หน้าแรก การเมือง ผอ.JIC พาสื่อ...

ผอ.JIC พาสื่อไทย-ต่างชาติ ลุยโอว์เสม็ด–ช่องจอม พิสูจน์ข้อเท็จจริงชายแดน ย้ำไทยไม่ขอให้ใครเลือกข้าง

7.09.26 | 10:00 น.

”ผอ.JIC ไทย“ เปิดพื้นที่สื่อไทย-ต่างประเทศ ลงพื้นที่โอว์เสม็ด–ช่องจอม ตรวจสอบสถานการณ์ชายแดน ย้ำไทยยึดข้อเท็จจริง-กลไกทวิภาคี ชี้ ไม่ขอให้ใครเลือกข้าง

เมื่อวันที่ 7 กันยายน พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) นำคณะ ผู้สังเกตการณ์ อาเซียน (AOT) ประกอบด้วย ประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย พร้อมสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีเป้าหมายสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน ต่างประเทศ ได้เห็นสถานการณ์จริง รับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง โดยไทยเชื่อว่าความโปร่งใสและข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ เป็นพื้นฐานสำคัญของความน่าเชื่อถือ


สำหรับพื้นที่สำคัญที่ต้องการให้สื่อมวลชนเห็น คือบริเวณโอว์เสม็ด–ช่องจอม รวมถึงสิ่งปลูกสร้างและร่องรอยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ผ่านมา เพื่อให้สื่อมวลชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศสามารถนำข้อมูลจากพื้นที่ไปประกอบการรายงานข่าว และประเมินสถานการณ์ได้อย่างเป็นอิสระ

เมื่อถามว่าการเปิดพื้นที่ครั้งนี้ต้องการสื่อสารอะไรต่อประชาคมระหว่างประเทศ ผอ.JIC กล่าวว่า ประเทศไทยต้องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและสามารถตรวจสอบได้ จึงเปิดโอกาสให้ทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศเข้าถึงพื้นที่มากที่สุดเท่าที่เงื่อนไขด้านความปลอดภัยจะเอื้ออำนวย พร้อมย้ำว่า “เราไม่ได้ขอให้ใครเลือกข้าง แต่ขอให้พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน”

Advertisement

เมื่อถามถึงจุดยืนของไทยต่อสถานการณ์ชายแดน ผอ.JIC กล่าวว่า ไทยยังคงยึดมั่นใน Joint Statement วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน การลดความตึงเครียด และการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน โดยเป้าหมายของไทยคือการมีชายแดนที่ปลอดภัย มีเสถียรภาพ และนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน พร้อมย้ำอีกครั้งว่า “เราไม่ได้ขอให้ใครเลือกข้าง แต่ขอให้พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน”

ทั้งนี้ ผอ.JIC ได้เน้นย้ำหลักการสำคัญว่า “Transparency, verification and dialogue are essential to building trust.” หรือ “ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ คือพื้นฐานของความไว้วางใจและสันติภาพที่ยั่งยืน”