“กมธ.กฎหมายฯ” มีมติ ใช้อำนาจเรียก “ไชยชนก-วรศิษฎ์” เข้าแจงสินบน 40 ล้าน17 ก.ย. นี้ “รังสิมันต์” เปิดไทม์ไลน์ ชี้หากไร้หลักฐาน “ไชยชนก” เสี่ยงเข้าข่ายแจ้งความ-อภิปรายเท็จ หลัง “นายคิว” ให้การปฏิเสธ
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังการประชุมกมธ. เรื่องการดำเนินการตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับกรณีการเสนอสินบน 40 ล้านบาท เกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์หรือ ว่า มี 2 ประเด็นหลัก
ประเด็นแรกคือ การติดสินบนรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้เรื่องไปถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในส่วนของการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ประเด็นที่ 2 คือเว็บพนันจำนวน 4,000 เว็บ ซึ่งเชื่อมไปยังนายคิว ผู้ถูกกล่าวหาว่าพยายามติดสินบน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ผ่านทางผู้ช่วยส.ส.คนหนึ่ง
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้ได้ข้อเท็จจริงว่าการพูดคุยระหว่างผู้ช่วยส.ส.ที่ชื่อ นายฉัตรมงคล รังสรรค์พันธุ์ ผู้ช่วยดำเนินงานของ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กับนายคิว เกิดขึ้นวันที่ 20 กันยายน 2568 ที่ร้านขายกระเบื้องแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นมีการประสานงานไปที่ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย วันที่ 25 กันยายน 2568 จากนั้นนายวรศิษฎ์ไปประสานงานกับนายไชยชนก ในวันที่ 30 กันยายน 2568 ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นไทม์ไลน์ที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งยังไม่เคยมีการออกหมายเรียกตัวนายคิว หรือสอบปากคำใดๆ ทั้งสิ้น
นายรังสิมต์ กล่าวต่อว่า ทาง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ก็บอกว่าจะมีการดำเนินการเรียกตัวนายคิวมา ปรากฏว่าเมื่อวาน (2 ก.ย.) ได้มีการทำหนังสือเชิญ และสอบปากคำนายคิว ก่อนมาชี้แจงต่อกมธ.ในวันนี้ ซึ่งนายคิวให้การปฏิเสธว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับที่มีการกล่าวหาโดยนายไชยชนก เราจึงมาเจอว่า ตกลงแล้วเราไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงที่นายไชยชนกเอามาอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ แล้วไปร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นข้อเท็จจริงที่มีมูลความจริงหรือไม่ เพราะตัวนายคิวเขาก็ปฏิเสธ ทางกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) รวมถึงสอบสวนกลาง ก็ไม่มีการดำเนินการอะไรกับนายคิวก่อนหน้านี้
“มีความเป็นไปได้ว่า นายไชยชนก จะเป็นการอภิปรายเท็จเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ถ้าไม่ได้เป็นการอภิปรายเท็จและเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏจริงๆ ก็แสดงว่าจะต้องมีผู้รับผิดชอบจากการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในฝั่งของตำรวจ หรือแม้กระทั่งกระทรวงดีอีก็ตาม” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ทางกมธ.ได้สอบข้อเท็จจริงต่อไปว่าจนถึงตอนนี้ 4,000 กว่าเว็บนั้น มีข้อเท็จจริงใดที่จะใช้สนับสนุนคำกล่าวอ้างของนายไชยชนก ปรากฏว่า ทั้งในส่วนของ สอท. สอบสวนกลาง และ กระทรวงดีอีเอง ไม่มีข้อเท็จจริงใดสนับสนุนข้อกล่าวอ้างของนายไชยชนกเลย จึงมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าหากไม่พบหลักฐานใดๆเพิ่มเติม นายไชยชนกอาจเป็นผู้ให้ข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จต่อสภา และอาจจะแจ้งความอันเป็นเท็จต่อกองปราบฯได้ด้วยเช่นกัน หากปรากฏข้อเท็จจริงเรื่องเว็บพนัน 4,000 เว็บจริงตามคำกล่าวอ้าง ทางตำรวจต้องรับผิดชอบเพราะปล่อยให้เรื่องนี้ล่าช้า ไม่มีการดำเนินการใดๆ มาเกือบ 1 ปี
“กมธ.โดยเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 มีมติ ออกคำสั่งเรียกนายไชยชนก และมีมติ 8 ต่อ 2 ใช้อำนาจเรียกนายวรศิษฎ์ มาชี้แจงในวันที่ 17 กันยายนนี้ เวลา 09.30 น. ผมหวังว่า ทั้ง 2 คนจะให้ความร่วมมือในการมาตอบข้อซักถาม เพราะข้อเท็จจริงที่เราได้มาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า คำกล่าวอ้างที่นายไชยชนกพูดต่อสภา และไปแจ้งความดำเนินคดีจะเป็นคำกล่าวอ้างที่มีมูลความจริง” นายรังสิมันต์
เมื่อถามว่า หากทั้ง 2 คน ยังไม่เข้าร่วมประชุมจะมีผลอะไรหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จะต้องมีการชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร และต้องไปพิจารณาว่าการไม่มาในลักษณะดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่สอดคล้องต่อกฎหมายก็อาจจะเป็นอำนาจของเราในการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป แต่นายไชยชนกและนายวรศิษฎ์ ผูกพันตามกฎหมาย ในการมาตอบข้อซักถาม ซึ่งเรามีกฎหมายรองรับทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 129 ทั้ง พ.ร.บ.อำนาจเรียกของกมธ.เพื่อมาชี้แจงต่อกมธ.ต่อไป

