หน้าแรก การเมือง อนุทิน ต้อนรั...

อนุทิน ต้อนรับนายกฯ สิงคโปร์ ร่วมมือ 4 เสาหลัก ‘จุลพันธ์’ ร่วมดินเนอร์รัฐบาล สานสัมพันธ์-ปัดถกปรับครม. ‘ทวี’ จี้คุ้ยผู้สมัครสว.กลุ่มพลีชีพ

3.09.26 | 06:00 น.
อนุทิน

อนุทิน ต้อนรับนายกฯ สิงคโปร์ ร่วมมือ4เสาหลัก ศก.-พลังงาน-มั่นคง-อาเซียน ‘จุลพันธ์’ ร่วมดินเนอร์รัฐบาล สานสัมพันธ์-ปัดถกปรับครม. ‘ทวี’ จี้คุ้ยผู้สมัครสว.กลุ่มพลีชีพ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับนายลอว์เรนซ์ หว่อง (H.E. Mr. Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ แถลงข่าวร่วมระหว่างสองประเทศ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม Thailand–Singapore Leaders’ Retreat ครั้งที่ 5 โดยนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัวแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านสวัสดิการสังคม การพัฒนาชุมชน คนพิการ สตรี เด็กและครอบครัว ตลอดจนการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อมา นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้ร่วมแถลงข่าวถึงผลการประชุม ยินดีต่อการลงนาม บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาสังคม และเห็นพ้องที่จะจัดทำความตกลงเพิ่มเติมอีก 4 ฉบับ ครอบคลุมด้าน เศรษฐกิจดิจิทัล อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางอาหาร และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน


โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งสองประเทศจะเดินหน้าความร่วมมือ ภายใต้ 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่1. สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และความมั่นคงทางพลังงาน–อาหาร เดินหน้าความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและพลังงานคาร์บอนต่ำ พร้อมต่อยอดโครงการบูรณาการระบบไฟฟ้า สปป.ลาว–ไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ 2.เศรษฐกิจ การลงทุน และดิจิทัล กระชับการค้าและการลงทุน โดยส่งเสริมการลงทุนจากสิงคโปร์ในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และโลจิสติกส์ ควบคู่กับการพัฒนากำลังคนทักษะสูง พร้อมขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การเชื่อมโยงทางการเงิน และ AI รวมถึงสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย 3.กลาโหมและความมั่นคง เสริมสร้างความร่วมมือด้านกลาโหม 4.การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค ไทยพร้อมสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของสิงคโปร์ในปีหน้า

ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีจะเปิดบ้านพักส่วนตัว นัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 6 กันยายน เพื่อเลี้ยงอาหาร จะมีการหารือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ว่า ไม่มี เราเป็นรัฐบาลร่วมกัน รัฐบาลเดียวกันทำงานเพื่อประชาชน ส่วนเรื่องที่สื่อและสังคมเป็นห่วงเสถียรภาพภายในรัฐบาลนั้นยืนยันไม่มี เพราะพูดคุยกันตลอด ส่วนนัดกินข้าวก็เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคน ได้นั่งพูดคุยกันในบรรยากาศที่รีแล็กซ์ขึ้น ไม่ใช่การประชุมเพียงหน้างานเท่านั้น หรืออย่างรัฐมนตรีช่วยบางคนอาจจะไม่มีโอกาสไปพูดคุยกับนายกฯ มากนัก ก็จะได้ไปเล่าต่อหน้าเรื่องงานว่ามีอะไรที่ติดขัดบ้าง หรือขับเคลื่อนอะไรอยู่

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและ หัวหน้าพรรคประชาชาติ(ปช.) กล่าวถึงคดีฮั้วส.ว.ว่า ตามคำชี้แจงของสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า มาตรา 96(4) เป็นบทเฉพาะกาลที่สิ้นผลใช้บังคับแล้ว และไม่ใช้กับการเลือก ส.ว. ปี 2567 นั้น ประเด็นที่เรียกร้องมิใช่ให้นำเกณฑ์ผู้ได้คะแนนศูนย์ไม่น้อยกว่าร้อยละสิบมาสั่งเลือกใหม่โดยอัตโนมัติแต่ กกต. ต้องไม่สับสนและตัดพฤติการณ์เรื่องผู้ไม่เลือกตนเองหรือผู้ได้คะแนนศูนย์ออกจากหลักฐานการจ้างและการสมยอมทั้งระบบ

Advertisement

‘ประเด็นที่ต้องตรวจสอบจึงไม่ใช่เพียงว่าใครได้คะแนนศูนย์ แต่คือมีการจ้างบุคคลมาสมัครเพื่อส่งคะแนนให้ผู้สมัครที่กำหนดไว้หรือไม่ เพราะหากเป็นเช่นนั้น ย่อมไม่ใช่การลงคะแนนโดยเสรีและลับตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายคำว่า ผู้สมัครพลีชีพ ในบริบทนี้ หมายถึงผู้ที่ยอมสละโอกาสได้รับเลือกของตนเพื่อส่งคะแนนให้ผู้อื่น หากเกิดจากการจ้างวานหรือการควบคุมให้ลงคะแนนตามโพย ย่อมขัดต่อเจตนารมณ์ของการเลือกกันเองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 107’พ.ต.อ.ทวี กล่าว