ฝ่ายค้าน รุมจวก รัฐบาล ใช้ญัตติไฟใต้บังหน้าปิดทางสภาถกรายงาน กกต. ด้าน รักชนก ซัด เล่นการเมืองน่าเกลียด-อุบาทว์ ทำสภากลายเป็นโรงละคร ขณะที่ ‘สาธิต’ แฉ แชตไลน์ ภท.เด้งให้เตรียมโหวต งงเครื่องลงมติเสียวันนี้ ฟาก พิทักษ์เดช เหน็บ 10 อนุทินก็แก้ปัญหาไม่จบ
เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 3 กันยายน ที่รัฐสภา พรรคฝ่ายค้ายนำโดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนายพศิน ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวภายหลังเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
โดยน.ส.ภคมน กล่าวว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ตั้งแต่ช่วงบ่าย จนตอนนี้เข้าสู่ญัตติสามจังหวัดชายแดนใต้ และในห้องประชุมมีความพยายามอย่างยิ่งในการที่จะกล่าวหาฝ่ายค้านว่าเล่นการเมือง ไม่เห็นความเดือดร้อนพี่น้องสามจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งการประชุมวันนี้ตามระเบียบวาระเดิม วิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้มีการคุยกันแล้วเพื่อจะนำมาบรรจุในวาระ เพียงแต่ตามระเบียบวาระเดิมจะต้องมีรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปี 2567 เข้ามาก่อน และมีผู้ลงชื่อเพื่อแถลงจำนวนมากเพียงแต่อยู่ ๆ ก็มีผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่อง สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมา จึงทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ความพยายามที่จะกล่าวหาว่าฝ่ายค้านเล่นการเมือง หากย้อนกลับไปจริง ๆ เรื่องราวมีอยู่ 2 ข้อคือ รัฐบาลโดยประธานสภาฯ ไม่สามารถยืนยันได้ว่า หากเดินตามระเบียบวาระจะสามารถเข้าสู่รายงานของ กกต. หรือไม่ ซึ่งเรามีความกังวล เพราะเราอยากให้ไปถึงรายงานของ กกต. ไม่อยากให้มีการปิดจบ ซึ่งหากไม่มีการให้คำมั่นสัญญาจากประธานสภาไว้เราก็มีความกังวลจึงได้มีการขอให้มีการยืนยัน
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า วันนี้ประชาชนตัดสินใจได้ว่า ใครพยายามที่จะเล่นการเมืองมากกว่ากัน สิ่งที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้ได้ สภาผู้แทนราษฎรในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าทำไมวันนี้ เรามีความพยายามอย่างยิ่งที่จะปกป้อง กกต. อย่างมาก ยืนยันอีกครั้ง ฝ่ายค้านเห็นความสำคัญความเดือดร้อนของประชาชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากฝ่ายค้านคุยกันว่าจะเสนอญัตตินี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว
“ฉะนั้น เป็นการยืนยันว่าเราเห็นความสำคัญแต่ก็อยากได้คำยืนยันเช่นกัน ว่าสภาผู้แทนแห่งนี้จะเปิดโอกาสเปิดพื้นที่ เปิดเวลาให้สมาชิกทุกคนอภิปรายรายงานของ กกต. โดยที่รัฐบาลไม่พยายามที่จะปกป้อง กกต. ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าเหตุใดวันนี้รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งที่จะปกป้อง กกต. จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น” น.ส.ภคมน กล่าว
ด้านน.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนได้อยู่ตลอดการประชุมสภาวันนี้ ไม่มีใครในสภาที่ไม่เห็นด้วยว่าเรื่องสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นเรื่องเร่งด่วนและต้องรีบแก้ไขปัญหา แต่สถานการณ์วันนี้ ตนอยากบอกประชาชนโดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า รัฐบาลย้ำนักหนาว่าญัตติสามจังหวัดชายแดนใต้มีความสำคัญแล้วนำมาอภิปรายก่อนรายงานของ กกต. ตนขอถามว่า ถ้าเขาเห็นความสำคัญของประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้จริงสัปดาห์ที่แล้วที่ประชุม ครม. สัญจรภาคใต้ ทำไมไม่ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ถ้ามันสำคัญกับเขาขนาดนั้น
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่านี่คือการเล่นการเมืองที่น่าเกลียดที่สุด อุบาทว์ที่สุดการเอาความเดือดร้อนของประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้มาอ้างมาบังหน้า เพื่อเป็นเครื่องมือให้รัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้ฝ่ายค้านอภิปรายรายงานของ กกต. เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีการอภิปรายรายงานของ กกต. จะต้องมีการพูดถึงการโกงเลือกตั้งครั้งมโหฬาร เรื่องบาร์โค้ดที่สำคัญคือเรื่องฮั้วสว. รัฐบาลกำลังจะปกป้อง กกต. ไม่ให้สภาแห่งนี้อภิปราย กกต. ด้วยการเอาความเดือดร้อนเอาชีวิตของประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้มาอ้าง
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ตนคิดว่านี่คือมาตรฐานการทำงานที่รับได้ ท่านทำอย่างหน้าไม่อายเลย เอาความเดือดร้อนเอาชีวิตของประชาชนที่ต้องเสี่ยงภัยอยู่ทุกวันขึ้นมาอ้างเป็นเหตุผลเพื่อปกป้อง กกต. ตนไม่ได้เป็นคนสามจังหวัดชายแดนใต้ แต่ตนคิดว่าทุกคนทั่วประเทศต้องรู้เรื่องนี้ โดยเฉพาะคนสามจังหวัดชายแดนใต้ว่าเขาเอาความทุกข์ร้อนของท่านมาบังหน้า ไม่ให้ กกต. ถูกอภิปราย
“สิ่งที่มันเกิดขึ้นทั้งหมดมีความพยายามทำให้สภาแห่งนี้น่าเบื่อ กลายเป็นโรงละคร กลายเป็นอะไรที่ประชาชนไม่อยากเสพไม่อยากดู ตนขอเรียกร้องมาตรฐานการทำงานจากฟากฝั่งรัฐบาลรวมถึงประธานสภาฯ ขอให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา และและยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งไม่ใช่แค่เอามาบังหน้า” น.ส.รักชนก กล่าว
ขณะที่นายสาทิตย์ กล่าวว่า ความจริงแล้ววิปรัฐบาลยืนยันกับฝ่ายค้านตลอด จนกระทั่งถึงเที่ยงวันนี้ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงคือพิจารณาเรื่องนี้จบแล้ว และนำเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อ แต่ที่แปลกประหลาดคือหลังเที่ยง เพื่อนสมาชิกของพรรคฝ่ายค้านทุกพรรค ยืนยันตรงกันว่ามีไลน์ส่วนตัวของ ส.ส. ในพรรคภูมิใจไทย แจ้งให้ ส.ส. ทุกท่านเตรียมโหวตช่วง 13.30 น. หลังกระทู้จบลงแล้ว ซึ่งเราแปลกใจว่า หากเป็นไปตามข้อตกลง จะไม่มีโหวต แปลว่าเรื่องนี้มีการเตรียมการ มีข้อพิรุธ และผิดปกติ ซึ่งคาดหมายว่าฝ่ายผู้มีอำนาจกลัวเรื่องการอภิปรายเรื่องฮั้วส.ว. หรือโกงส.ว. จึงพยายามหาทางปิดปากสภาไม่ให้พูดเรื่องนี้
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ฝ่ายค้านแม้จะรู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่ผู้นำฝ่ายฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงอื่น ๆ ก็ยอมรับว่า ไม่เป็นอะไรหากจะนำญัตตินี้มา เพราะเดือดร้อนจริง แต่ขอให้รับปากว่าจะนำรายงาน กกต. มาอภิปรายต่อ แต่จะเห็นว่า ไม่มีใครรับปาก และเครื่องลงคะแนนเสียอย่างมีเงื่อนงำ จู่ ๆ ก็มาเสียในจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพิสูจน์เจตนาของฟากฝั่งรัฐบาลที่มีอำนาจ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยชัดแจ้งว่าท่านอ่อนไหวเรื่องโกง ส.ว.
นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น วันนี้เราจะให้ความร่วมมือไปก่อน และหลังจากนี้จะมาดูกันว่าจะปิดปากกันอภิปรายเรื่อง กกต. หรือไม่ และสัปดาห์หน้ามีการประชุม 3 วันคือวันที่ 7-9 กันยายนโดยวันที่ 10 กันยายน ได้รับทราบเบื้องต้นว่า ปกติแล้วจะมีการนัดประชุม หากมีการนัดประชุมตามปกติจะมีวาระรับทราบเรื่อง กกต. ฉบับนี้เข้าด้วย ซึ่งเป็นที่ 13 กันยายนสุดท้ายก่อนถึงวันที่ 14 กันยายนที่ กกต. จะต้องมีคำวินิจฉัยเรื่องคดีโกงส.ว. มาดูกันว่าจะมีการนัดประชุมหรือไม่
“หากไม่มีการนัดประชุมก็ชัดเจนว่า เรื่องนี้คือจุดที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยกลัว เรื่องการอภิปรายเรื่องโกงส.ว. และชัดเจนว่า ประเด็นดังกล่าวมีมูล ที่ทำให้ผู้มีอำนาจถึงขั้นหวั่นไหวที่จะนำไปสู่คดีความ และเรายืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ในสภา” นายสาทิตย์ กล่าว
เมื่อถามว่า จะมีการอภิปรายรายงาน กกต. นอกสภาหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนคิดว่าคงจะมีการสื่อสารนอกสภา แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่เพื่อนสมาชิกเตรียมที่จะอภิปรายรายงานกกต.นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย เพียงแค่วันนี้ตนก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงทนฟังไม่ได้ เปิดพื้นที่ไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้น และชัดเจนที่สุดแล้วว่าวันนี้คุณกลัว คนเรา หากไม่มีมูลความจริง ทำไมจะทนฟังไม่ได้
“จริง ๆ แล้ววันนี้รัฐบาล แม้กระทั่งประธานสภาฯ บากหน้าหลายเรื่องแล้ว บากหน้าไปถึง 21.00 น. ให้การประชุมจบ ดิฉันคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย หลายคนก็บากหน้าตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงแล้ว แบก กกต.มาตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว แบกต่อจนถึง 21.00 น. ให้มันเสร็จสิ้น ให้มันสิ้นข้อกล่าวหาจะได้จบไป” น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ตนพยายามจะไม่ตัดสิน แต่ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น ภาพชุลมุนต่าง ๆ เรื่องราวจะไม่เป็นเช่นนี้เลยหากท่านยืนยันว่า จะให้รายงานกกต.เข้าและให้ฝ่ายค้านอภิปรายจนจบ เรื่องราวก็มีเพียงเท่านี้ ย้ำว่าตนไม่เข้าใจว่าทำไมจึงลุกลามมาถึงขนาดนี้ ขอให้ประชาชนตัดสินเองแล้วกันว่าทำไมพรรคภูมิใจไทยจึงปกป้องกกต.นักหนา ถึงขนาดที่ยอมให้สภากลายเป็นโรงละครเช่นนี้
เมื่อถามว่า รัฐมนตรียืนยันว่า มีการไปลงพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างช่วง ครม.สัญจรที่จ.สงขลามาจริง ๆ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนเข้าใจความหมายของน.ส.รักชนกว่า หากคุณเห็นความสำคัญจริง ๆ ทำไมจึงไม่กำหนดลงกำหนดการที่เป็นทางการเพื่อประชุมและลงพื้นที่ไปรับฟังและเห็นปัญหาจริง ๆ แต่ภาพที่รัฐมนตรีบอกคือไปก่อนกำหนดการ
“ดิฉันเข้าใจว่าพรรคภูมิใจไทยมีส.ส.ในพื้นที่มากมาย คนเป็นรัฐมนตรีก็ไปเยี่ยมส.ส.ในเขตสักนิด ดิฉันคิดว่าอย่าตีกินแบบนี้เลย และคิดว่าท่านที่นั่งเป็นรัฐมนตรีไม่ได้โง่ เข้าใจว่าน.ส.รักชนกหมายถึงอะไร แต่ท่านกลับเอาการเดินทางของท่านในภารกิจของการเมือง การไปเยี่ยมส.ส.พรรคตัวเอง แล้วมาอ้างนี่คือภารกิจรับฟังปัญหาชายแดนใต้ ดิฉันคิดว่าตลกไปหน่อย” น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า หากเห็นความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความจำเป็น ต้องแก้ไขจริง ก็ต้องไปให้เห็นกับตา ไปฟังให้ได้ยินกับหู แต่ทำไมจึงไม่มีวาระในพื้นที่ในกำหนดการ ครม.สัญจร ฉะนั้น อย่าพยายามบิดเบือน ตนคิดว่า ท่านที่นั่งอยู่และ 4 ท่านที่ลงไปในพื้นที่ไม่ได้โง่ เพียงแค่ต้องการเอาการเดินทางที่ไม่เป็นทางการมาหักล้างสิ่งที่น.ส.รักชนกตั้งคำถามเท่านั้น
ด้านนายพิทักษ์เดช กล่าวว่า เรื่องญัตติชายแดนใต้ ตนเชื่อมั่นว่าจิตใต้สำนึกของผู้นำ หากเห็นแก่ชีวิตของพี่น้องประชาชน จังหวัดชายแดนภาคใต้จริง เห็นแก่ชีวิตของข้าราชการทหาร ตำรวจจริง วันนี้ทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บริหารรัฐบาลก็ควรมารับฟังและประมวลปัญหาจากเพื่อนสมาชิกในสภา
“พฤติกรรมเช่นนี้เป็นการสอนให้เห็นว่า ผู้บริหารไม่จริงใจต่อการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ ผมเชื่อมั่นสืบเนื่องจากความไม่จริงใจผมเชื่อมั่นว่าสิบอนุทินก็ยังแก้ไม่จบ” นายพิทักษ์เดช กล่าว

