หน้าแรก การเมือง ศาลปกครองสูงส...

ศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่ง พลิกรับคำร้อง นพ.สรณ ไว้พิจารณา

2.09.26 | 13:48 น.

ศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น พลิก รับคำร้อง นพ.สรณ ต่อสู้ คณะกรรมการสรรหา กสทช. ไม่มีอำนาจ วินิจฉัยมีลักษณะต้องห้าม ประธาน กสทช.

เมื่อวันที่ 2 กันยายน ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองกลางเป็นให้รับคำฟ้องไว้พิจารณาในคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ขอให้ศาลฯมีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 ก.ค.69 ที่วินิจฉัยว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.มาตั้งแต่ต้น โดยให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลัง นับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าว เสมือนไม่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น


โดยศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 และเนื่องจากกฎหมายให้อำนาจในการออกคำสั่งหรือมีมติที่มีผลกระทบต่อบุคคล ซึ่งการมีคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 ก.ค.69 เป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ จึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง

นอกจากนี้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ อ้างอำนาจตามมาตรา 15/1 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ.2564) โดยชี้ว่าการไม่ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพ ถือเป็นการสละสิทธิ ตามมาตรา 18 และส่งผลให้ นพ.สรณ ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช.ต่อไปได้ได้ และต้องมีการสรรหา กสทช.ใหม่ โดย นพ.สรณ ไม่สามารถเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่ คำสั่งนี้จึงกระทบต่อสิทธิของ นพ.สรณ โดยตรง และเข้าข่ายเป็นคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 นพ.สรณ จึงเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวได้

รวมทั้ง นพ.สรณ ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 และยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2569 จึงอยู่ภายในระยะเวลาการฟ้องคดี 90 วันตามมาตรา 49 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ 2542 ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ เป็นให้รับคำฟ้องของ นพ.สรณ ไว้พิจารณา พร้อมให้ดำเนินการพิจารณาคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีต่อไป

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะสุญญากาศของ คณะกรรมการ กสทช. ซึ่งยังไม่สามารถเข้าร่วมประชุมและขับเคลื่อนงานสำคัญได้ ด้วยคุณสมบัติที่ยังไม่ชัดเจนของ นพ.สรณ ที่นอกจากจะอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ต่อสู้คดีต่อ ศาลปกครองสูงสุดแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้นำคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ตามกระบวนการ เพื่อรอโปรดเกล้าฯ ให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่ง กสทช. ทำให้ทั้งกระบวนการรอโปรดเกล้าฯ และการพิจารณาคดีปกครองในศาลปกครองสูงสุด สองส่วนนี้ ก่อเกิดภาวะชะงักงันไปทั้งองค์กร