร้านทองดังเมืองลำพูน หลอกลงทุน มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท สัปดาห์หน้าเรียก ผบก.ภ.จว.ลำพูน ชี้แจงเพิ่มหาทางยับยั้ง เหตุ ร้านทองดังกล่าวยังเปิดปกติ
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม กมธ. ว่า กมธ.ได้พิจารณาเกี่ยวกับธุรกรรมทางด้านการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน กรณีมีผู้เสียหายถูกชักชวนลงทุนซื้อทองคำ โดยผู้เข้าให้ข้อมูล ได้แก่ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สมาคมผู้ค้าทอง และผู้เสียหาย โดยสมาคมผู้ค้าทอง ชี้แจงว่า ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมกับสำนักงานปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันการตรวจบัตรประชาชนเพียงอย่างเดียว เพื่อซื้อขายทองคำถือว่าไม่เพียงพอ
ขณะที่ ผู้ร้องเรียนชี้แจงว่า เมื่อปี 2568 ได้ซื้อทองคำที่ร้านทองแห่งหนึ่งใน จ.ลำพูน โดยมีพฤติกรรมชักชวนลงทุนในลักษณะการขายทองคำแท่ง และมีโปรโมชั่น รวมถึงมีการเซ็นสัญญาซื้อขายทองคำโดยฝากไว้ที่ร้านทอง
นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของสมาคมผู้ค้าทองคำ ทราบว่าร้านดังกล่าว ไม่มีข้อมูลการเป็นสมาชิกของสมาคมฯ และเนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากในพื้นที่ จ.ลำพูน จ.เชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท และได้มีการข่มขู่ผู้เสียหาย ทาง กมธ. เห็นว่าการป้องกันปราบปราม และดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ควรต้องร่วมมือกันดำเนินการให้เกิดความรวดเร็วขึ้น เพื่อป้องกันยับยั้งไม่ให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นอีก เนื่องจากปัจจุบันร้านทองดังกล่าวยังเปิดดำเนินการตามปกติ
“วิธีการหลอกลงทุนจะเป็นลักษณะของการเปิดหน้าร้านบนห้างสรรพสินค้าใน จ.ลำพูน โดยที่หน้าร้านไม่มีทองรูปพรรณ และไม่มีทองคำแท่ง แต่เป็นร้านประเภทขายทอง 90% และเป็นกรอบพระ แต่มีการชักชวนให้ลงทุน ทำให้ประชาชนหลงเชื่อบางคนบางคนไปรูดบัตรเครดิต 2-3 ล้านบาท ซึ่งเป็นการหลอกไปเรื่อยๆ ผัดวันประกันพรุ่ง รวมถึงมีการหลอกทำสัญญาจนทำให้ประชาชนเกิดความเสียหายมาก ปัจจุบันมีผู้แจ้งความดำเนินคดีร้องทุกข์ที่สภ.เมืองลำพูนแล้วประมาณ 5 คดี แต่มีอีกเยอะที่ไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหาย ผมจึงกำชับให้ปปง. ติดตามเรื่องนี้จากสภ. เมืองลำพูน และย้ำว่า สัปดาห์หน้าจะเชิญมาเพื่อกำชับไม่ให้ความเสียหายนี้เกิดขึ้นกับประชาชน” นายพิทักษ์เดช กล่าว
นายพิทักษ์เดช กล่าวอีกว่า จากการศึกษาข้อเท็จจริง พบว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรเมืองลำพูน ได้กำกับเรื่องนี้ด้วยตนเอง และจะสรุปสำนวนการสอบสวนให้แก่พนักงานอัยการดำเนินการต่อภายในต้นเดือนก.ย.นี้ ขณะที่ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้ อาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงต่อพี่น้องประชาชนได้ และหากข้อเท็จจริงแห่งคดีมีความสลับซับซ้อน เจ้าพนักงานสอบสวนในเขตพื้นที่ อาจพิจารณาส่งเรื่องนี้มายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้
นายพิทักษ์เดช กล่าวด้วยว่า ตนได้กำชับว่าสัปดาห์หน้าจะมีการเชิญผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน เข้ามาชี้แจงเพื่อติดตามเรื่องนี้ เพราะความเสียหายเกิดขึ้นกับประชาชนจำนวนมาก ประกอบกับมีมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ที่สำคัญร้านทองดังกล่าวยังเปิดให้บริการอยู่ ต้องฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ หากหลงเชื่อ และความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ให้แจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่สถานีตำรวจใกล้เคียงบ้านท่าน


