ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่เรียกกันว่า “คดีฮั้ว ส.ว.” โดยตั้งคำถามว่า “ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ แล้วปลายทางจะกลายเป็นความจริงได้อย่างไร?” พร้อมเรียกร้องให้สังคมตรวจสอบที่มาและความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนปลงใจเชื่อ
นายศุภชัยกล่าวว่า ปัจจุบันมีการนำเอกสารหรือข้อมูลที่กล่าวอ้างว่าเป็น “สำนวนของคณะ 26” ออกมาเผยแพร่และขยายความ แต่ยังมีคำถามสำคัญว่า เอกสารดังกล่าวได้มาอย่างไร เป็นเอกสารจริงและครบถ้วนเพียงใด เป็นข้อมูลระหว่างกระบวนการ หรือเป็นข้อยุติที่องค์กรผู้มีอำนาจรับรองแล้ว
อย่างไรก็ตาม กลับมีการนำข้อมูลดังกล่าวไป “บด ขยี้ ตีความ และโยงต่อ” ถึงบุคคลต่าง ๆ ก่อนประกอบเป็นเรื่องราวจนเสมือนว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดได้รับการพิสูจน์แล้ว
นายศุภชัยยังตั้งข้อสังเกตถึงผู้หลักผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ และนักวิชาการบางส่วนที่เข้าร่วมสัมมนา แสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์ต่อจากข้อมูลเหล่านี้ โดยเห็นว่า สิ่งแรกที่ควรทำคือย้อนกลับไปตรวจสอบต้นทางว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว หรือยังเป็นเพียงข้อกล่าวหา
พร้อมยก “หลักกาลามสูตร” ที่สอนว่าไม่ควรปลงใจเชื่อเพียงเพราะได้ยินต่อกันมา เป็นกระแส มีการอ้างตำรา หรือเพราะผู้พูดเป็นบุคคลที่เชื่อถือ แต่ควรพิจารณาไตร่ตรองด้วยเหตุผลและตรวจสอบอย่างรอบด้าน
นายศุภชัยกล่าวว่า หลักคิดดังกล่าวยิ่งควรนำมาใช้กับข้อกล่าวหาทางการเมือง เพราะการกล่าวหาบุคคลว่ากระทำผิดกฎหมายกระทบทั้งชื่อเสียงและสิทธิของบุคคล จึงไม่ควรถูกตัดสินด้วยเวทีสัมมนา คลิปในโซเชียลมีเดีย หรือจำนวนครั้งที่ข้อกล่าวหาถูกพูดซ้ำ นอกจากนี้ หากเอกสารที่ถูกนำมาเผยแพร่มาจากกระบวนการสอบสวนหรือไต่สวนซึ่งกฎหมายจำกัดการเปิดเผย ก็ควรตรวจสอบด้วยว่า ผู้ที่ได้มา ผู้เผยแพร่ และผู้ที่นำไปขยายผล ได้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของที่มาหรือไม่ โดยมองว่าเป็นเรื่องของ “หลักนิติรัฐ”
“ถ้าเราจะเรียกร้องให้ผู้ถูกกล่าวหาเคารพกฎหมาย ผู้กล่าวหาก็ต้องเคารพกฎหมายเช่นเดียวกัน จะเลือกเคารพเฉพาะกฎหมายที่เป็นประโยชน์แก่ข้อกล่าวหาของตน แต่ไม่สนใจหลักกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้” นายศุภชัยกล่าว
นายศุภชัยกล่าวว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ และนักวิชาการควรเป็น “เบรกทางปัญญา” ของสังคม ไม่ใช่ “คันเร่งของกระแส” พร้อมย้ำว่า ก่อนเชื่อ พูด หรือกล่าวหาว่าใครกระทำผิด ควรกลับไปสู่หลักง่าย ๆ คือ “อย่าเพิ่งเชื่อ เพียงเพราะเขาพูดกันมา”
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้นายศุภชัยออกมาอธิบายว่า คณะ 26 และคณะ 36 มีหน้าที่แตกต่างกัน โดยคณะ 26 ทำหน้าที่สืบสวนและไต่สวน ขณะที่คณะ 36 ทำหน้าที่ในขั้นกลั่นกรองสำนวน ก่อนที่ กกต.ชุดใหญ่จะเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดคดี พร้อมย้ำว่าการพิจารณาต้องยึดพยานหลักฐาน ไม่ใช่กระแสสังคม

