หน้าแรก การเมือง โฆษกปชป. ยันย...

โฆษกปชป. ยันยุคผู้ว่าฯอัศวิน ไม่มีดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ จี้ถามรบ.ถ้ามีวิกฤตน้ำ-ไฟ ส่งให้ปชช.ก่อนไหม

4.09.26 | 13:23 น.

‘โฆษก ปชป.’ บอกสมัย ‘ผู้ว่าฯอัศวิน’ ยังไม่มีดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ มั่นใจถ้ามีการยื่นขออนุญาตถูกต้อง สนง.เขตต้องรู้ สร้างอาคารเพื่อทำไร จี้ถามรัฐบาล ถ้าเกิดวิกฤตน้ำ-ไฟฟ้า จะเลือกส่งให้ ปชช.หรือดาต้าเซ็นเตอร์ก่อน ขณะที่ ‘กรรมการยุทธศาสตร์พรรค’ แนะรัฐต้องทำตัวรู้เท่าทัน ไม่ใช่มองแค่เงินลงทุน

เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาที่เกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ส่วนตัวที่เคยทำหน้าที่ โฆษก กทม.ในสมัย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯกทม. ในยุคนั้นยังไม่มีดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แบบตอนนี้ เป็นเพียงแค่เซิร์ฟเวอร์ แต่ในช่วงปี 2565 เป็นต้นมา มีการเข้ามาของเอไอที่ต้องมีการประมวลผลขั้นสูง จึงจำเป็นต้องใช้พลังงานมากขึ้น ใช้น้ำหล่อเลี้ยงมากขึ้น เพราะมีความร้อนสูง


นายพงศกรกล่าวต่อว่า คำถามที่สำคัญตอนนี้คือ กทม.ไม่รู้เลยหรือว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์มาขออนุญาตก่อสร้าง ไม่รู้เลยหรือว่าการสร้างอาคารใหญ่ขนาดนั้นทำไปเพื่ออะไร ขณะเดียวกัน มีการตรวจสอบอย่างไร ซึ่งตนยืนยันได้ว่าหากมีการขออนุญาตถูกต้องสำนักงานเขตจะรู้ว่าอาคารนั้นทำอะไร ดังนั้น ไม่ใช่เพียงแค่สั่งระงับการดำเนินการ แต่ต้องเข้าไปตรวจสอบต่อด้วยว่าที่ผ่านมาเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น มองง่ายๆ แค่เรื่องการปล่อยน้ำเสียออกมา ทำไมยังไม่จัดการ

“การทำดาต้าเซ็นเตอร์ไม่จำเป็นต้องทำในพื้นที่กลางเมือง และในกระบวนการการใช้งานของดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องใช้พลังงานสะอาด แต่วันนี้เห็นชัดเจนว่าใช้น้อยมาก จนกระทั่งต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ จึงมีคำถามย้อนกลับมาว่าจริงๆ แล้วดาต้าเซ็นเตอร์ช่วยอะไรกับประเทศไทยบ้าง หากวันหนึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ ย้ายออกจากประเทศไทยไป น้ำ ไฟฟ้า ส่วนเกินที่หามาสำรองไว้จะเอาไปทำอะไรได้บ้าง และมีใครกล้ายืนยันหรือไม่ว่าถ้าวันหนึ่งเกิดวิกฤตเรื่องน้ำ ไฟฟ้า รัฐบาลจะเลือกจ่ายน้ำ ไฟฟ้า ให้ใครก่อน ระะหว่าง ประชาชนกับดาต้าเซ็นเตอร์” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

Advertisement

นายพงศกรกล่าวต่อว่า เรื่องการจัดทำผังเมืองใหม่ของ กทม.จะต้องนำเอาเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์เข้าไปร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งผังเมืองใหม่รับฟังความเห็นมานานแล้ว คาดว่าภายใน 1-2 ปีนี้ก็น่าจะแล้วเสร็จ

ด้านนายพรชัย มาระเนตร์ กรรมการยุทธศาสตร์และทีมนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์มีความพร้อมเข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย แต่เราเองที่ไม่มีความพร้อม ไม่ทำความเข้าใจว่าดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาทำอะไร ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ไม่มีระเบียบ ข้อกำหนดใดๆ รองรับ จึงใช้วิธีการเทียบเคียงแทน เช่น เทียบเคียงว่าอาคารสำนักงานเป็นโกดัง ดังนั้น เมื่อเป็นอาคารสำนักงานก็จะมีอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ก็ต้องมีการปั่นไฟฟ้าใช้สร้างเสถียรภาพในการทำงานของดาต้าเซ็นเตอร์ จนไปสู่การสร้างมลภาวะทางเสียง ทางน้ำ กระทั่งไม่สามารถควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้

“ปัญหาเกิดขึ้นมานานแล้ว ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นธุรกิจที่มีมานานเกือบ 10 ปีแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จึงเรียกร้องให้รัฐบาลต้องทำตัวเองให้รู้เท่าทัน ไม่ใช่มองแค่เงินลงทุนที่อยากได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เงินลงทุนต้องมาพร้อมกับความโปร่งใส ซึ่งเป็นแนวทางที่พรรคขับเคลื่อนเรื่องนี้” นายพรชัยกล่าว