‘พลพีร์’ ย้ำ ก.ที่ดินเดินหน้าปิดช่องโหว่นอมินี ปกป้องผืนแผ่นดินและประโยชน์ของประชาชน
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ห้องประชุมใหญ่ Auditorium ชั้น 2 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมมอบนโยบายสำคัญของกรมที่ดิน ครั้งที่ 8/2569 โดยมี น.ส.วีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน และนายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยที่ปรึกษาระดับทรงคุณวุฒิ รองอธิบดี ผู้บริหารส่วนกลาง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด เช่าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา และเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เข้าร่วมประชุม
นายพลพีร์ กล่าวว่า กรมที่ดินเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจใกล้ชิดกับประชาชน การให้บริการจึงต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องที่มีรายละเอียดทางเทคนิคหรือข้อกฎหมาย ซึ่งประชาชนอาจไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด ขอให้บุคลากรกรมที่ดินสื่อสารข้อมูลให้เข้าถึงง่าย ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงปัญหา แนวทางการดำเนินงาน และข้อจำกัดต่างๆ ควบคู่กับการให้บริการด้วยความสุภาพและใส่ใจ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีและเกิดความเข้าใจต่อการทำงานของภาครัฐ

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า การสื่อสารกับประชาชนควรนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการนำ AI มาช่วยประมวลผลข้อมูลและจัดทำเป็นอินโฟกราฟิกหรือสื่อที่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจสาระสำคัญได้ง่ายและรวดเร็ว ขณะเดียวกัน กรมที่ดินต้องวางทิศทางการพัฒนาในระยะ 5-10 ปี ทั้งระบบบริการออนไลน์ การจัดทำและถ่ายแผนที่ รวมถึงการนำซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน พร้อมวางแผนงบประมาณให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาและแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการลงทุนอย่างชัดเจน
นายพลพีร์ กล่าวว่า กรมที่ดินต้องเร่งป้องกันการใช้ที่ดินโดยนอมินีและการถือครองที่ดินโดยบุคคลต่างชาติ โดยบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออุดช่องโหว่และตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน รวมถึงกรณีการบังคับจำหน่ายที่ดิน ขอให้พิจารณาตรวจสอบที่มาของเงินและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและบทลงโทษที่ยังมีช่องว่าง เพื่อป้องกันการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายและร่วมกันปกป้องผืนแผ่นดินไทย สำหรับกรณีการครอบครองที่ดินที่มีปัญหาทับซ้อนกับพื้นที่ป่าไม้หรือพื้นที่ของรัฐ ขอให้กรมที่ดินดำเนินการด้วยความรอบคอบ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และหากพบพื้นที่ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิหรือมีลักษณะผิดปกติ ขอให้เร่งตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อรักษาที่ดินของรัฐและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อผืนแผ่นดินไทย
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกจังหวัดนำแนวทางและข้อสั่งการไปขับเคลื่อนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีประเด็นเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของคนต่างชาติหรือการบังคับจำหน่ายที่ดิน หากพบกรณีที่เกี่ยวข้องให้เสนอเรื่องขึ้นมาเพื่อดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องรอให้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พร้อมขอให้ทุกคนร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้กรมที่ดินเป็นหน่วยงานที่ประชาชนเข้าใจ เข้าถึง และเชื่อมั่นในการให้บริการ


