ประธานวุฒิสภา ออกถ้อยแถลงโต้ข้อกล่าวหา ‘ฮุน เซน’ พร้อมเรียกร้องความจริงใจ จับมือแก้แก๊งคอล
เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ออกถ้อยแถลงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ได้กล่าวพาดพิงประเทศไทยในระหว่างการประชุมสภาผู้นำระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2 (ISC-2) ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 27-28 สิงหาคม 2569 ระบุการเปลี่ยนผ่านความสัมพันธ์ระหว่างไทย – กัมพูชาไปสู่บริบทใหม่จำเป็นต้องอาศัยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความอดทนอดกลั้น และความจริงใจจากทั้งสองฝ่าย พร้อมเรียกร้องกัมพูชาทำงานร่วมกับไทยด้วยความจริงใจ รวมถึงการจัดการกับความท้าทายร่วมกัน เช่น ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ และการเก็บกู้วัตถุระเบิด เพื่อส่งเสริมบรรยากาศและขับเคลื่อนความสัมพันธ์ให้รุดหน้าต่อไป
ถ้อยแถลงของประธานวุฒิสภา
กรณีการพาดพิงประเทศไทยของประธานวุฒิสภากัมพูชา
ในระหว่างการประชุมสภาผู้นำระหว่างประเทศ ครั้งที่ ๒ (ISC-2)
ณ กรุงพนมเปญ ระหว่างวันที่ ๒๗ – ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๙
- ในนามของประธานวุฒิสภา ขอชี้แจงว่า วุฒิสภาได้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา
โดยได้มีรายงานผลการศึกษาและได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา นำเสนอต่อรัฐบาลเมื่อวันที่ ๑๘
พฤษภาคม ๒๕๖๙ พร้อมทั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกิจการต่างประเทศของวุฒิสภา
เพื่อทำหน้าที่ติดตามประเด็นสถานการณ์ไทย – กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง - ประธานวุฒิสภาขอกล่าวถ้อยแถลงเพื่อปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อข้อกล่าวหาที่ไร้ซึ่งมูลความจริง
โดยประธานวุฒิสภากัมพูชาที่ได้กล่าวถ้อยแถลง เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ ในการประชุม
ผู้นำรัฐสภาระหว่างประเทศ ครั้งที่ ๒ (ISC-2) ณ กรุงพนมเปญ - นับเป็นความย้อนแย้งอย่างยิ่งที่ประเทศซึ่งเป็นผู้เปิดฉากโจมตีผู้อื่นก่อน กลับมาเรียกร้องเรื่อง
การเคารพอธิปไตยเหนือดินแดนและการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ - ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านไม่ใช่สิ่งที่ประเทศไทยพึงประสงค์ ในข้อเท็จจริงนั้น ไทยได้ใช้
สิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง และยังคงยึดมั่นอย่างเคร่งครัดต่อแถลงการณ์ร่วมของ
การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย – กัมพูชา (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๘
เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ ซึ่งนำไปสู่การหยุดยิงที่ยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน - กัมพูชาได้ใช้เวทีระหว่างประเทศอีกครั้ง เพื่อเผยแพร่ข้อกล่าวหาที่ไม่อยู่บนพื้นฐานของความจริง
และข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงใช้กลยุทธ์ในการนำเสนอตนเองในฐานะเหยื่อ ซึ่งการกระทำเช่นนี้
เป็นการบั่นทอนการสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นระหว่างกัน และไม่ส่งเสริมบรรยากาศ
ที่เอื้อต่อการแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติวิธีระหว่างสองประเทศ ตามที่ได้ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วม
ที่ทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่นสัญญา - ในส่วนของประเทศไทยนั้น ได้ปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมนี้อย่างเคร่งครัด ซึ่งระบุให้ทั้งสองฝ่าย
คงการจัดวางกำลังทหารไว้ ณ ตำแหน่งปัจจุบันโดยไม่มีการเคลื่อนกำลังเพิ่มเติม ในระหว่างที่
รอกระบวนการปักปันเขตแดน อีกทั้ง เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายละเว้นการกระทำที่เป็นการยั่วยุ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ และใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อลดความตึงเครียด - ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันให้สอดคล้องกับข้อตกลงที่มีอยู่และกฎหมายระหว่างประเทศ ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ
ไม่ควรถูกยกระดับให้เป็นเรื่องระหว่างประเทศ หรือถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง และไม่ควรบิดเบือนข้อเท็จจริง - การเปลี่ยนผ่านความสัมพันธ์ระหว่างไทย – กัมพูชาไปสู่บริบทใหม่ จำเป็นต้องอาศัยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความอดทนอดกลั้น และความจริงใจจากทั้งสองฝ่าย
- ประเทศไทยขอเรียกร้องให้กัมพูชาทำงานร่วมกับไทยด้วยความจริงใจ รวมถึงการจัดการกับ
ความท้าทายร่วมกัน เช่น ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ และการเก็บกู้วัตถุระเบิด เพื่อส่งเสริมบรรยากาศและขับเคลื่อนความสัมพันธ์ให้รุดหน้าต่อไป
ประธานวุฒิสภา
วันศุกร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๙


