อนุทิน เสียงแหบแถลง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ต่อวุฒิสภา บอกอยากมาด้วยตนเอง เพื่อให้เกียรติ เผยดริฟยาแล้วดีขึ้น ย้ำกู้เงิน เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ-แก้วิกฤติพลังงาน-ยกระดับคุณภาพชีวิตปชช. วอน “สว.” เห็นชอบ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเสร็จแล้ว
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงเหตุผลต่อที่ประชุมว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2569 เห็นชอบให้มีการตราพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังฯ ซึ่งพ.ร.ก.ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.2569 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยว่าพ.ร.ก.ฉบับนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 1 ที่กำหนดให้การตรา พ.ร.ก.กระทำได้เฉพาะครม.เห็นว่า เพื่อประโยชน์ที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศและเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

นายอนุทิน กล่าวต่อว่าขอ ย้ำถึงความจำเป็นต่อการกู้เงินเนื่องจากวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นและงบประมาณ ปี2569 มีไม่เพียงพอต่อขนาดของผลกระทบ และภาระค่าใช้จ่ายต่อการแก้ไขวิกฤติพลังงาน รวมถึงการใช้มาตรการทางการคลัง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทัน หากไม่ทำจะทำให้วิกฤติยืดเยื้อ เพิ่มความเสี่ยงเชิงระบบเศรษฐกิจ จึงต้องตรา พ.ร.ก. นอกจากนั้นต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก สำหรับการตราพ.ร.ก.ฉบับนี้ เพื่อเป้าหมาย รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจฉุกเฉิน หลีกเลี่ยงไม่ได้ และช่วยเหลือประชาชนเกษตรกร ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ลดการใช้พลังงานฟอสซิล ให้เร็วที่สุด รวมถึงส่งเสริมใช้พลังงานทดแทน พลังงานทางเลือกในประเทศ
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ภาพรวมการกู้เงินของรัฐบาล เกิดสถานการณ์วิกฤติ รัฐบาลพยายามบริหารจัดการแหล่งเงิน แต่มีไม่เพียงพอ ไม่ทันสถานการณ์ และเป็นวิกฤติใช้ ต้องใช้เงินแก้ปัญหาผลกระทบ 4 แสนล้านบาท ใช้วิธีงบประมาณปกติ หรือ กู้เงินตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสุดท้าย ทั้งนี้การกู้เงินดังกล่าว และกู้เงินกรณีดังกล่าว ไม่กระทบต่อการบริหารหนี้สาธารณะ ที่กฎหมายวางกรอบไว้ไม่เกิน 70% ขณะที่การใช้เงินกู้ให้คุ้มค่า จำเป็นเร่งด่วน ไม่ซ้ำซ้อน กำหนดให้ต้องผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการและเป็นไปตามบัญชีแนบท้าย
“สัปดาห์ที่ผ่านการเห็นชอบจากสภาฯ ตามขั้นตอนกฎหมาย รัฐบาลจึงเสนอต่อวุฒิสภาให้พิจารณาและหากไม่มีปัญหาใดๆ ขอความกรุณาลงมติให้มีผลบังคับใช้ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พลังงาน สร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯ แถลงต่อวุฒิสภา นายกฯได้อ่านเหตุผลด้วยเสียงแหบแห้ง และมีอาการไอเป็นระยะ ซึ่งนายกฯ กล่าวต่อที่ประชุมว่า กราบขออภัยจริงๆ ตนพยายามรักษาอาการป่วยของหลอดลม ไปให้หมอดริฟยาแล้ว ก็ดีขึ้น แต่เนื่องจากตนเห็นว่าเรื่องนี้มีความจำเป็น และเพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ต้องให้เกียรติต่อวุฒิสภา จึงตัดสินใจที่จะมาขอแถลงยืนยัน พ.ร.ก. ด้วยตัวเอง




