ดับไฟใต้ – “อนุทิน” ชี้ “นายกฯ-มท.1” คนเดียวกัน แก้ไฟใต้ทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกันเป็นรูปธรรม ดึงคนในพื้นที่ช่วยสื่อสาร หากอยากเห็นสันติสุข ไม่กล้าพูดปัญหาจะจบ เหตุเกิดมา 30-40 ปีแล้ว แต่มั่นใจจากนี้เป็นหนึ่งเดียวแน่นอน หวังความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทำให้ความสงบสุขเกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องไม่ปิดช่องเจรจา-บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
เมื่อเวลา 13.25 น.วันที่ 1 กันยายน 2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ว่า ได้รับฟังความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องการบริหารแนวชายแดน จะดำเนินการอย่างไร หรือหากจะมีนโยบายในการปิดด่าน ก็ได้รับเสียงสะท้อนว่า หากปิดหมด ก็ทำมาหากินลำบาก ซึ่งต้องรับฟัง ส่วนจุดไหนที่ยังไม่มีความเสี่ยงมาก ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมหรือกำกับดูแล สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงการสื่อสารซึ่งกันและกัน อีกเรื่องคือการปรับปรุงแผนควบคุมสถานการณ์และมาตรการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งได้ประชุม สมช.ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องปรับปรุงรูปแบบการทำงานให้บูรณาการร่วมกันอย่างชัดเจน
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า สมัยก่อน เมื่อพูดถึงการบูรณาการ นายกรัฐมนตรีคนนึง รัฐมนตรีมหาดไทยก็คนนึง แต่วันนี้เป็นคนเดียวกันแล้ว การบูรณาการจะเห็นเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีก็กำกับดูแลตำรวจ กองทัพ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ดูแลฝ่ายปกครอง เพราะฉะนั้นจากนี้ไปก็จะเห็นว่า นายอำเภอ ตำรวจ ทหาร หน่วยงานความมั่นคง พลเรือน จะร่วมกันทำงานร่วมกัน และก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง หรือบุคลากรให้เหมาะสม โดยทั้ง 4-5 คน ที่เป็นหัวเรือนี้ ต้องทำงานร่วมกันให้ได้
เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ผลการหารือกับคนในพื้นที่ โดยชูธงคนในพื้นที่ช่วยแก้ไฟใต้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องทำงานร่วมกัน ประชาชนบอกให้รัฐบาลต้องทำแบบนี้ รัฐบาลก็ต้องรับฟังทั้งหมด แต่ทุกท่านก็ต้องช่วยรัฐบาลด้วย เพราะรัฐบาลไม่มีทางรู้จักคนในพื้นที่ได้มากกว่าญาติพี่น้องของพวกเขาที่อยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นอยากเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว รัฐบาลมีทั้งงบประมาณและสิ่งสนับสนุนต่างๆ
“เจตนาเพื่อทำให้พวกเขา สามารถสร้างสันติสุขในพื้นที่ของพวกเขาได้ ถ้าพวกเขาร่วมมือกันในการทำงาน แลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือการเจรจา ต้องไม่ปิดช่องเจรจา ซึ่งเราได้มีการเปลี่ยนยุทธศาสตร์การบริหารเพื่อความมั่นคง โดยเน้นเรื่องการเจรจา และต้องเคารพกฎหมาย โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรงไหนที่ต้องเข้าไปปราบปราม หรือหากเขามารังแกเรา ทำเรื่องความไม่สงบ เราก็ต้องดำเนินการ ตรงนี้ไม่มีใครห้ามเราอยู่ ไม่ใช่เราไม่พูดคุยกับเขาเลย” นายกฯระบุ
เมื่อถามว่า การปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้จะทำให้ไฟใต้ดับลงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “มันต้องดีขึ้น จะมาบอกว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นมา 30-40 ปีแล้ว พอมาเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งเดียว โอ้โหจะเปลี่ยน แล้วมั่นใจได้เลย มันไม่มีใครพูดได้ แต่ตนมั่นใจว่า ฝ่ายรัฐบาล ภายใต้การนำที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าจะได้เห็นการบูรณาการความร่วมมือ ในฝ่ายบริหาร ที่ให้บริการพี่น้องประชาชน อย่างเป็นหนึ่งเดียวแน่นอน ตอนนี้สิ่งเดียวที่คาดหวัง และอยากให้เกิดขึ้นก็คือ การร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกฝ่าย ในการที่จะทำให้ความสงบสุขเกิดขึ้น
เมื่อถามว่า การที่จะแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้จะเป็นการเพิ่มจำนวนเก้าอี้ ส.ส.ให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ร้องโอ้โห ก่อนจะบอกว่า อย่าไปถามแบบนี้ นี่เป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองไหน ตอนนี้เป็นรัฐบาล ต้องมีหน้าที่ทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะเลือกพรรคไหนมา หากเป็น 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็ต้องสร้างสันติสุข และสร้างเศรษฐกิจคุณภาพชีวิตคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน

