ภคมน แฉพิรุธสอบท้องถิ่น 5,900 รายชื่อ โยง ‘โควต้าเด็กนาย’ แก้คะแนนสอบ จี้ ‘อนุทิน’ ถ้าจริงใจปราบโกง อย่าปล่อยคนเอี่ยวขึ้นอธิบดี
เมื่อวันที่ 6 กันยายน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีความไม่ชอบมาพากลในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง โดยตั้งคำถามไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ขณะนี้ตนมีรายชื่อข้าราชการท้องถิ่นที่ถูกเพิกถอนผลสอบเนื่องจากทุจริตอยู่ในมือกว่า 5,900 รายชื่อ ซึ่งในจำนวนนี้พบว่าเข้าข่ายที่เรียกว่าโควต้าเด็กนายจำนวนมาก และมีความเกี่ยวโยงกับ ส.ส.พื้นที่ของพรรคใหญ่หลายคนที่ฝากเด็กเข้าสอบ
น.ส.ภคมนกล่าวต่อว่า สำหรับโควต้าเด็กนายคือกลุ่มบุคคลที่ไม่ต้องจ่ายเงินสินบน 300,000-700,000 บาทเหมือนกรณีทุจริตทั่วไป แต่ได้รับการแก้ไขกระดาษคำตอบให้สอบผ่านโดยอาศัยเส้นสายของผู้มีอำนาจ ทั้งข้าราชการระดับกรม ข้าราชการระดับสูงในกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งบางรายมีคะแนนสอบสูงกว่ากลุ่มที่จ่ายเงินเสียอีก เช่น กรณี จ.นครศรีธรรมราช ที่ผลการประกาศบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบแรกมีผู้สอบผ่าน 2 รายที่ใช้นามสกุลเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยคะแนนสอบภาค ก. จากที่ทำได้จริงราว 30 คะแนนเศษ ถูกแก้ไขเป็น 70-80 คะแนนเศษ ส่วนภาค ข. จากคะแนนจริงประมาณ 50 คะแนนเศษ ถูกแก้เป็น 90 คะแนน จนได้รับการบรรจุ ก่อนที่ในรอบที่สองกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อทั้งสองคนดังกล่าว
น.ส.ภคมนกล่าวด้วยว่า ประเด็นสำคัญคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดรายดังกล่าวกำลังจะได้รับการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นอธิบดีกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ในเดือนตุลาคมนี้ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า หากบุคคลที่ถูกมองว่ารู้เห็นเป็นใจกับระบบทุจริตได้รับตำแหน่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนจะมั่นใจในความโปร่งใสของกระทรวงมหาดไทยได้อย่างไร โดยเฉพาะกรมที่ดินซึ่งเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาลและซับซ้อน
น.ส.ภคมนกล่าวอีกว่า นอกจากคดีทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีเม็ดเงินหมุนเวียน คาดว่าสูงถึงระดับหมื่นล้านบาทแล้ว ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกรมการปกครอง ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการถึงต้นตอของปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพียงเพิกถอนผลสอบเป็นรายบุคคล แล้วปล่อยผ่านผู้ที่อยู่เบื้องหลังระบบดังกล่าว นอกจากว่ารัฐบาลพรรคภูมิใจไทยไม่จริงจังกับการกวาดล้างการทุจริต สนใจแต่เพียงการจัดวางอำนาจและหามือทำงานเข้ามานั่งในทุกกรม ทุกกระทรวง เหตุผลของการมองข้ามแผลใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งนี้ เพราะต้องการคนทำงานในภารกิจสำคัญภายใต้กรมที่ดินในอนาคตหรือไม่
“หากนายกฯจริงใจกับคำพูดที่ว่าเรื่องนี้สาวไปถึงใคร ต้องจัดการให้สิ้นซาก ก็ต้องพิสูจน์ด้วยการไม่มอบตำแหน่งใหญ่ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบทุจริตนี้ ซึ่งดิฉันจะติดตามและเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สส.ที่เกี่ยวข้องกับการฝากเด็กเข้าสอบต่อไป” น.ส.ภคมนกล่าว



