หน้าแรก การเมือง พริษฐ์-นภินทร...

พริษฐ์-นภินทร โต้นัว ปมฮั้วสว. ยันไม่ได้พบผู้สมัครที่ก.พาณิชย์ รับพยานใช้ทีมกฎหมายเดียวกัน

28.08.26 | 13:51 น.

พริษฐ์-นภินทร โต้นัว ปมฮั้วสว. ยันไม่ได้พบผู้สมัครที่ก.พาณิชย์ รับพยานใช้ทีมกฎหมายเดียวกัน

วันที่ 28 สิงหาคม ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เข้าสายรายการพร้อมกับนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน หลังจากที่เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายพริษฐ์ตั้งกระทู้ถามในสภา กรณีนายนภินทรถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมกับการฮั้ว ส.ว. โดยมีการเรียกผู้สมัคร ส.ว.ไปคุยที่ห้องทำงานในกระทรวงพาณิชย์ พร้อมให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้า


โดยนายนภินทรชี้แจงว่า ไม่ได้หนีการตอบกระทู้ แต่มีภารกิจต่างจังหวัดเรื่องเกี่ยวกับน้ำท่วม และว่างวันพฤหัสบดีเพียงวันเดียว ดังนั้นจึงรับไม่ได้ที่กล่าวหาว่าไร้จิตสำนึก ขณะที่นายพริษฐ์กล่าวว่า เข้าใจเรื่องภารกิจของรัฐมนตรี แต่หน้าที่ความรับผิดชอบต่อสภาก็สำคัญเช่นกัน และกำหนดวันกระทู้ก็มีแค่วันพฤหัสบดี จึงขอความกรุณารัฐมนตรีทุกท่าน จัดหาเวลาให้สภาด้วย

ขณะที่นายพริษฐ์สอบถามว่าเรื่องการหารือที่กระทรวงพาณิชย์ เจอกับนายเอที่เป็นผู้สมัคร ส.ว. แล้วอ้างว่าเป็นการหารือเรื่องไก่งวงนั้น มีการลงหนังสือรับเรื่องร้องเรียนหรือไม่ โดยนายนภินทรกล่าวว่า เป็นการหารือเรื่องไก่งวงแช่แข็งล้นตลาด เขามาขอความช่วยเหลือ และของบประมาณจัดงานบริโภคไก่งวง แต่เป็นช่วงปลายปีงบประมาณ จึงไม่สามารถสนับสนุนได้ ซึ่งการพบปะ 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นการพูดคุยด้วยวาจา บอกให้ทำหนังสือมา แต่เมื่อทำหนังสือมาแล้ว หารือกับกรมการค้าภายใน พบว่าไม่สามารถทำได้ ก็ไม่ได้ลงรับหนังสือดังกล่าว เพราะไม่มีประโยชน์อะไร

นายนภินทรกล่าวว่า สำหรับหนังสือดังกล่าว ออกจากสภาเกษตรราชบุรี มีเลขหนังสือชัดเจน และส่งหลักฐานให้ กกต.เรียบร้อย ซึ่งตนก็อ้างสภาเกษตร เป็นหลักฐาน มีเอกสารจริงทั้งตัวจริงและคู่ฉบับ

Advertisement

นายนภินทรกล่าวว่า ในห้องประชุมมีทั้งข้าราชการ ซี 8 ซี 9 และซี 10 ก็ให้การตรงกันกับตน แล้วพยานที่ให้การลอยๆ เพียง 1 ปาก อะไรมีน้ำหนักมากกว่ากัน ขณะที่นายพริษฐ์แย้งว่า พยานหลายปากของนายนภินทรก็ต้องรับฟังอย่างระมัดระวัง เพราะล้วนเป็นคณะทำงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา บางคนย้ายมาสังกัดหน่วยงานภายใต้กำกับของนายนภินทร

ขณะที่นายนภินทรกล่าวว่า พยานนายเอที่อ้างว่ามาคุยกับตนแล้วให้เซ็นใบลาออกไว้ ถ้าตนช่วยจริง แต่ข้อเท็จจริงคือเขาสอบตกตั้งแต่รอบแรก ถ้าตนจะช่วยทำไมตกรอบแรก และในการหารือก็มีคนจำนวนมาก ทำไมไม่เรียกมาคุยแค่ 2 คน

ด้านนายพริษฐ์ระบุว่า พยานของนายนภินทรเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา การให้การที่กระทบต่ออาชีพการงานก็เป็นเรื่องต้องพิจารณา อีกทั้งคำให้การของพยานฝ่ายนายนภินทรก็ไม่ใช่การสอบพยานทีละปากแล้วเอามาสอบค้านกัน แต่เป็นการให้การเป็นเอกสาร ซึ่งสำนวนก็เขียนคล้ายกัน ก็เป็นข้อสังเกตหนึ่งของความน่าเชื่อถือในตัวพยาน

เมื่อนายพริษฐ์ถามว่า ในคำให้การระบุว่านายเอได้ขอความช่วยเหลือเรื่อง ส.ว. แต่นายนภินทรปฏิเสธอ้างว่าพรรคไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว แล้วทำไมถึงเชิญกลับมาอีกครั้งที่ 2 นายนภินทรระบุว่า ไม่ได้เชิญ แต่บอกให้สภาเกษตรฯทำหนังสือมา ไม่ทราบว่าจะพาใครมาด้วย และหลังจากมาก็ได้เชิญให้ออกนอกห้อง เพราะเขาถามอีกว่ามีช่องทางช่วยไหม ตนก็บอกว่าไม่คุยเรื่องนี้ ถ้าไม่คุยเรื่องไก่งวงก็เชิญออกนอกห้อง ส่วนที่ถามว่าทำไมคำให้การทุกคนตรงกัน ก็ข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ ก็ต้องชี้แจงเหมือนกันทั้ง 9 คน

นายนภินทรระบุว่า พยานทั้ง 9 ที่ข้อความอาจจะสอดคล้อง เพราะใช้ทนายคนเดียวกัน ทีมเดียวกัน แล้วมันผิดปกติเหรอ ในเมื่อถูกตั้งข้อหาเหมือนกัน ก็ใช้ทนายคนเดียวกัน ถ้าต่างคนต่างใช้ทนายถึงจะแปลก ทั้งผู้ถูกกล่าวหา และข้าราชการ ก็ใช้แนวเดียวกัน และที่ทำเอกสาร เพราะคณะไต่สวนชุดที่ 26 ให้ส่งเอกสารได้ และข้าราชการเป็นคนขอให้ใช้ทีมทนายเดียวกัน เพราะเขาไม่รู้ว่าประเด็นสำคัญอยู่ตรงไหน

นายพริษฐ์ถามว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่ที่มีผู้สมัคร ส.ว. 2 คน ไปหานายนภินทร ที่กระทรวงพาณิชย์ นายนภินทรกล่าวว่า ไม่มีผู้สมัคร ส.ว.คนอื่นมาพบที่ห้องทำงาน ส่วนที่ว่าเขาจะมาที่กระทรวงพาณิชย์ไหม ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะกระทรวงมีคนอยู่ 4-5 พันคน จะบอกว่ามาที่กระทรวงแล้วมาหาตนไม่ได้ อย่างนี้ก็อคติเกินไป

เมื่อนายพริษฐ์ถามว่ารู้จักกับ ส.ว.ราชบุรีหรือไม่ นายนภินทรกล่าวว่า รู้จักทั้งหมด มี 2 คน แต่ไม่เคยช่วยเหลือใครเป็น ส.ว. และพรรคภูมิใจไทยก็ไม่เกี่ยวข้อง

“คุณไม่ควรจะถามผมเรื่องแค่นี้ แค่มีสัญญาณโทรศัพท์ว่าเขามาที่กระทรวงพาณิชย์ก็โยงมาหาผม กระทรวงพาณิชย์มันใหญ่ คน 4-5 พันคน เอาจุดเล็กมาโยงให้ถึงผมได้เหรอ มันไม่ควรเอามาถามผม เหตุอันควรสงสัยพวกนี้มีอคติกับผมเหลือเกิน เอาเรื่องเล็กๆ มาโยง ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตใจ ลงใจให้สังคมคิดอีกอย่างหนึ่ง เป็นการทำลายล้างที่ไม่เหมาะสม” นายนภินทรกล่าว

นายนภินทรกล่าวว่า เรื่องการโยงเส้นเงิน คนใกล้ชิดนักการเมืองคนนั้นคนนี้ทำกิจกรรมร่วมกัน มันเพียงพอเหรอ ทั้งนี้ยอมรับว่าอาจจะมีเส้นเงินเชื่อมโยง แต่เขาก็เป็นแค่ผู้ช่วย เหมือนเรารู้จักคนเป็นพัน มีลูกน้อง ถ้าลูกน้องทำผิด คือเราทำผิดไปด้วยเหรอ ถ้ามีใครทำผิด ก็เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล เมื่อดูสำนวนมีทั้ง 2 ส่วน

“เห็นบอกว่ามีปฐมนิเทศ ที่โรงแรมพูลแมน มีสัญญาณโทรศัพท์นักการเมืองเป็นร้อยคน ตอนนั้นเราก็ไปอยู่ที่นั่น ตอนพรรคยังทำไม่เสร็จ มีห้องกาแฟ มีห้องประชุม มีอะไรสำคัญ ก็ไปคุยในห้องนั้น เพียงแค่สัญญาณโทรศัพท์ว่านักการเมืองอยู่พูลแมน จะยืนยันว่าอยู่ในห้องเดียวกับ ส.ว. 100 คนเหรอ อย่างวันที่ 4-5 ก.ค.ผมก็ไม่ได้อยู่ ไปเยอรมันส่งเอกสารไปแล้ว แต่ก็ตั้งข้อหาผม แสดงว่าชุดที่ 26 ก็มีปัญหา ก็เป็นเรื่องที่ กกต.จะตั้งคนมาพิจารณาทีละคนๆ จะไปกดดันว่าต้องส่งทั้ง 229 คน มันไม่ชอบ” นายนภินทรกล่าว

ขณะที่นายพริษฐ์กล่าวว่า ที่มีคำกล่าวหาไม่ใช่วันที่ 4-5 ก.ค. แต่เป็นวันที่ 21 และ 27 ก.ค. ซึ่งไม่ทราบว่านายนภินทรไปที่พูลแมนหรือไม่ นายนภินทรกล่าวว่า มัน 2 ปีแล้ว ตนจำไม่ได้ว่าไปไหนบ้าง แต่ก็ไม่ได้อยู่ร่วมกับการประชุม ส.ว.เลย