หน้าแรก การเมือง ปารเมศ ลงพื้น...

ปารเมศ ลงพื้นที่ไฟไหม้คลองถม ยื่น 4 ข้อรื้อระเบียบเมืองเก่า-ยกระดับสวัสดิการกู้ภัย

29.08.26 | 15:27 น.

ปารเมศ ลงพื้นที่ติดตามเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ชง 4 มาตรการยกระดับความปลอดภัยป้องกันเหตุซ้ำ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และประสานงานความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด จากเหตุเพลิงไหม้บริเวณคลองถมเซ็นเตอร์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมช่วยแจ้งข้อมูลมาตรการเยียวยาและสิทธิผู้ประสบภัยให้ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการป้องกันและฟื้นฟูพื้นที่เขตเมืองชั้นในอย่างยั่งยืน


โดยนายปารเมศ เปิดเผยว่า เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครดับเพลิงที่สำลักควันไฟและโดนวัสดุตกหล่นใส่ โดยมีผู้ป่วยอาการวิกฤต 1 ราย ขณะนี้กรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศกั้นพื้นที่คลองถมเซ็นเตอร์เป็นเขตอัคคีภัย ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด เนื่องจากอยู่ระหว่างประเมินความปลอดภัยโครงสร้างอาคาร โดยทาง กทม. ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบ เพื่อป้องกันคนฉวยโอกาสเข้าไปขโมยทรัพย์สินของผู้ประกอบการ

นายปราเมศ กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนได้รวบรวมปัญหาและเตรียมเสนอแนวทางแก้ไขเชิงนโยบายต่อ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การตรวจความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับอาคารเก่าในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน โดยเฉพาะเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ และพระนคร ซึ่งมีแหล่งการค้าและอาคารเก่าแก่จำนวนมากที่โครงสร้างอาจไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับมาตรฐานความปลอดภัยจากอัคคีภัยในปัจจุบัน จึงเรียกร้องให้ กทม. และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันตรวจสอบระบบดับเพลิงและทางหนีไฟของอาคารพาณิชย์และแหล่งการค้าในเขตเมืองเก่าเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

Advertisement

นายปราเมศ กล่าวต่อว่า 2.การยกระดับสวัสดิการและอุปกรณ์อาสาสมัครดับเพลิง จากรายงานผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครดับเพลิงที่เสียสละเข้าไปควบคุมสถานการณ์จนบางท่านอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ด่านหน้าต้องแบกรับ จึงควรผลักดันงบประมาณสนับสนุนชุดผจญเพลิงและหน้ากากกันควันที่ได้มาตรฐาน พร้อมจัดตั้งกองทุนสวัสดิการหรือประกันสุขภาพครอบคลุมอาสาสมัครกู้ภัย 3.การฟื้นฟูเศรษฐกิจรายย่อยและพื้นที่ค้าขายชั่วคราว จึงเสนอให้ กทม. ประสานจัดหาพื้นที่ค้าขายชั่วคราวใกล้เคียง เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้ระหว่างรอการฟื้นฟู พร้อมหารือสถาบันการเงินของรัฐออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

นายปราเมศ กล่าวอีกว่า 4.รื้อระเบียบจัดสรรถังดับเพลิงในชุมชนเมือง เนื่องจากปัจจุบันระเบียบของ กทม. ในการจัดสรรถังดับเพลิงให้กับชุมชนจัดตั้ง มักอิงตามสัดส่วนประชากรและจำนวนหลังคาเรือนเป็นหลัก ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับ ระดับความเสี่ยง จริงในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเมืองชั้นในอย่างป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ หรือพระนคร ที่มีตรอกซอกซอยคับแคบและเป็นพื้นที่พาณิชยกรรมผสมที่อยู่อาศัย ทำให้ถังดับเพลิงที่มีอยู่เดิมมักมีจำนวนไม่เพียงพอ ไม่ครอบคลุมจุดเสี่ยง หรือเสื่อมสภาพไม่พร้อมใช้งาน

นายปราเมศ กล่าวด้วยว่า ฉะนั้น จึงขอเสนอให้ กทม. ปรับปรุงระเบียบการแจกจ่ายถังดับเพลิงใหม่ โดยนำตัวชี้วัดด้านความหนาแน่นของอาคาร และความเสี่ยงด้านอัคคีภัยมาคำนวณร่วมด้วย เพื่อให้ชุมชนในเขตเมืองเก่าได้รับการจัดสรรถังดับเพลิงเพิ่มขึ้นในจุดที่รถดับเพลิงเข้าถึงยาก และไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวน แต่ต้องผลักดันให้มีระเบียบที่ชัดเจนในการให้สำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพและเติมน้ำยาเคมีอย่างสม่ำเสมอ เช่น การผลักดันระบบ QR Code ติดถังเพื่อตรวจสอบวันหมดอายุแบบเรียลไทม์

นายปราเมศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เสนอให้ กทม. หาแนวทางจัดสรรอุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้นไปยังกลุ่มบ้านเรือนหรือพื้นที่ค้าขายหนาแน่นที่อาจยังไม่เข้าเกณฑ์ชุมชนจัดตั้ตามระเบียบ กทม. เพื่อไม่ให้มีพื้นที่ใดตกหล่นจากโครงข่ายความปลอดภัย รวมถึงผลักดันช่องทางด่วนให้คณะกรรมการชุมชนสามารถทำเรื่องเบิกงบประมาณฉุกเฉินจากเขตเพื่อเปลี่ยนถังดับเพลิงที่ชำรุดได้ทันที โดยไม่ต้องรอรอบปีงบประมาณ