หน้าแรก การเมือง ปกรณ์ แจง 11 ...

ปกรณ์ แจง 11 ข้อกฎหมาย ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที เตือนอย่าใช้โวหารบิดเบือนสังคม

4.09.26 | 17:13 น.

ปกรณ์ แจง 11 ข้อกฎหมาย ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที เตือนอย่าใช้โวหารบิดเบือนสังคม

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นายปกรณ์  นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัว ชี้แจงหลักกฎหมายว่าด้วยคำสั่งทางปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคมถึงหลักการสำคัญของกฎหมายปกครอง 11 ข้อ โดยเน้นย้ำว่า คำสั่งทางปกครอง ประกอบด้วย


1.คำสั่งทางปกครองจะมีผลใช้ยันต่อบุคคลเมื่อผู้นั้นได้รับแจ้ง ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 42 พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ

2.ผลของคำสั่งทางปกครองมันก่อให้เกิด โอน เปลี่ยนแปลง หรือระงับสิทธิของผู้อยู่ใต้บังคับคำสั่งทางปกครองนั้น

3.ง่าย ๆ คือเมื่อใดได้รับคำสั่งทางปกครอง คำสั่งนั้นก็มีผลแล้ว และกลไกตามกฎหมายในขั้นตอนต่อไปจะมีผลทันที เช่น ถ้ามีคำสั่งไล่ออกจากราชการ ก็ต้องงดจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ นับแต่วันนั้น

Advertisement

4.ส่วนการโต้แย้งคำสั่งทางปกครอง ถ้ากฎหมายไม่ได้กำหนดไว้เฉพาะ ก็ต้องอุทธรณ์ตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง หรือหน่วยงานอื่นก่อน แล้วจึงจะไปฟ้องศาลปกครองต่อได้ ตามหลัก exhaustion of administrative remedy

5.ถ้ากฎหมายกำหนดวิธีการไว้เฉพาะ ก็ว่ากันไปตามนั้นเลย เช่น ให้ฟ้องตรงต่อศาลปกครองเลย เป็นต้น

6.แต่ตามหลักกฎหมายปกครอง การโต้แย้งคำสั่งทางปกครอง ไม่ว่าจะเป็นการอุทธรณ์ก็ดี การฟ้องศาลปกครองก็ดี ไม่มีผลเป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองนั้น เว้นแต่ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์หรือศาลปกครองมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับ เช่น ข้อ 69 ของวิธีพิจารณาคดีปกครอง ที่กำหนดว่า “การฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนกฎหรือคำสั่งทางปกครอง ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้น เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น”

7.เอาง่าย ๆ คือ คำสั่งทางปกครองนั้นมีผลอยู่ตราบเท่าที่ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์หรือศาลปกครองมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับ ไม่ใช่ฟ้องศาลว่าคำสั่งทางปกครองใดออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายปุ๊บ มันจะทำให้คำสั่งทางปกครองนั้นเสียไปหรือมีปัญหาทันที เพราะศาลท่านต้องพิจารณาในรายละเอียดเสียก่อนทั้งในแง่กระบวนการและเนื้อหา

8.เช่น คำสั่งปิดสถานบริการ ผลก็คือต้องหยุดประกอบกิจการ เปิดให้บริการต่อไม่ได้ หรือคำสั่งไล่ออกจากราชการ ผลก็คือต้องออกจากราชการ ไม่ต้องมาปฏิบัติราชการแล้ว เป็นต้น

9.หลักของมันคือ “ความมั่นคงของคำสั่งทางปกครอง”

10.แต่ถ้าต่อไปศาลปกครองท่านพิจารณาพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าคำสั่งทางปกครองใดไม่ชอบ ก็จะต้องมีการยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งทางปกครองนั้น รวมทั้งเยียวยาให้แก่ผู้ถูกคำสั่งทางปกครองนั้น แต่ถ้าศาลท่านเห็นว่าชอบแล้ว ก็บังคับตามคำสั่งทางปกครองนั้นต่อไป เช่น ถ้าคำสั่งไล่ออกจากราชการชอบแล้ว ผลก็ชอบมาแต่วันที่ผู้นั้นได้รับคำสั่งทางปกครอง

11.สำหรับเรื่องที่ศาลปกครองท่านจะรับไว้พิจารณาได้ ที่ก็จะพิจารณาก่อนว่าเป็นคำสั่งทางปกครองหรือเรื่องที่อยู่ในอำนาจศาลปกครองหรือไม่ ถ้าอยู่ จึงจะรับไว้พิจารณา และการที่ศาลรับไว้พิจารณาโดยเหตุผลว่าเรื่องนั้นเป็นคำสั่งทางปกครอง ก็หมายความว่าคำสั่งทางปกครองนั้นมันมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่วันโน้นแล้ว ถ้าไม่เข้าใจอีก ให้ย้อนกลับไปอ่านข้อ 1 ใหม่ อย่าใช้โวหารสร้างความเชื่อบิดเบี้ยวให้แก่สังคม