หน้าแรก การเมือง รัฐบาลลงนามสร...

รัฐบาลลงนามสร้าง 2 สะพานใหญ่ ‘สงขลา-พัทลุง-เกาะลันตา’ เชื่อมโครงข่ายภาคใต้

31.08.26 | 14:33 น.
สร้าง 2 สะพานใหญ่

นายกฯ เป็นประธานสักขีพยาน ลงนามสร้าง 2 สะพานใหญ่ ‘สงขลา-พัทลุง-เกาะลันตา’ เชื่อมโครงข่ายภาคใต้ ชี้เป็นเริ่มต้น Missing Link กำชับคุมงานให้เรียบร้อย ต้องเสร็จทันกำหนดสัญญา ดักทางผู้รับเหมา เล่าเรื่องขำ “เบี้ยวงานตกนรกหมด”

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่โรงแรมบุรีศรีภู ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ภายใต้แนวทางการพัฒนาระบบคมนาคมสีเขียว (Green Transport) เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้อย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพิธีลงนามครั้งนี้ ครอบคลุม 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมระหว่างอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา เชื่อมระหว่างตำบลเกาะกลางกับตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่


โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางระหว่างจังหวัดสงขลา และพัทลุง ลดระยะเวลาและต้นทุนการเดินทาง ตลอดจนสนับสนุนการขนส่งสินค้าและการเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนโดยรอบทะเลสาบสงขลา ขณะที่ โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จะช่วยยกระดับการเดินทางเข้าสู่พื้นที่เกาะลันตา เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคม และสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในจังหวัดกระบี่

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้รู้สึกภาคภูมิใจที่คณะรัฐมนตรี และข้าราชการที่มีส่วนร่วมในการริเริ่มโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ได้มีโอกาสเห็นความฝันของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เกิดขึ้นจริง

“สิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นความฝัน เป็นสิ่งที่ท่านอยากให้เกิดขึ้นได้จริงในจังหวัดของท่าน นี่คือสิ่งที่ผมอยากสร้างความเชื่อมั่นและยืนยันกับพ่อแม่พี่น้องชาวสงขลา ชาวพัทลุง และชาวกระบี่ทุกคน” นายอนุทิน กล่าว

Advertisement

สร้าง 2 สะพานใหญ่

นายอนุทิน กล่าวว่า ตั้งแต่ตนได้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคมในฐานะรองนายกรัฐมนตรี สิ่งแรกที่ได้ยินจากประชาชนใน 3 จังหวัดนี้ คือเมื่อไรจะมีโครงการสะพานทั้ง 2 โครงการเกิดขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชน

“วันนี้ผมรู้สึกยินดีที่ได้มาเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างทั้งสองโครงการ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย” นายกฯ ระบุ

นายกฯ กล่าวว่า หากพูดถึงความฝันของพี่น้องประชาชนชาวพัทลุง และสงขลา การทำให้ความฝันดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ถือเป็นบุญวาสนาของตนที่ได้มาเป็นสักขีพยานในวันนี้ พร้อมยืนยันว่าตน คณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จะทำทุกอย่างเพื่อให้โครงการทั้งสองดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

“ขอให้มั่นใจว่าผม และ นายพิพัฒน์รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คิด จะทำทุกอย่างให้โครงการทั้งสองโครงการนี้ดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด แล้วภาพชีวิตจะดีขึ้นขนาดไหน จากสงขลาไปพัทลุง 2 ชั่วโมง อีกไม่กี่ปีจากสงขลาไปพัทลุงจะใช้เวลาเพียง 15 นาที หรือไม่เกินครึ่งชั่วโมง ทำให้ประหยัดเวลาและต้นทุนชีวิต และเพิ่มโอกาสอีกมากมาย” นายกฯ กล่าว

นอกจากนี้ ในจังหวัดกระบี่จะมีโครงการสะพานเชื่อมต่อเกาะลันตา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ จะต้องเป็นศูนย์กลางของความเจริญทั้งด้านเศรษฐกิจ การใช้ชีวิต และโอกาสของประชาชน รวมถึงการดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ และเสริมความมั่นคงให้กับประเทศ

“ทั้งสองสะพานนี้จะเป็นสะพานแห่งโอกาสของรัฐบาล ที่ตั้งใจให้เดินควบคู่ไปกับการพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ละเอียดอ่อนและมีคุณค่าทางธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดี สัตว์ป่าคุ้มครอง และเป็นสมบัติทางธรรมชาติของประเทศไทย รัฐบาลจึงมีนโยบายชัดเจนว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและคมนาคมต้องไม่แลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ

“โครงการนี้จึงได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสูงสุดและมีความเข้มงวด” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า เมื่อทั้งสองสะพานแล้วเสร็จ จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในทุกมิติ เพิ่มความปลอดภัย อำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้า และถือเป็นจุดเริ่มต้นของ Missing Link ที่จะเชื่อมโยงเส้นทางผ่านจังหวัดพังงาและกระบี่

“นี่คือคำตอบอย่างชัดเจนว่า Missing Link คืออะไร เมื่อเชื่อมกันหมดแล้ว ต้องเชื่อมทั้งบนและล่าง รวมถึงทะแยงด้วย เมื่อทำแล้ว เราจะได้เปรียบที่สุดในทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ ในฐานะศูนย์กลางของสมาคมอาเซียน” นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า การค้าในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประชากร 70 ล้านคน หากสามารถเชื่อมโยงการเดินทางและการค้ากับประเทศต่าง ๆ ได้ ประเทศไทยจะเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชนอีกกว่า 1,000 ล้านคนในภูมิภาค จึงต้องสะสมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน อาเซียนถือเป็นภูมิภาคที่ยังมีความมั่นคงปลอดภัยและไร้ความขัดแย้งมากที่สุด นี่คือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ

ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว นายกฯ กล่าวว่า ทั้งสองโครงการจะช่วยเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพ โดยโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาจะเชื่อมแผ่นดินจังหวัดกระบี่ไปยังเกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่

“สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากกว่าการให้รถวิ่ง คือให้จักรยานวิ่งได้ด้วย เป็นพื้นที่ส่งเสริมแก่ผู้ที่รักสุขภาพทั้งหลาย ได้ใช้ชีวิตด้วยความสุขและเพลิดเพลินใจ และอยากมาท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับโอกาสมากมาย” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า การพัฒนาโครงการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การเชื่อมจังหวัด 2 จังหวัดเป็นการเชื่อมสวรรค์ทั้ง 2 แห่ง ไม่ใช่การเชื่อมสวรรค์กับนรก เพราะมีเรื่องเล่าว่า พระเจ้าคุยกับยมบาล อยากเชื่อมสวรรค์กับนรก โดยการสร้างสะพานกันคนละครึ่งทาง ต่างฝ่ายต่างจ้างผู้รับเหมามาทำคนละครึ่ง 1 ปีผ่านไป ทางนรกทำได้มาครึ่งทาง แต่ทางสวรรค์ยังไม่เริ่มตอกเสาเข็ม ยมบาล จึงสอบถามพระเจ้าว่า เหตุใดยังไม่เริ่ม ทางพระเจ้าบอกว่า หาผู้รับเหมาไม่ได้ ยมบาลบอกว่า จะไม่มีผู้รับเหมาได้อย่างไรแต่ละปีมีขึ้นสวรรค์ไปกี่คน ทางพระเจ้าจึงตอบกลับว่า มันไม่มีหรอก ผู้รับเหมาอยู่ในนรกหมด ขอให้พวกท่านอย่าทำเช่นนี้ ทั้ง พัทลุงสงขลา ลันตา น้อยลันตาใหญ่ ต้องเป็นสวรรค์หมด ให้เป็นนรกไม่ได้ ขอให้ทำโครงการตามเจตนารมณ์รักธรรมชาติคุณภาพต้องดีทำโครงการเสร็จตามสัญญา และให้เป็นสัญลักษณ์ให้ประเทศไทยได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก