ทวี สอดส่อง เสนอญัตติด่วนตั้ง กมธ. ดับไฟใต้ปี 70 จี้รัฐบาลอย่าถอยหนีความหวัง ปชช. ชูทางออก ‘รัฐศาสตร์-กระจายอำนาจ-นโยบาย 6 อ.’ สู่สันติภาพยั่งยืน
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาและยุติเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2570 ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมแสดงความกังวลต่อกระแสข่าวลือที่ว่ารัฐบาลอาจล้มเลิกเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งตนมองว่าจะเป็นการทำลายความหวังของประชาชนอย่างรุนแรง
พ.ต.อ. ทวี เปิดเผยว่า ฝ่ายความมั่นคงเคยให้คำมั่นสัญญาต่อสภาฯ ว่าจะทำให้สถิติความไม่สงบลดลง 100% ไม่มีความสูญเสียเกิดขึ้น ยกเลิกกฎหมายพิเศษ และถอนกำลังทหารออกเพื่อส่งมอบพื้นที่ให้พลเรือนภายในปี 2570 แม้ตนจะเห็นด้วยกับเป้าหมายการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของสงขลา แต่ยอมรับว่าการบรรลุเป้าหมายลดเหตุการณ์และสูญเสียเป็นศูนย์ใน 4 เดือนข้างหน้านี้เป็นเรื่องที่ยาก
นอกจากนี้ ตนยังตั้งข้อสังเกตว่าการสั่งถอนกำลังทหารทันทีอาจเป็นแนวคิดที่ไม่รอบคอบ เนื่องจากพี่น้องประชาชนชาวพุทธในพื้นที่ยังคงต้องการกำลังทหารคอยดูแลความปลอดภัย ขณะเดียวกันยังได้วิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวในวิธีคิดและการจัดงบประมาณแบบบูรณาการของ กอ.รมน. ที่รวมหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกันจนสูญเสียเอกภาพและไม่สามารถแก้ปัญหาความมั่นคงและปากท้องของประชาชนได้อย่างแท้จริง
พ.ต.อ.ทวี เสนอยุทธศาสตร์ “6 อ.” เป็นกรอบแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยมุ่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา วัฒนธรรม และกระบวนการยุติธรรม ควบคู่กับการกระจายอำนาจให้ประชาชนและท้องถิ่นมีบทบาทในการกำหนดอนาคตของตนเอง
หัวใจสำคัญประกอบด้วย การสร้างความมั่นคงด้านปากท้องและอาชีพ ผ่านการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการนำที่ดินของรัฐมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ขณะเดียวกันต้อง ยกระดับสาธารณสุขและแก้ปัญหายาเสพติด รวมถึงปฏิรูปการศึกษาโดยเปิดพื้นที่ให้ท้องถิ่นและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการมากขึ้น
ในมิติทางสังคมและวัฒนธรรม ยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้ความสำคัญกับ การเคารพอัตลักษณ์ ภาษา และวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและความเท่าเทียม ขณะที่ด้านความขัดแย้งมุ่งสร้าง “ความยุติธรรมและสันติสุข” ผ่านการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม และเสนอแนวทางทางกฎหมายเพื่อเปิดทางให้ผู้เห็นต่างที่ไม่ได้ใช้ความรุนแรงสามารถกลับเข้าสู่สังคมได้
กล่าวโดยสรุป “6 อ.” คือแนวคิดที่ต้องการเปลี่ยนการแก้ปัญหาจากการเน้นด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียว ไปสู่การแก้ปัญหาแบบองค์รวม โดยใช้ “ปากท้อง–อาชีพ–สุขภาพ–การศึกษา–อัตลักษณ์–ความยุติธรรม” เป็นฐานในการสร้างความมั่นคงที่เกิดจากคุณภาพชีวิตและความไว้วางใจของประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่สันติสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่
พ.ต.อ. ทวี เน้นย้ำว่า ทางออกของปัญหาภาคใต้คือการใช้ “รัฐศาสตร์” และการกระจายอำนาจ โดยให้ส่วนกลางรวมศูนย์อำนาจน้อยลง แต่ส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งขึ้น อาทิ การปรับปรุงโครงสร้างด้วยการจัดกระบวนการสรรหาเลขาธิการ ศอ.บต. จากคนในพื้นที่แทนการแต่งตั้งจากส่วนกลาง ตลอดจนใช้กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนรวมถึงผู้หญิงและเด็กได้มีส่วนร่วม ไม่จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้ถืออาวุธเจรจากันเอง
ในช่วงท้าย พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า แม้จะมีผู้แทนสภามาขอร้องให้ตนถอนญัตตินี้ออกไป ซึ่งตนอาจยอมถอนเพื่อรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม แต่ขอยืนยันว่าเมื่อถึงปี 2570 ประเทศไทยไม่ควรยอมแพ้หรือขี้แพ้ที่จะยุติเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ลงให้ได้

