หน้าแรก การเมือง มติกกต.ดำเนิน...

มติกกต.ดำเนินคดีอาญา 1,767 ผู้สมัครสว.ขาดคุณสมบัติ รู้ไม่ผ่านเกณฑ์แต่จงใจยื่นสมัคร ไอติมฉะกกต.ฟันผู้สมัครสว.ช้าไป

28.08.26 | 06:05 น.

มติกกต.ดำเนินคดีอาญา 1,767 ผู้สมัครสว.ขาดคุณสมบัติ รู้ไม่ผ่านเกณฑ์แต่จงใจยื่นสมัคร ไอติมฉะกกต.ฟันผู้สมัครสว.ช้าไป

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารประกอบการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา พบผู้สมัครบางรายขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและได้สมัครรับเลือก จึงได้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 จำนวน 1,605 คน และในการประชุมครั้งที่ 51/2569 เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2569 มีมติให้ดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมอีก 162 คน รวมทั้งสิ้น 1,767 คน ทั้งนี้ มาตรา 74 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 กำหนดว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกไม่ว่าเพราะเหตุใด ได้สมัครรับเลือกต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปีในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวให้แก่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาด้วย


โดยภายหลังกกต.มีมติให้ดำเนินคดีอาญา สำนักงานกกต.ได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดีดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนส่งให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการตามขั้นตอน และอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะสั่งฟ้องคดีฮั้วเลือกส.ว.หรือไม่ และแนวทางจะออกมาในรูปแบบใดว่า สิ่งที่เรียกร้องมาตลอดหาก กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาคือควรสั่งฟ้องผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ตัวเลขนั้นไม่ได้มาลอยๆ แต่มาจากสรุปของการทำงานของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ไม่ใช่การเหมารวม แต่เป็นรายชื่อที่ถูกกลั่นกรองมาในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนเกณฑ์ที่ กกต. ต้องใช้เวลานี้คือต้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเลือกส.ว. หรือไม่

เมื่อถามถึง กรณีกกต. มีมติดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครส.ว. ขาดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามจำนวน 1,767 รายนั้น เพื่อเป็นการลดกระแสสังคมใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่มั่นใจว่าจะวิเคราะห์ไปในทางนั้นได้หรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่าคาดหวังให้กกต. ดำเนินการทุกคดีอย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา ด้วยมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้นหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่ กกต.จะดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือมีการตั้งข้อสังเกตกับคดีดังกล่าวว่าเริ่มต้นมานานแล้วหรือไม่ ระยะเวลาที่ใช้นานยาวเกินกว่าที่ควรเป็นหรือไม่ ทั้งที่สามารถตรวจสอบได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วกว่านี้ และควรตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่รับสมัครแล้ว แต่กกต. ใช้เวลาสองปีกว่า แม้ผลลัพธ์จะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เกิดช้าเกินไป และหลังจากนี้จะไปดูรายละเอียดว่าบุคคลที่ขาดคุณสมบัติมีลักษณะเป็นอย่างไร

Advertisement