หน้าแรก การเมือง เท้ง ถาม ครม....

เท้ง ถาม ครม.สัญจร สะพัดมีงบ 5 หมื่นล้านลงใต้ ถามคนพื้นที่ได้อะไร หรือแค่จัดเค้กให้กลุ่มทุนใกล้ชิด?

1.09.26 | 16:15 น.

‘ณัฐพงษ์’ ดักคอ ครม.สัญจรสงขลาสะพัดงบ 5 หมื่นล้าน ถามคนใต้ได้อะไร หรือแค่จัดเค้กให้กลุ่มทุนใกล้ชิด หนุน ‘นายกฯ’ เลิกตั้งรับไฟใต้ แต่จี้ปฏิรูปงานข่าว ปรับความไว้ใจ ปชช. เตรียมเสนอสภาถกญัตติด่วน 4 ก.ย.นี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.สงขลา ว่า สิ่งที่สำคัญมากกว่านอกจากที่รัฐบาลประกาศว่าจะมีโครงการงบประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาทลงพื้นที่ภาคใต้ พรรคประชาชนไม่ได้ติดใจตัวงบประมาณที่ลงไป แต่สิ่งสำคัญคือคนใต้จะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการต่างๆ


นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ไม่ต้องการเห็น หากสังเกตจากการอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลัง ที่ตัวแทนของรัฐบาลยอมรับผ่านการประชุมของสภาผู้แทนและวุฒิสภาว่า โครงการมีแต่งบประมาณ แต่ยังไม่มีแผนอะไร ดังนั้น จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลไม่มีแผนแต่กู้เงินก้อนใหญ่ แปลว่าหาเงินมาก่อนค่อยหางานมาทำหรือไม่

“คำว่าหาเงินมาทำ เราตั้งข้อสังเกตว่า หาผู้รับเหมาที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลมารับงานหรือไม่ ไม่ต้องการให้เกิดภาพแบบนั้นขึ้น กรณีนี้เช่นเดียวกัน 5 หมื่นล้าน ที่กำลังจะลงไปในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ต้องการให้รัฐบาลให้ภาพอย่างชัดเจนว่า อย่างน้อยอะไรเป็นเป้าหมายตัวชี้วัด ที่คนใต้จะได้ประโยชน์อะไร มีความชัดเจนของโครงการระดับหนึ่ง มากกว่าที่จะโยนเงินก้อนใหญ่ไปแล้วสุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์อาจเป็นกลุ่มทุน แต่ประชาชนกลับไม่ได้ประโยชน์อะไร” นายณัฐพงษ์กล่าว

เมื่อถามว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจามีการพูดคุยกับวิปว่าจะมีการพิจารณาวันที่ 4 กันยายนนี้ โดยมองว่าประเด็นสำคัญในขณะนี้นายกรัฐมนตรีมีการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม สมช. ว่าฝ่ายรับหรือหน่วยงานของงรัฐไม่ควรเป็นฝ่ายตั้งรับ หรือรอให้เกิดสถานการณ์แล้วไปแก้ไข ซึ่งเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว

Advertisement

“แต่คำถามสำคัญในเรื่องของการข่าวของหน่วยในพื้นที่ เรากำลังมีปัญหาหรือไม่ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันเดียวกันพร้อมกันหลายสิบจุด เป็นแบบนี้ต้องกลับมาตั้งคำถามว่าเราต้องเข้าไปแก้ไขในเรื่องของกระบวนการข่าวของเราอย่างไร ซึ่งสิ่งสำคัญคือการที่คนในพื้นที่ และประชาชนในพื้นที่ ต้องให้ความไว้ใจกับหน่วยงานของรัฐ ถึงจะได้การข่าวที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายณัฐพงษ์กล่าว