หน้าแรก การเมือง อัครเดช โต้ ณ...

อัครเดช โต้ ณัฐพงษ์ ระบอบสีน้ำเงินไม่มีจริง ยันนายกฯ-รมต. ไม่กลัวศึกซักฟอก ตอบได้ทุกประเด็น

2.09.26 | 08:59 น.

“อัครเดช”โต้ “ณัฐพงษ์” “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่มีจริง ซัดอย่ามโน-อย่าเล่นวาทกรรม ชี้ ภท.ได้เกือบ 200 เสียงคือ เสียงไว้วางใจจากประชาชน”ที่มอบให้ ยัน นายกฯ-รมต.ไม่กลัวศึกซักฟอก สามารถตอบได้ทุกประเด็น มั่นใจเดินหน้าโครงการเพื่อปชช.เป็นรูปธรรม

 


เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย และวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าจะเปิดโปงความเลวร้ายของ “ระบอบสีน้ำเงิน” ว่า ระบอบสีน้ำเงินไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงวาทกรรมที่ฝ่ายค้านฯพยายามสร้างขึ้นมา เพื่อทำให้ประชาชนมองเห็นภาพว่ามีระบอบดังกล่าว ทั้งที่ความเป็นจริงไม่มี

นายอัครเดช กล่าวว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างถล่มทลาย เกือบ 200 เสียง ถือเป็นระดับความไว้วางใจที่สูงมาก และตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีพรรคการเมืองใดได้รับเสียงสนับสนุนในระดับนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของรัฐบาลที่เกิดจากความไว้วางใจของประชาชน

“หัวหน้าพรรคประชาชน พยายามนำความแข็งแกร่งที่พรรคภูมิใจไทยได้รับความศรัทธาจากประชาชน ไปสร้างเป็นวาทกรรมว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน แต่ข้อเท็จจริง นี่คือความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ ไม่ใช่ระบอบอะไรทั้งนั้น” นายอัครเดช กล่าว

Advertisement

นายอัครเดช กล่าวถึงกรณีที่มีความพยายามกล่าวหาพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.ว่า หากจะพูดเรื่องนี้ควรมองข้อเท็จจริงให้รอบด้าน เพราะในอดีตบุคคลและกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือแนวร่วมกับพรรคประชาชน ตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคก้าวไกล ก็เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่อาจจะมองได้ว่าเป็นการจัดตั้ง สว. และมีหลักฐานเกี่ยวกับการนัดพบ นัดพูดคุยกันอย่างเปิดเผย เพียงแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

“อย่าเอาพฤติกรรมที่ตัวเองเคยทำแล้วไม่สำเร็จ มาป้ายสีคนอื่นว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน เพราะมันเป็นเพียงความพยายามนำแนวร่วมและพฤติกรรมของตนเองในอดีตมาสร้างภาพจำให้ประชาชนเข้าใจผิด” นายอัครเดช กล่าว

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า การทำงานการเมืองควรเป็นการเมืองที่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯและรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยหวาดกลัวการตรวจสอบ เพราะมั่นใจว่าตลอดช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการต่างๆ เพื่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และหลายเรื่องเป็นสิ่งที่รัฐบาลในอดีตยังไม่สามารถดำเนินการได้ ทั้งการปฏิรูปด้านพลังงาน,การส่งเสริมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ,ไทยช่วยไทยพลัส ,ประกันภัยพิบัติชาติ ,แนวทางการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดในอนาคตซึ่งล้วนเป็นแนวทางที่รัฐบาลกำลังผลักดันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้น นายอัครเดช กล่าวว่า จากการทำงานของรัฐบาลในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มั่นใจว่านายกฯไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต และเมื่อพบกรณีที่มีข้อสงสัย เช่น ปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่น รัฐบาลก็ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง ทั้งตรวจสอบ ขุดรากถอนโคน การโยกย้ายบุคคลที่เกี่ยวข้องออกจากตำแหน่ง การเปิดทางให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาตรวจสอบ รวมถึงการดำเนินการของ รมช.มหาดไทยในการเพิกถอนการบรรจุบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะทำให้บ้านเมืองสะอาด ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน

“ดังนั้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่เคยกลัว และพร้อมตอบทุกประเด็น ขอเพียงฝ่ายค้านอย่าใช้วาทกรรมหรือข้อมูลเท็จมาโจมตี แต่ขอให้นำหลักฐานจริงมาอภิปราย เพราะมั่นใจว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยสามารถตอบได้ทุกประเด็น” นายอัครเดช กล่าว

นายอัครเดช กล่าวด้วยว่า ขอฝากถึงนายณัฐพงษ์ว่า การทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านควรเป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ หากจะกล่าวหาใครควรอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ไม่ใช่ออกมาให้ข่าวโจมตีนายกฯเป็นรายวัน เพราะอาจทำให้การเมืองกลายเป็นเพียง “ลิเกการเมือง” ที่มุ่งแต่โจมตีกัน และการเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ประชาชนจะจดจำไม่จำเป็นต้องออกมาโจมตีรัฐบาลตลอดเวลา แต่สามารถทำหน้าที่เสนอคำแนะนำ ตรวจสอบ และชี้ให้เห็นถึงปัญหาอย่างตรงไปตรงมาได้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศมากกว่า