“อัครเดช” หนุน TH-AI Passport รัฐบาล เปิดโลก AI ให้เยาวชนราชบุรี เสียงตอบรับดีเกินคาด ชี้ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มโอกาสการเรียนรู้ ต่อยอดอาชีพสู่อนาคตดิจิทัล
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย เดินหน้าสนับสนุนนโยบาย TH-AI Passport ของรัฐบาล จัดกิจกรรมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมนักเรียนและเยาวชนสู่โลกดิจิทัล ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยมีนักเรียนและเยาวชนจาก 6 โรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
กิจกรรมดังกล่าวได้เชิญสำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัลมาให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี AI รวมถึงแนวทางการเข้าถึงและใช้สิทธิประโยชน์จาก TH-AI Passport ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งด้านการเรียน การศึกษา การค้นคว้าข้อมูล และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต
นายอัครเดช กล่าวว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในแทบทุกมิติ ทั้งการศึกษา การทำงาน และการประกอบอาชีพ ดังนั้น การเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง ถือเป็นเรื่องสำคัญ และสอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในการเตรียมความพร้อมประชาชนให้สามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“TH-AI Passport เป็นนโยบายที่ช่วยเปิดโอกาสให้คนไทย โดยเฉพาะเยาวชน ได้เข้าถึงเครื่องมือ AI และเรียนรู้การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เราจึงอยากให้เด็กๆ ในราชบุรีได้รับโอกาสนี้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงรู้จัก AI แต่ต้องรู้จักใช้ AI ให้เป็น และนำไปต่อยอดได้จริง” นายอัครเดช กล่าว
สำหรับเสียงตอบรับจากนักเรียนและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยหลายคนมีประสบการณ์ใช้แอปพลิเคชัน AI อยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นบริการในรูปแบบฟรี ซึ่งมีข้อจำกัดด้านฟังก์ชันและความสามารถในการใช้งาน เมื่อได้รับความรู้เกี่ยวกับ TH-AI Passport และสามารถสมัครใช้สิทธิตามโครงการ จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
นายอัครเดช กล่าวอีกว่า การสนับสนุนให้เยาวชนเข้าถึง AI ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากการต้องสมัครแพ็กเกจ AI ที่มีค่าใช้จ่ายหลายร้อยบาทต่อเดือน ขณะเดียวกันยังสามารถนำความรู้ไปต่อยอดในการสร้างผลงาน พัฒนาทักษะ และเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต
นอกจากนี้ เยาวชนที่ผ่านการอบรมยังสามารถทำหน้าที่เป็น “ผู้ส่งต่อความรู้” โดยนำสิ่งที่ได้รับไปบอกต่อเพื่อนนักเรียน รวมถึงผู้ปกครอง เพื่อให้คนในครอบครัวได้เห็นประโยชน์ของ AI และสามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน การประกอบอาชีพ หรือสร้างรายได้เพิ่มเติม
“วันนี้เราไม่ได้สอนเด็กให้ใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้เขาเห็นว่า AI สามารถเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสให้กับชีวิตได้ ทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน และการสร้างอาชีพ หากรัฐบาลเปิดประตูให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี เราก็ต้องช่วยกันทำให้คนไทย โดยเฉพาะเยาวชน ใช้ประโยชน์จากประตูบานนี้ให้ได้มากที่สุด” นายอัครเดช กล่าว
นายอัครเดช ย้ำว่า การผลักดันความรู้ด้าน AI ลงสู่สถานศึกษาและชุมชน ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการสนับสนุนนโยบาย TH-AI Passport ของรัฐบาล เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี ลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล และเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานและเศรษฐกิจยุคใหม่

