“การดี” ไม่ปล่อย TH -AI Passport ลองใช้แล้วยังล้าหลัง หวั่นติดกับดักภาวะโง่ฉับพลัน พร้อมไม่มีอะไรฟรีเงินภาษีปชช.ทั้งนั้น แนะกำข้อมูลส่วนตัวไม่ส่งให้เพื่อประโยชน์ของใคร
เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึง ดาต้าเซ็นเตอร์ว่า ตนอยากให้มีอนุกรรมการเพิ่มมาอีกคือ อนุกรรมการด้านเศรษฐกิจ เป็นผู้กำหนดคุณสมบัติหลัก วันนี้เราต้องถามว่าคนที่จะมาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ จะลงทุนหรือให้อะไรกับเรา วันนี้ประเทศไทยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่เราต้องการคนที่มีวิสัยทัศน์วางว่าประเทศไทยข้างหน้าเราจะอยู่ตรงไหนในเวทีเศรษฐกิจยุคใหม่ อีกทั้งในเรื่องของอธิปไตยข้อมูลซึ่งเราไม่เคยพูดถึง เราต้องไม่ลืมว่าคนที่จะมาลงทุนนั้นเป็นต่างชาติ เราต้องเช็กกลับไปว่าดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้กฎหมายไหน ซึ่งกฎหมายเรายังไม่ได้มีชัดเจนดังนั้นเค้าก็อาจจะต้องยึดกฎหมายประเทศเขาเป็นหลัก ดังนั้นเราจึงต้องมาดูเรื่องนี้ให้ลึกกว่าเม็ดเงินที่จะได้ในการลงทุนเฉพาะหน้า
นางการดี ยังกล่าวถึงTH -AI Passport ว่า มีข้อเสนอทางวิชาการไม่ใช่ความเห็นทางการเมืองที่ระบุว่า โมเดลที่ให้มายังดูล้าหลังเกินไป ซึ่งตนเองก็ได้ลองใช้และพอรู้ว่ามันไม่ได้ฉลาดถึงที่สุด และมีคนบอกว่าถ้าเรายังติดกับดักการทำชาร์ตบอร์ดแบบตื้นๆอย่างนี้ต่อไป แทนที่เราจะสร้างทักษะจริง ปรากฏว่าเราอาจจะสร้างทักษะที่ถดถอย หรือใช้คำว่าภาวะโง่ฉับพลันก็ว่าได้ ฉะนั้นแล้วการทำอะไรในโมเดลของรัฐ ถ้าบอกว่าเพราะมันฟรีเราถึงได้แค่นี้ตนก็บอกว่าอย่าทำดีกว่า เพราะมันมาจากภาษีประชาชนไม่มีอะไรฟรีจากเรื่องนี้ ประเด็นต่อมาโควตาการใช้ยังน้อยเกินไป เปรียบเทียบกับสิ่งที่มีฟรีอยู่ในตลาด เช่น 20-50 ต่อวัน

ทั้งนี้เราได้มีข้อเสนอแนะในเรื่องนี้จากที่จะให้ 5,000,000 คนได้เท่ากัน แต่ให้กลับมาใช้วิธีการแบ่งกลุ่ม เช่น SME ต้องการอะไร กลุ่มนักเรียนต้องการอะไร อีกประเด็นคือเรื่องธรรมาภิบาลข้อมูลที่ตนอยากตั้งข้อสังเกตไปยังผู้ให้ใช้ถึง ทั้งเลขบัตรประจำตัวประชาชนที่ช่วยทำให้สบายใจว่าจะไม่ได้นำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม
และอีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้ช่วยกันจับตาในเรื่องของการลงทะเบียนเข้าใช้โครงการดังกล่าวที่เข้าใจว่ามีคนเข้าลงทะเบียนใช้กว่าล้านคนแล้ว ซึ่งให้จับตาทีโอไอในครั้งถัดๆไป ที่เกี่ยวข้องกับดิจิตอลแพลตฟอร์ม ถ้ามีเงื่อนไขเช่น ต้องเป็นบริษัทที่มีข้อมูลประชาชนมากกว่า 3-5 ล้านขึ้นไป ซึ่งนี่ก็อาจเป็นกระบวนที่อาจจะทำให้เกิดการล็อกประมูลในอนาคตนี่ไม่ใช่การกล่าวหาแต่เป็นการตั้งข้อคำถาม อย่างไรก็ตามเราขอให้ข้อเสนอแนะคือ การเปิดเผยข้อมูลธรรมาภิบาลอย่างรูปธรรม, การวัดความสำเร็จ

