มท.4สั่งผู้ว่าฯ-นายอำเภอทั่วปท.เช็กยิบ สกัดอปท.ดอดจ้างเหมากลุ่มโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น เล็งถกกฤษฎีกาฟ้องริบเงินคืน รับปากเร่งบรรจุกลุ่มเสียสิทธิจบภายในพ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แถลงข่าวเรื่องผลการเพิกถอนการบรรจุผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการถอดถอนเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. ขั้นตอนหลังจากนี้จะมีการดำเนินการทางกฎหมาย รวบรวมข้อมูลให้ 5 ภาคีเครือข่าย ส่วนผู้รับจ้างได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว และเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซ้อน จึงส่งข้อมูลผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนไปให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกสอบบรรจุราชการ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณา และจะเรียกเงินคืนและสิทธิประโยชน์ สำหรับผู้ที่คะแนนไม่ถึงแล้วได้รับการบรรจุ กำลังปรึกษากับกฤษฎีกาถึงแนวทางการเรียกเงินคืนกับบุคคลเหล่านั้น ว่าจะมีแนวทางชัดเจนอย่างไร ส่วนการจ่ายเงินให้ มศว.ตามสัญญาต้องจ่าย 4 งวด ขณะนี้จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว 3 งวด ยังเหลืองวดสุดท้าย 30 ล้านบาท จึงได้สอบถามไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อให้ชะลอการใช้เงินงวดสุดท้าย กรมบัญชีกลางให้ความเห็นว่ารอให้กระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้นก่อน สถ.จึงจะหารือกับกรมบัญชีกลางและสำนักงานอัยการสูงสุดเกี่ยวกับเงินจ่ายไปแล้ว 3 งวด ส่วนการช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้านกฎหมายหากถูกฟ้องร้อง แต่ละจังหวัดจะมีรองผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดเป็นประธาน หากไม่เพียงพอ สถ.จะเข้าไปแบ็คอัพให้
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า สำหรับการจะนำบุคคลถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากราชการ แล้วไปใช้วิธีการจ้างเหมา หรือวิธีอะไรก็แล้วแต่เพื่อให้กลับไปทำงานใหม่ เป็นประเด็นที่กรมสถ.ให้ความสำคัญอย่างมาก แต่ด้วยความเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมไม่มีอำนาจจะบอกว่าจะจ้างใครหรือไม่จ้างใคร แต่ข้อเท็จจริงบุคคลกลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มต้องเฝ้าระวัง แม้ว่าปปช.จะยังไม่สรุปว่าเป็นผู้ทุจริต ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ต้องตรวจสอบว่ามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไหนจ้างบุคคลเหล่านี้กลับเข้าไปทำงาน ให้ทำหนังสือรายงานมายังกรม สถ. หากจ้างบุคคลเหล่านี้ ขอให้ชะลอ เพราะเป็นบุคคลอยู่ในข่ายการตรวจสอบ แต่หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการจ้าง กรมจะเข้าไปตรวจสอบเอง ขอความร่วมมือจากหน่วยงานตรวจสอบ เข้าไปช่วยดูเรื่องนี้
เมื่อถามว่าถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจ้างเหมาผู้ถูกเพิกถอนรายชื่อ มีกระแสข่าวว่าพื้นที่ภาคเหนือมีการจ้างเหมา 18,000 บาท มีการทำในลักษณะนี้จริงหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรอให้ทุกจังหวัดตรวจสอบตัวเลขและอัปเดตมาเป็นรายวัน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าน่าจะทราบเรื่องแล้ว
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ส่วนของการคืนความเป็นธรรมให้กับผู้สอบได้ด้วยความสามารถของตัวเองนั้น กลุ่มนี้เป็นคนกลุ่มใหญ่สุดเข้ามาสอบ แบ่งเป็น 2 ประเภท สอบได้โดยสุจริต และกลุ่มรอเรียกใช้บัญชีเข้ามาบรรจุ ผู้สอบได้จะให้เลือกพื้นที่ในการบรรจุ จะเร่งรัดโอนย้ายให้เร็วขึ้น น่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนต.ค. จากนั้นจะเรียกกลุ่มผู้รอใช้บัญชีเข้ามาบรรจุให้เต็ม และจะเสร็จสิ้นภายในเดือนพ.ย.
นายวรศิษฎ์ กล่าวชี้แจงกรณีการปล่อยข้อมูลว่าบุคคลที่มีการแก้คะแนน กรมสถ.จะจัดสอบใหม่ ยืนยันไม่มี ขอผู้ปล่อยข่าวตรวจสอบข้อมูลก่อน อย่าให้เราเสียเวลาทำเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ จะทำให้ผู้รอใช้บัญชีรอการบรรจุเขารู้สึกเสียขวัญ
เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมาธิการทางกฎหมายฯ บอกว่าการตรวจสอบเชื่อมโยงไปถึงการเมือง เป็นอาชญากรรมสีน้ำเงิน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าไปชี้แจงกับกรรมาธิการแล้ว ประเด็นคนใกล้ชิดมท.1 กล่าวหาว่าติดต่อกับอาจารย์คนนึงในมศว.นั้น ทราบว่าคุยกันจริง 1 ครั้งเกิดจากการร้องขอของเจ้าหน้าที่จัดสอบ เพราะได้ให้มศว.มาเสนอแผนดำเนินการสอบ มีข้อเสนอให้ยุบศูนย์สอบจาก 10 ศูนย์ เหลือศูนย์เดียว จึงได้คุยกันว่าไม่ได้ เพราะต้องดำเนินการตามสัญญาเซ็นเอาไว้ ข้อเท็จจริงมีเพียงเท่านั้น ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเมื่อวันที่2 ก.ย. ย้ำว่าผู้มีหลักฐานให้ส่งข้อมูลต่อปปช.
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า รัฐบาลเข้ามาทำงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง ให้ความสำคัญเป็นที่สุดไม่มีการจะสอบครั้งไหนเอาภาคีตรวจสอบทั้ง ปปช. ปปท. ปปป. เข้ามาจับตาดูการสอบต้องมีในครั้งนี้ สุดท้ายก็นำไปสู่ผลการตรวจพบว่ามีกระบวนการทุจริต ส่วนที่รักษาการอธิบดีสถ.ให้สัมภาษณ์และกล่าวคำว่า “ปิดจ๊อบ” และมีคนพยายามบิดเบือน ที่จริงแล้วเป็นเฉพาะเรื่องของการเพิกถอนบัญชี มีคนบอกว่าจับได้เฉพาะปลาซิวปลาสร้อย ดำเนินการเฉพาะคนตัวเล็กๆ แล้วแยกย้าย หากคนเข้าใจในกระบวนการจริงก็จะเข้าใจ เชื่อว่าเขาเข้าใจ แต่แกล้งไม่เข้าใจมากกว่าขณะนี้ปปช.และตำรวจยังเดินหน้าคดีอาญาต่อเพื่อสาวไปถึงผู้กระทำความผิดให้ได้ว่ามีใครอยู่ในเครือข่ายบ้าง ยืนยันไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ ชัดเจนว่าเราต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด จะเป็น ซี10 ซี11 หรือ ซี20 ก็จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

