อัพเดต “เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ” หลังปิดประชาพิจารณ์ ก.พ. สรุปผลแล้ว ที่ประชุมเห็นชอบหลักการ แบ่งผู้มีสิทธิ 2 กลุ่ม อายุ 40 ปีขึ้นไป หรือเข้าเงื่อนไขอายุราชการ เคาะเงินก้อนสูงสุดไม่เกิน 12 เท่าเท่ากัน พร้อมเงื่อนไขออกกี่คนยุบตำแหน่งเท่านั้น ก่อนเสนอ คปร.-ครม. พิจารณา
จากกระแสความสนใจของข้าราชการทั่วประเทศ หลังสำนักงาน ก.พ. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ “มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ” หรือ Early Retirement ระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม-5 สิงหาคม 2569 ล่าสุดมาตรการดังกล่าวขยับมาอีกขั้น หลังมีการสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและเห็นชอบหลักการสำคัญหลายประเด็นแล้ว
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับสำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง เพื่อติดตามความคืบหน้ามาตรการดังกล่าว โดยสำนักงาน ก.พ.ได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นเข้าสู่ที่ประชุม ก่อนที่ที่ประชุมจะรับทราบและเห็นชอบหลักการสำคัญ เพื่อจัดทำรายละเอียดและเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาต่อไป
ใครบ้างอยู่ในข่าย “เออร์ลี่รีไทร์”
หลักการล่าสุดยังแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 ข้าราชการอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือ มีอายุราชการตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป โดยไม่นับเวลาราชการทวีคูณ
กลุ่มที่ 2 ข้าราชการอายุ 40-49 ปี และมีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป โดยไม่นับเวลาราชการทวีคูณ
จุดที่ต้องสังเกตคือ กลุ่มแรกใช้เงื่อนไข “หรือ” หมายความว่า หากเข้าเงื่อนไขด้านอายุหรืออายุราชการข้อใดข้อหนึ่ง ก็อยู่ในกลุ่มเป้าหมายตามหลักการที่กำหนด ขณะที่กลุ่มอายุ 40-49 ปี ต้องมีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปด้วย
อย่างไรก็ตาม นี่ยังเป็น หลักการของมาตรการ ไม่ใช่ประกาศเปิดรับสมัคร ดังนั้นผู้ที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวยังไม่สามารถยื่นขอเกษียณก่อนกำหนดตามมาตรการได้ในขณะนี้
เงินก้อนสูงสุด “ไม่เกิน 12 เท่า” เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือสิทธิประโยชน์สำหรับผู้สมัครใจออกจากราชการ
หลังการรับฟังความคิดเห็น ที่ประชุมเห็นชอบหลักการให้ผู้เข้าร่วมมาตรการทั้ง 2 กลุ่ม ได้รับเงินก้อนโดยกำหนด จำนวนเท่าสูงสุดในอัตราเดียวกัน และสูงสุดไม่เกิน 12 เท่า
อย่างไรก็ตาม คำว่า “สูงสุดไม่เกิน 12 เท่า” ยังไม่ได้หมายความว่าข้าราชการทุกคนที่เข้าโครงการจะได้รับเงิน 12 เท่าโดยอัตโนมัติ เพราะรายละเอียดวิธีคำนวณ ฐานเงินที่นำมาใช้คำนวณ ตลอดจนเงื่อนไขที่จะได้รับแต่ละอัตรา ยังต้องรอหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จึงเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ข้าราชการต้องรอติดตามก่อนตัดสินใจว่า การเข้าร่วมโครงการจะคุ้มค่ากับสิทธิประโยชน์และรายได้ที่ต้องสละไปหรือไม่
ออก 1 คน ต้องยุบ 1 ตำแหน่ง
มาตรการครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเปิดทางให้ข้าราชการออกก่อนกำหนด แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับการปรับโครงสร้างกำลังคนภาครัฐ
หลักการกำหนดว่า ส่วนราชการจะต้อง ยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการ เช่น หากมีผู้เข้าร่วม Early Retirement 100 คน ก็ต้องยุบตำแหน่งรวม 100 ตำแหน่ง
แต่มีความยืดหยุ่นตรงที่ ไม่จำเป็นต้องยุบตำแหน่งเดิมของผู้ที่สมัครออกทุกตำแหน่ง ส่วนราชการสามารถพิจารณาบริหารจัดการว่าจะนำตำแหน่งใดมายุบตามความเหมาะสมของภารกิจและโครงสร้างองค์กร
นั่นทำให้มาตรการ Early Retirement รอบนี้มีความหมายมากกว่าโครงการให้คนสมัครใจออก เพราะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการ ลดและปรับโครงสร้างกำลังคนภาครัฐ ไปพร้อมกัน
ออกแล้ว ห้ามกลับมาเป็นข้าราชการ-พนักงานประจำรัฐ
อีกเงื่อนไขสำคัญที่ผู้สนใจต้องพิจารณาคือ ผู้เข้าร่วมมาตรการจะถูกกำหนดเงื่อนไข ห้ามกลับเข้ารับราชการ หรือกลับมาเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก หรือ Outsource เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน Digital Transformation ซึ่งสะท้อนทิศทางการปรับกำลังคนภาครัฐจากโครงสร้างบุคลากรประจำบางส่วนไปสู่การใช้บุคลากรภายนอกในงานที่เหมาะสม



