หน้าแรก การเมือง ย้อนไทม์ไลน์ ...

ย้อนไทม์ไลน์ 4 นายกฯ มหากาพย์เปลียนที่จัดพืชสวนโลก จาก อ.คง มาเป็นปากช่อง ชาวบ้านเศร้าเสียป่า 678 ไร่ฟรีๆ

2.09.26 | 11:56 น.

ย้อนไทม์ไลน์ 4 นายกฯ มหากาพย์เปลียนที่จัดพืชสวนโลก จากอ.คง มาเป็นปากช่อง ชาวบ้านเศร้าเสียป่า 678 ไร่ฟรีๆ

“หากพูดถึงหมุดหมายสำคัญของประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติช่วงปลายทศวรรษนี้ ชื่อของ “มหกรรมพืชสวนโลก นครราชสีมา 2572” Korat Expo 2029 ถือเป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์ที่ถูกจับตามองมากที่สุด ในฐานะมหกรรมจัดแสดงพันธุ์ไม้ระดับ A1 ที่ยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ซึ่งจะพลิกโฉม “โคราช” สู่มหานครสีเขียวระดับโลก แต่ทว่าเส้นทางขับเคลื่อนตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลับเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อม ความขัดแย้งทางนโยบาย และการปะทะกันทางความคิดระหว่าง “การพัฒนาและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค” กับ “ความคุ้มค่าทางงบประมาณสูงสุด” จนกลายเป็นมหากาพย์ที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง


หลังจาก ครม.มีมติเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เห็นชอบให้ย้ายสถานที่จัดงานมหากรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา จาก อ.คง ไป อ.ปากช่อง โดยหลังจากมีมติออกไป ชาวบ้านอำเภอคง ได้ออกมายอมรับว่าเสียใจกับการตัดสินใจย้ายสถานที่ในครั้งของรัฐบาลอนุทินเป็นอย่างมาก เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่เตรียมสถานที่กันมาตั้งแต่เจ้าหน้าที่จากต่างประเทศลงตรวจสอบพื้นที่ โดยชาวบ้านเผยว่า ป่าที่ต้องถูกทำให้หายไปกว่า 678 ไร่ เพื่อเตรียมพื้นที่จัดงานพืชสวนโลกนั้น เป็นป่าเต็งรังมีพันธุ์ไม้และเห็ดหลากสีสันอีกหลายชนิด รวมไปถึงแหล่งน้ำก็มีเพียงพอต่อการจัดงาน ที่สำคัญคือพื้นที่สำหรับจัดงานนั้นก็ผ่านการประเมินแล้วและก็ได้สร้างความประทับใจให้กับคณะกรรมการพืชสวนโลกจากความหลากหลายทางชีวะภาพแล้ว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้เรียบเรียงไทม์ไลน์กว่าจะได้เป็นงาน “พืชสวนโลกโคราช” นั้น ผ่านมาแล้วกี่ปีกี่รัฐบาล โดยเริ่มจากการเตรียมยื่นประมูลมาตั้งแต่ ปี 2564 ภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ยาวมาถึงรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน รัฐบาลแพทอธาร ชินวัตร และสุดท้าย เคาะเย้ายสถานที่ใน รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล

  • 4 มกราคม 2565

ครม.อนุมัติกรอบวงเงินจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569 วงเงิน 2,500 ล้านบาท และจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2572 วงเงินงบ 4,281 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 6,781 ล้านบาท มีกำหนดยื่นประมูลสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2572 ในช่วงเดือนมีนาคม 2565

Advertisement

โดยงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2572 (ระดับ A1) วงเงินงบ 4,281 ล้านบาท กำหนดสถานที่จัดงานเป็นบริเวณพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา รวม 678 ไร่ เป็นสถานที่จัดงานหลัก แบ่งเป็นพื้นที่จัดแสดง 523 ไร่ และพื้นที่รองรับจอดรถ 155 ไร่

โดยชูแนวคิดหลัก และวิสัยทัศน์ “ธรรมชาติและพรรณพืชเขียวขจี อนาคตแห่งโลกสีเขียว” (Nature and Greenery: Envisioning the Green Future) ที่มุ่งเน้นการแสดงออกถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมการเกษตรที่ทันสมัย มีกำหนดจัดขึ้นเป็นระยะเวลา 110 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2573 ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าชมงาน 2.6 ล้านคน และมีประเทศเข้าร่วมงาน 30 ประเทศ

  • 6 มีนาคม 2567

สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (The International Association of Horticultural Producers – AIPH) ประกาศให้สิทธิประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก (International Horticultural Expo) หรือ “โคราช เอ็กซ์โป 2029”

นายสุดที่รัก พันธุ์สายเชื้อ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เริ่มต้นเงินลงทุนจากรัฐบาลกลาง 4,800 ล้านบาท และยังมีการลงทุนจากนานาประเทศในการจัดทำบูธต่างๆ มากกว่า 35 ประเทศจากทั่วโลก

ด้าน ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการกล่าวขอบคุณหลายภาคส่วนที่มีส่วนร่วมขับเคลื่อนตั้งแต่วันแรกที่ริเริ่มโครงการ โดยหนึ่งในนั้นมี นายนิติพัฒน์ ขอดทอง นายอำเภอคง และ นายพิสุทธิ์ พร้อมจะบก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเทพาลัย โดยช่วงหนึ่งมีการกล่าวว่า “นับแต่นี้ต่อไปถือว่าเป็นงานหนักของพวกเราชาวโคราชและชาวไทยทุกคนที่จะช่วยกันเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้”

  • 24 มีนาคม 2567

มีรายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมพื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก นครราชสีมา 2572 (Korat Expo 2029) ณ บริเวณพื้นที่โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา 

  • 28 ตุลาคม 2567

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ที่ ห้องประชุมหลวงพ่อคูณปริสุทโธ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ เป็นประธานในการประชุมเตรียมความการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก

โดยการประชุมในครั้งนี้ได้รับข้อคิดเห็นจาก หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ให้ความเห็นในเรื่องการบูรณาการด้านการศึกษาโดยฝึกให้เยาวชนรุ่นใหม่ฝึกทักษะในการสังเกตลักษณะเชื้อชาติของนักท่องเที่ยวต่างประเทศจากบุคลิกท่าทางสำเนียง จะช่วยส่งให้งานมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้มีเสน่ห์และดึงดูดนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

โดยงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมาจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 พ.ย.2572 – 28 ก.พ.2573 ณ โคกหนองรังกาสาธารณประโยชน์ ต.เทพาลัย อ.คง จ.นครราชสีมา บนพื้นที่ 678 ไร่ การได้รับสิทธิ์จัดงานระดับโลกครั้งนี้ จะช่วยยกระดับจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมพืชสวน ภายใต้แนวคิด “ธรรมชาติและพรรณพืชเขียวขจี อนาคตแห่งโลกสีเขียว” (Nature & Greenery: Envisioning the Green Future)

หน่วยงาน-ประชาชนในพื้นที่ตื่นตัว ก่อนเจอกับการตั้งคำถามถึง ‘ความคุ้มค่า’

การจัดงานในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดแสดงดอกไม้หรือพืชสวนสวยงามเท่านั้น แต่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ไว้หลายด้าน ทั้งการกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ที่คาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาร่วมชมงานมากกว่า 2 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคบริการ โรงแรม ร้านอาหาร และวิสาหกิจชุมชน รวมทั้ง เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ทั้งทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์ M6) และระบบราง รองรับผู้คนที่จะหลั่งไหลเข้ามา อีกทั้งยังเป็นการยกระดับ Smart Green City ผลักดันให้จังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียงก้าวสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และออกแบบให้พื้นที่จัดงานให้สามารถต่อยอดใช้ประโยชน์หลังจบงาน (Legacy Plan) เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมระดับนานาชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวถาวร เพื่อประโยชน์ของคนในท้องถิ่นในระยะยาว ที่สามารถดึงการลงทุนไปสู่พื้นที่โซนเหนือของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งยังขาดโอกาสทางเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับตัวเมืองหรืออำเภอท่องเที่ยวหลัก

และแม้ตลอดช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารการจัดงานฯ และหน่วยงานในพื้นที่ จะเต็มไปด้วยความตื่นตัวเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างเต็มสูบ โดยมีการประชุมเตรียมความพร้อม ออกแบบผังแม่บทเบื้องต้น และประสานงานกับสมาคมพืชสวนโลกระหว่างประเทศ (AIPH) รวมถึง องค์การนิทรรศการระหว่างประเทศ (BIE) อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสิทธิการเป็นเจ้าภาพตามปฏิทินสากล โดยหลายฝ่ายในจังหวัดฯ ต่างคาดหวังว่า งานครั้งนี้จะเป็นหัวใจสำคัญในการพลิกโฉมเศรษฐกิจฐานรากของโคราช แต่เส้นทางสู่ปี 2572 ก็ยังมีความท้าทายที่ต้องก้าวผ่าน ทั้งๆ ที่โครงการถูกขับเคลื่อนไปได้ระดับหนึ่งแล้ว กลับต้องเผชิญกับอุปสรรคชิ้นใหญ่ เมื่อมีการหยิบยกประเด็น “ความคุ้มค่าในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว” ขึ้นมาทบทวน และมีการเสนอแนวคิดจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ย้ายสถานที่จัดงานไปยัง อ.ปากช่อง เพื่อให้มั่นใจว่า การจัดงานระดับนานาชาติครั้งนี้จะคุ้มค่ากับงบประมาณแผ่นดิน และสะท้อนศักยภาพของประเทศได้ดีที่สุด ก่อนที่จะนำเสนอการปรับเปลี่ยนพื้นที่ต่อที่ประชุม AIPH ในวันที่ 4 กันยายน 2569 ที่จะถึงนี้ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) หรือ สศช. ไปศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว และเปรียบเทียบความพร้อมของพื้นที่ อ.คง กับ อ.ปากช่อง

  • 17 กรกฎาคม 2569

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้า งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2572 ครั้งที่3/2569 ว่า สำนักงบประมาณอยู่ระหว่างนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณจัดทำผังแม่บท (Master Plan) และได้สั่งการเร่งด่วนให้จัดทำเอกสารการขอรับรองสิทธิ (Bid Dossier) ใน 8 หัวข้อหลักให้เสร็จสมบูรณ์เพื่อเตรียมยื่นต่อองค์การนิทรรศการนานาชาติ (BIE) ภายในวันที่ 20 ก.ค.2569 นี้ ก่อนจะเดินทางไปประชุมรับรองสิทธิอย่างเป็นทางการ ณ ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงปลายปี 2569 ต่อไป

ส่วนในด้านแรงงาน การบริหารจัดการน้ำ และห้องพักรองรับกว่า 10,000 ห้อง ที่ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหอการค้าจังหวัดและประชาชนในพื้นที่ สอดรับกับการพัฒนาคมนาคมเชิงรุกของกระทรวงคมนาคมที่กำลังเร่งขยายช่องจราจรโครงข่ายหลักเพิ่มเติม และเตรียมเปิดใช้มอเตอร์เวย์ M6 อย่างเต็มระบบภายในปี 2570 ตลอดจนการรถไฟแห่งประเทศไทยที่เตรียมพร้อมรองรับ 3 สถานีหลัก (นครราชสีมา เมืองคง และบัวใหญ่) เพื่อเชื่อมต่อผู้เข้าชมงานเข้าสู่พื้นที่บริเวณโคกหนองรังกา อำเภอคง ได้อย่างไร้รอยต่อ

ผลการศึกษาสภาพัฒน์ชี้ ‘ปากช่องมีศักยภาพที่พร้อมกว่า’

ซึ่งผลการศึกษาของ สศช. ระบุว่า อ.ปากช่อง มีศักยภาพที่พร้อมกว่า ทั้งระบบการคมนาคมขนส่ง โรงพยาบาล และปริมาณห้องพักของโรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยวได้ทันที อีกทั้งประหยัดงบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน เพราะพื้นที่ใหม่ใน อ.ปากช่อง ขนาด 875 ไร่ เป็นที่ดินในความดูแลของกระทรวงเกษตรฯ อยู่แล้ว จึงไม่ต้องจัดซื้อที่ดินใหม่ แตกต่างจาก อ.คง ที่ต้องทุ่มงบสร้างระบบสาธารณูปโภคใหม่ทั้งหมด รวมถึง ปัญหาการเวนคืนและการจัดซื้อที่ดิน จึงมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ปรับเปลี่ยนสถานที่จัดงานเพื่อให้สามารถดำเนินการตรมขั้นตอนได้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งที่ประชุม ครม.ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ปรับเปลี่ยนสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกปี 2572 (Expo 2029 Korat Thailand) จากพื้นที่เดิมคือ โคกหนองรังกา ตงเทพาลัย อ.คง ไปจัดที่ อ.ปากช่อง แทน

  • ช่วงเดือน กรกฎาคม 2569

เริ่มมีกระแสข่าวว่า งานพืชสวนโลกโคราชจะย้ายไปจัดที่ปากช่อง แต่ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าฯนครราชสีมา กล่าวโต้กระแสข่าวดังกล่าวในการประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 ว่า “กระแสข่าวอาจย้ายไปจัดที่ อ.ปากช่อง ก็รับฟังไว้ได้ แต่ในที่ประชุมครั้งนี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด ขณะนี้ยืนยันสถานที่จัดงานยังอยู่ที่ อ.คง รับรายงานระบบสาธารณูปโภค ถนนหนทางได้ปรับปรุงมีความพร้อม

แล้วและความก้าวหน้าด้านอื่นๆ รุดหน้าไปพอสมควร”

  • 26 สิงหาคม 2569

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2572 ที่ อ.คง และศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14-15 สิงหาคมที่ผ่านมา

ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อประกอบการพิจารณาความเหมาะสมในประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ สถานที่จัดงาน การเสนอของบประมาณสำหรับการออกแบบผังแม่บท (Master Plan) รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่และการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างยั่งยืน (Legacy Plan) โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อยกระดับศักยภาพพื้นที่ สร้างโอกาสในการพัฒนา

คุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ

  • 29 สิงหาคม 2569

หลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุข้อเสนอของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมให้ปรับเปลี่ยนสถานที่จัดงานพืชสวนโลก 2572 เดิมพื้นที่ อ.คง ย้ายไป อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา อ้างเหตุผลศึกษาและเปรียบเทียบความคุ้มค่าทั้ง 2 พื้นที่ เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากจัดงานที่ อ.คง จะต้องใช้งบบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคจำนวนมาก กรณีเปลี่ยนสถานที่จะต้องนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน 2569

‘ปล้นความหวังและโอกาส’

โดย ประชาชนพื้นที่ 8 อำเภอ หรือ “โซนแอฟริกาโคราช” ประกอบด้วย อ.คง อ.บัวใหญ่ อ.ประทาย อ.บัวลาย อ.แก้งสนามนาง, อ.สีดา, อ.บ้านเหลื่อม และ อ.แก้งสนามนาง ของ จ.นครราชสีมา ขอให้การพัฒนาเศรษฐกิจไม่ควรกระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ ควรขยายโอกาสไปยังทุกอำเภอและผู้มีอำนาจช่วยกระจายความเจริญ การพัฒนามาในพื้นที่ 8 อำเภอ ด้วย

นายพิสุทธิ์ พร้อมจะบก นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทพาลัย อ.คง จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยผู้นำชุมชนและตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านไม่ต้องการให้ย้ายสถานที่จัดงาน ที่สภาพัฒน์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส เขต 16 จ.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ช่วยประสานงาน ความชอบธรรมที่ AIPS อนุมัติให้รวมถึงสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) หรือ TCEB ได้ยื่นเอกสารและประสานงานกับองค์การนิทรรศการนานาชาติ (BIE) การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกรวมทั้งชำระค่าประมูลสิทธิ์ต่างๆ

คนในพื้นที่โซนเหนือที่รอคอยการพัฒนามานาน และตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม รีสอร์ต และสนามกอล์ฟใน อ.ปากช่อง จนเกิดเป็นกระแสความขัดแย้งรุนแรง ถึงขั้นออกมารวมตัวกว่า 500 คน ในห้วงที่ผ่านมา ริมถนนมิตรภาพ บริเวณสามแยกบ้านวัด ต.เทพาลัย อ.คง เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้าน พร้อมขู่ยกระดับการชุมนุมปิดถนน และมีข้อเสนอเชิงสัญลักษณ์ ขอแยก 8 อำเภอโซนเหนือออกไปตั้งเป็นจังหวัดใหม่ เนื่องจากรู้สึกเสียดายโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่พื้นที่ ชุมชนต้องสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว การจ้างงาน และธุรกิจบริการรอบพื้นที่จัดงาน

ซึ่งชาวบ้านเฝ้ารอคอยงบประมาณและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตพื้นที่ชายขอบของโคราชมานานกว่า 10 ปี อีกทั้ง ในพื้นที่โคกหนองรังกา อ.คง มีการเตรียมพื้นที่ปรับพื้นที่ป่า รวมถึง ชาวบ้านและกลุ่มนางรำมีการซ้อมรำ ทำกิจกรรมโปรโมทงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 อำเภอโดยรอบมีการขยับขยายเตรียมตัวรองรับการจัดงานฯ จนเมื่อมาทราบข่าวว่ามีการย้ายสถานที่จัดแล้ว ต่างรู้สึกผิดหวังที่ทุกอย่างร่วมกันทำต้องสูญเปล่า เหมือนถูกปล้นโอกาส และสูญเสียงบประมาณ ทั้งๆ ที่บางจุดคืบหน้าไปกว่า 50 % แล้ว

  • 1 กันยายน 2569

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2564 และวันที่ 4 ม.ค. 2565 ในส่วนของสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 โดยปรับพื้นที่จัดงานจากป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตามข้อเสนอของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังดำเนินการสรุปผลการศึกษาความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่จัดงาน

ทั้งนี้ ครม. รับทราบการปรับชื่ออย่างเป็นทางการของงานตามข้อกำหนดของ BIE จากเดิม “Nakhon Ratchasima International Horticultural Expo 2029” หรือ “Korat Expo 2029” เป็น “International Horticultural Expo 2029 Korat Thailand” หรือ “Expo 2029 Korat Thailand” เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานและเอกสารทางการในกระบวนการรับรองการจัดงานระหว่างประเทศ

สำหรับพื้นที่ อ.คง สศช. เสนอให้จังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ที่ได้ดำเนินการเตรียมไว้แล้ว โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน เกษตรกร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่มีส่วนร่วมกำหนดแนวทาง เพื่อให้พื้นที่สามารถนำไปต่อยอดการพัฒนา สร้างความมั่นคงด้านอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

  • 1 กันยายน 2569

ในวันเดียวกัน นายวีรวิทย์ เชื้อจันอัด ชาวบ้านอำเภอคง บอกว่า รู้สึกเศร้าต่อการจากไปของผืนป่าหลาย กว่า 678 ไร่ ที่ถูกโค่นลงเพื่อเตรียมพื้นที่จัดงานพืชสวนโลก อีกทั้งความเชื่อมั่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ไปขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยเสียสละผืนป่าและที่ดินบางส่วนในการเตรียมพื้นที่จัดงานพืชสวนโลก และอีกเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดคือเรามีรัฐบาลที่ไม่ฟังเสียงของประชาชน โดนเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งเป็นพรรคที่มี ส.ส.ในพื้นที่ ซึ่งทำให้รู้สึกเสียใจมากที่มีตัวแทนประชาชนและรัฐมนตรีที่ไม่ฟังเสียงของประชาชนและไม่อยากสร้างโอกาสให้กับอำเภอคงและอำเภอโดยรอบแต่กลับเลือกที่จะไปพัฒนาอำเภอปากช่อง

รัฐบาลเร่งเครื่องเดินหน้าทำงานแข่งกับเวลา หลังเคาะย้ายที่จัด

หลังจาก ครม.ชี้ขาดให้ย้ายไปจัดที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อ.ปากช่อง อย่างเป็นทางการ รัฐบาลก็ต้องเร่งเครื่องเดินหน้าทำงานแข่งกับเวลา ภายใต้กรอบงบประมาณภาพรวม 4,281 ล้านบาท เพื่อส่งมอบแผนงานทั้งหมดให้ทันตามกรอบขององค์การ BIE และรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพมหกรรมระดับโลก ซึ่งได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการจัดทำผังแม่บท (Master Plan) และปรับเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการตามข้อกำหนดสากลเป็น International Horticultural Expo 2029 Korat Thailand พร้อมต้องเร่งยืนยันพื้นที่จัดงานแห่งใหม่ให้ทันตามเงื่อนไขขององค์กรระหว่างประเทศ โดยวันที่ 4 กันยายน 2569 จะต้องแสดงความพร้อมของพื้นที่ใหม่ต่อสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ต้องดำเนินการขอความเห็นชอบจากองค์การนิทรรศการนานาชาติ (BIE) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ให้ทันกำหนดการวันเปิดงานอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ส่วนแนวทางเยียวยาในพื้นที่เดิม ทาง สศช. ได้เสนอให้จังหวัดนครราชสีมา เร่งทำแผนแผนพัฒนาพื้นที่เดิม (Legacy Plan) เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและประชาชนใน อ.คง เข้ามามีส่วนร่วม นำพื้นที่โคกหนองรังกาที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ไปพัฒนาต่อยอดสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ในขณะที่ประชาชนในพื้นที่เดิม ยังเรียกร้องถึงความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และการกระจายโอกาสในการพัฒนาอย่างทั่วถึง เพื่อให้มั่นใจว่า เมกกะโปรเจกต์บทเรียนราคาแพงที่สะท้อนการบริหารจัดการโครงการระดับประเทศ และเป็นบทเรียนสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นไทยในระยะยาว ที่ภาครัฐชั่งน้ำหนักระหว่าง “ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมหภาค” กับ “ความรู้สึกมีส่วนร่วมและความเท่าเทียมของประชาชนในท้องถิ่น” นี้ จะไม่เป็นรอยแผลความขัดแย้ง จนกลายเป็นอุปสรรคการพัฒนาภูมิภาคระยะยาวต่อไปในอนาคต แต่จะสร้างประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนใน จ.นครราชสีมา ได้อย่างแท้จริง”