พรรคประชาชน เปิดเวที NEWนนท์ ชูโปร่งใส-ตรวจสอบได้ จ่อฟื้นชีวิตท่าน้ำนนท์ กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว ‘อมรัตน์’ แจงปมโหวต ‘อนุทิน’ รับทางนั้นก็โจร ทางนี้ก็โจร แต่ต้องเลือกทางที่ดีที่สุด ขณะที่ ‘ปิยบุตร’ ขอแรงคนนนท์ช่วยหาเสียง ย้ำไม่ใช่สงครามยึดจังหวัด ด้าน ‘เดชรัต’ ชูความโปร่งใส กระจายอำนาจ แก้เหลื่อมล้ำ ฟีดเดอร์ และฟื้นเศรษฐกิจท่าน้ำนนท์
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ร้านอุ่นไอดิน จ.นนทบุรี พรรคประชาชน จัดกิจกรรมเสวนาพูดคุยแลกเปลี่ยนชุดนโยบายเพื่อการพัฒนาจังหวัดนนทบุรี NEW นนท์ โดยมี นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) พร้อมด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สส.นนทบุรี เขต 2 พรรคประชาชน ร่วมเสวนาและพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชน นอกจากนี้ยังมีแกนนำ นปช. และกลุ่มคนเสื้อแดงนนทบุรีบางส่วน เข้าร่วมงานเช่นกัน
โดยช่วงแรกนางอมรัตน์ ได้กล่าวถึงเส้นทางการต่อสู้ที่ผ่านมาของพรรคช่วงหนึ่ง ว่า การต่อสู้ทั้งหมดของพวกเราไม่เคยสูญเปล่า ทุกครั้งแม้จะยังไม่ประสบชัยชนะแต่เป็นการสะสมไปทีละเล็กทีละน้อย เพราะเราต้องรู้ว่าเราสู้อยู่กับใคร เขามีกองทัพ มีทุกอย่างในมือ สั่งสมบารมีมาหลายสิบปี ที่สำคัญคือการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของคนไทยไม่เท่ากัน เมื่อผ่านวันเวลามาถึงตรงนี้คิดว่าคงตาสว่างขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าอีก 10 ปี ข้างหน้า การเมืองของประเทศไทยจะเป็นช่วงที่สนุกที่สุด ก็ขอให้ประธานป.ป.ช.รักษาสุขภาพ จากนั้นนางอมรัตน์ ได้ถามผู้เข้าร่วมสัมมนาว่า มีอะไรขัดใจจากการตัดสินใจของพรรคประชาชนที่ผ่านมาหรือไม่ หลายคนก็บอกว่าไม่มี แต่บางส่วนก็บอกว่า การโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ กระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ดีๆ เอาหอกไปให้โจร
นางอมรัตน์ จึงกล่าวว่า ทางนั้นก็โจรทางนี้ก็โจรมันก็โจรทั้งสองฝ่าย และเราไม่ต้องการให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ตอนนั้นก็มีปัญหาเรื่องชายแดนกัมพูชาต้องรีบมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพโดยเร็ว เราจะไม่เลือก ใครเลยก็ไม่ได้ โจรฝั่งหนึ่งเห็นเป็นรูปธรรมแล้วว่าตระบัดสัตย์ ทรยศเรา โจรอีกฝั่งหนึ่งก็ไม่ได้ไว้ใจ แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดตอนนั้น ซึ่งการตัดสินใจผ่านการสอบถามความเห็น 5 สายของพรรคประชาชนมาเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นนายปิยบุตร ได้ขึ้นกล่าวว่า วันนี้ตนมาพูดใน 3 สถานะ สถานะแรกคือผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ สถานะที่ 2 คือคนนนทบุรี และสถานะที่ 3 คือผู้ช่วยหาเสียง ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่การที่ประชาชนเชียร์กันคนละพรรคคนละสี แต่อยู่ที่ชนชั้นนำไม่กี่คน ไม่กี่ตระกูลที่ผูกขาดการเมือง เมื่อพูดถึงการเมืองท้องถิ่น เรานำเสนอมาตลอดตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่เรื่องยุติรัฐราชการรวมศูนย์ ทวงคืนอำนาจท้องถิ่น หรือ นโยบายกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายเรือธงของพรรคอนาคตใหม่ แต่มักมีส่วนกลางเข้ามาแทรกแซงการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น หากจะเริ่มต้นกันใหม่ก็ต้องกลับมาทำการกระจายอำนาจกันใหม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะโดนครหาทุกครั้ง ก็จะมีคนมา บอกว่ากระจายอำนาจเท่ากับกระจายการโกง เราจึงจำเป็นต้องเข้ามาทำการเมืองท้องถิ่น
นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า เราจึงต้องติดกระดุมให้ถูกตั้งแต่เม็ดแรก คือใช้เงินทำการเมืองให้น้อยที่สุด เราเชื่อว่าถ้าใช้มากใช้เกินจากที่กฎหมายกำหนด ถึงเวลามันต้องใช้คืน จะไม่อิสระในการกำหนดนโยบาย และเราต้องเริ่มต้นด้วยการแข่งขันทางนโยบาย ซึ่งนี่คือสิ่งที่ตนคิดในสถานะแรก
นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า ในสถานะที่ 2 คือการเป็นชาวนนทบุรี ในอดีตที่ผ่านมาเขาก็ทำงาน ตามงบประมาณที่ได้มาและตามนโยบายที่หาเสียงไว้แต่จนถึงเวลานี้ โดยส่วนตัวเราอยากเห็นอะไรใหม่ๆ ในฐานะคนนนทบุรี แต่เราไม่ได้บอกว่าของเก่าไม่ดี แต่เมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่งเราก็อยากเห็นของใหม่ เราจึงเสนอตัวเลือกขึ้นมา จึงมาสู่สถานะที่ 3 ของตนคือผู้ช่วยหาเสียงช่วยของนายเดชรัต ซึ่งนโยบายหลายๆ อย่างของพรรคก็มาจากมันสมองของนายเดชรัตทั้งสิ้น
“ถ้าต้องการให้นนทบุรีเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ก็ขอโอกาสให้พวกเราพรรคประชาชนพรรคสีส้มที่เติบโตมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนมาเป็นพรรคประชาชนในวันนี้ ช่วยกันสนับสนุน ดร.เดชรัต สุขกำเนิด สิ่งใดที่นายกคนเก่าทำไว้ดีเราสานต่อ สิ่งใดที่เราเห็นว่านนทบุรีต้องมีต้องเพิ่ม ก็จะเอาเข้าไปเติมไปต่อให้นนทบุรีทันสมัย สะดวกสบายให้เป็น New นนท์ของคนนนท์ทุกๆ คน” นายปิยบุตร กล่าว
นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า นักวิเคราะห์การเมืองนักวิชาการการเมืองหลายคน ชอบโยงไปโยงมาให้เกิดความหวือหวา เช่น นนทบุรีเป็นฐานที่มั่นของพรรคส้ม เพราะมี สส. พรรคส้มยกจังหวัดมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้ จึงต้องส่งท้าชิงเพื่อยึดทั้งจังหวัด ฟังดูแล้วน่ากลัว แต่ไม่ใช่เลย จังหวัดนนทบุรีเป็นของคนนนทบุรีทุกคน ยังมีอีก 40% ที่เลือกพรรคอื่น แต่ยังเป็นคนนนทบุรีเหมือนกันนี่ไม่ใช่การทำสงครามยึดจังหวัดแล้วจะดูแลแต่พวกตัวเอง รับประกันได้ว่าแนวนโยบายที่พรรคประชาชน คิดทำเพื่อคนนนทบุรีทุกคน นี่ไม่ใช่สงครามทางการเมืองจะมายึดจังหวัดนนทบุรี แต่เป็นการแข่งขันนำเสนอนโยบายให้คนนนทบุรีตัดสินใจเลือกว่าต้องการนโยบายของใคร
นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า สถิติของการเลือกตั้งท้องถิ่นทุกครั้งจะน้อยกว่าการเลือกตั้งระดับชาติ จากสาเหตุคือไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า คนอยู่นอกราชอาณาจักรเลือกไม่ได้ และหลายครั้งที่ชอบไปจัดวันเสาร์ และเราให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งระดับชาติมากกว่าระดับท้องถิ่น แต่การเลือกตั้งท้องถิ่นสำคัญไม่แพ้กว่าระดับชาติเพราะนี่คือเรื่องที่เกิดในบ้านของตัวเอง
“เราไม่มีหัวคะแนนเครือข่าย แต่มีหัวคะแนนธรรมชาติจึงต้องขอแรงพี่น้องทุกคนที่มารวมตัวที่นี่ช่วยกันบอกต่อ ช่วยกันกระจายข่าวเรื่องไหนที่คนยังคาใจ ก็ขอให้ช่วยกันอธิบายสู่สานต่อเรามีเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญและจังหวัดนนทบุรี มีความสำคัญมากเกินกว่าจะคิดว่าส่งมอบกันในทางสายโลหิตได้ จังหวัดนนทบุรีจำเป็นต้องมีผู้บริหารมืออาชีพ สิ่งใดที่เขาทำมาแล้วดีก็ทำต่อ“ นายปิยบุตร กล่าว
นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า ถ้าอัตราผู้ออกมาใช้สิทธิ์40% แบบคราวก่อนสงสัยแพ้ ล่าสุดยังเสียวแต่ถ้าออกมาเลือกตั้งเหมือน สส. ที่เกือบ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์เชื่อว่าโอกาสชนะสูง พรรคของเราไม่มีคะแนนการจัดตั้งที่รออยู่ในก้นหีบ มีแต่คะแนนในการไปหาเสียงและเชื้อเชิญ

ขณะที่ นายเดชรัต กล่าวว่า แน่นอนว่าที่นั่งในสภาส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มผึ้งหลวง เรื่องของการตรวจสอบการทุจริตและความโปร่งใสเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่เฉพาะกับกลุ่มผึ้งหลวงแต่กับตนเองด้วย ถ้าได้มีโอกาสเข้าไปเป็นนายกอบจ. นนทบุรี ซึ่งเราจะเคารพเขาในฐานะผู้แทนประชาชนและเราจะเดินหน้าด้วยความสุจริต ตนเชื่อมั่นว่าความโปร่งใสคือเกราะกำบังที่ดีที่สุด
นายเดชรัต กล่าวอีกว่า ตนถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของอดีตขณะนั้นกลุ่มเสื้อเหลืองได้เชิญตนขึ้นไปพูดบนเวที 1 ครั้งเรื่องพลังงาน สิ่งที่ตนพูดในวันนั้นไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่พรรคประชาชนพูดอยู่ในสภา คือ ลดการผูกขาดของภาคเอกชนในพลังงานไทยนั่นคือสิ่งที่ตนไปเกี่ยวข้อง แล้วตนอยู่ในลักษณะของนักวิชาการ ซึ่งตนเคารพการต่อสู้ของพวกท่านทุกคน ส่วนที่เริ่มมีการโจมตีกันคือการมี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งตนไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมสุดซอย และได้ไปร่วมกระบวนการแสดงความไม่เห็นด้วย จนกระทั่งวันที่ยุบสภา ตนเชื่อในเรื่องของการเลือกตั้งคนที่ได้จะเป็นคนที่ตนชอบหรือไม่ชอบเมื่อเลือกตั้งแล้วก็ยอมรับ จากนั้นตนก็ได้ไปร่วมรณรงค์เลือกตั้ง จนถูกเรียกว่าสลิ่มราดน้ำแดง
“ผมยอมรับว่าเคยอยู่คนละฝั่งกับที่ท่านเชียร์ แต่เมื่อเป็นเรื่องของประชาธิปไตย แน่นอนเป็นสิ่งที่ผมยึดมั่นมาโดยตลอด วิจารณ์ผมได้วิจารณ์ไป จนวันสุดท้ายที่ผมมีชีวิตอยู่ก็ได้ไม่ติดใจอะไรเลย ไม่ใช่ไม่แคร์แต่จะได้รับรู้ถึงความไม่พอใจของท่านไปจนถึงวันสุดท้ายแต่สิ่งที่ผมจะทำได้ก็คือทำในสิ่งที่ท่านพอใจให้เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน” นายเดชรัต กล่าว
นายเดชรัต กล่าวต่อว่า ที่เล่าเรื่องการเมืองและความหลังทั้งหมดถ้าใครเจอก็ให้ด่าตนได้เลย ซึ่งในส่วนของเรื่องนโยบายสำหรับชาวนนทบุรี เรื่องความโปร่งใสเป็นอิฐก้อนแรกที่เราต้องปูทาง งบประมาณที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมออกแบบก็เป็นนโยบายที่สำคัญอย่างหนึ่ง ส่วนเรื่องการศึกษาที่ต้องรีบแก้ในนนทบุรีคือเรื่องสุขภาพจิตของเด็ก ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เรื่องการเดินทางโดยรถฟีดเดอร์ และเรื่องสุดท้ายคือยกระดับเศรษฐกิจในจังหวัดนนทบุรี ให้ท่าน้ำนนท์กลับมาคึกคักและจะทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาอีก 4 เท่า



