เอกนิติ ลั่น ก.ย. เดินหน้าแน่ ลุย โซลาร์-ภาษีอีวี เร่งถกเกณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์ อนุทิน ฮึ่มขึ้นบัญชีดำไฮสปีด นัดคุยปมซีพีขอสิ้นสุดสัญญา
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซี.พี.) ยืนยันขอสิ้นสุดสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) พร้อมยุติเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ในวันที่ 30 กันยายนนี้ ว่า ยังไม่ได้รับทราบในรายละเอียด โดยสัปดาห์หน้าจะเชิญ นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (เลขาธิการ กพอ.) มาหารือ เพราะมีหลายเรื่องต้องดำเนินการต่อ รวมถึงเรื่องที่มีการออกกฎที่ผ่านคณะกรรมการแล้ว ซึ่งจะต้องนำเสนอเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือเป็นกฎหมายด้วย
“สัญญาที่ทำกับรัฐ ไม่ได้ยกเลิกกันง่ายๆ ที่ผ่านมา เห็นมีแต่รัฐยกเลิก ยังไม่เห็นเอกชนยกเลิก เพราะการยกเลิกสัญญากับภาครัฐ จะมีผลตามมามากมาย ต้องถูกขึ้นบัญชีดำ ต้องรับผิดชอบ สิ่งที่เป็นห่วงอย่างยิ่ง สมติว่ามีการทำสัญญาโครงการหนึ่งไว้ เมื่อยกเลิก ต้องประมูลใหม่ หากราคาสูงขึ้น จะทำอย่างไร ซึ่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ว่า ผู้ที่ยกเลิกคู่สัญญาเดิม จะต้องรับผิดชอบส่วนต่าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะถูกขึ้นบัญชีดำ ถูกกล่าวว่าเป็นผู้ทิ้งงาน ยังมีเงื่อนไขต่างๆ อีกเยอะ จึงคิดว่าไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ง่าย” นายอนุทิน กล่าวและว่า เข้าใจว่าคู่สัญญาจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในสังกัดกระทรวงคมนาคม (คค.) ดังนั้น ต้องทำตามระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเร่งเครื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานทันที หลังจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อย โดยภายในเดือนกันยายนนี้ จะเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน ทั้งแผนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และโครงสร้างภาษีรถยนต์
นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับการเปลี่ยนหลังคาบ้านประชาชน หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานที่ราชการ ให้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานสะอาด ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า ขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการ อีกทั้งยังเร่งลงทุนระบบสายส่งให้เป็นโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทกริด (Smart Grid) ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ขายไฟส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้ จากเดิมระบบส่งไฟฟ้าจะเป็นทางเดียวรับจากโรงไฟฟ้าสู่บ้านเรือนเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าว มท. การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กำลังเร่งดำเนินการเช่นกัน
นายเอกนิติ กล่าวว่า นอกจากนี้ จะเร่งการเปลี่ยนผ่านระบบรถขนส่งสาธารณะจากรถน้ำมันให้เป็นรถไฟฟ้า ซึ่ง คค.ได้เตรียมแผนการดำเนินการงานไว้แล้ว และพร้อมจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษียานยนต์ทั้งระบบ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานด้วย อีกทั้งยังร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อยกระดับการศึกษาของประเทศรองรับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศด้วย
“ย้ำอีกครั้งว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ เปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน การให้เงินอุดหนุนเงินเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ บนหลังคาบ้านเรือนประชาชน ไม่ได้เป็นโครงการยิบย่อย เพราะเมื่อทุกครัวเรือนติดตั้ง จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้ เมื่อนั้นก็ต้องลงทุนระบบสายส่งรองรับด้วย เชื่อว่าจะเรื่องติดตั้งโซลาร์จะช่วยเปลี่ยนผ่านได้รวดเร็ว” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์) เพื่อวางกรอบการทำงานและการส่งเสริมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ทั้งรายเก่าและรายใหม่ เพื่อมิให้ได้เปรียบเสียเปรียบ ขณะเดียวกัน เพื่อให้การใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าในประเทศไทยได้อย่างสมดุล

