‘กรณ์’ เสนอหั่นงบปี 70 ทั้งกระดาน 10% เปิดทาง ครม.จัดสรรใหม่ แก้โครงสร้าง 5 ด้าน เตือนรัฐบาล หากยังจัดสรรแบบเดิม ระวังติดกับดัก ซัดกู้ 4 แสนล้าน ยังวนใช้โครงการเดิม-ซื้อพัสดุ
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว
เวลา 10.47 น. นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในมาตรา 4 งบรายจ่ายปี 70 จำนวน 3.788 ล้านล้านบาทว่า ได้เสนอให้มีการปรับลดงบประมาณโดยรวม 10% เจตนาไม่ใช่เพื่อลดวงเงินโดยรวมของรัฐบาล แต่เพื่อเปิดช่องให้ ครม.นำเงินส่วนที่ปรับลดไปนั้นกลับไปจัดสรรใหม่ เพื่อให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของประเทศ ซึ่งโจทย์สำคัญที่เราหวังว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณในการแก้ไขมีด้วยกัน 5 เรื่อง ได้แก่ 1.การศึกษา 2.สังคมสูงอายุ 3.หนี้ครัวเรือน 4.ประสิทธิภาพการผลิต 5.การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
นายกรณ์กล่าวว่า ไม่ได้โทษรัฐบาลทั้งหมด แต่วันนี้เรามีปัญหาเชิงโครงสร้างในเรื่องงบประมาณ ซึ่งมีปัญหาสองส่วน คือการจัดสรรงบ และรายได้ วันนี้ใครเป็นรัฐบาลก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเงินไม่พอที่จะมาจัดสรรและแก้ไขปัญหาทั้งหมดที่สะสมมานาน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะอ้างไม่ได้ว่าจัดสรรงบประมาณให้ไม่ได้เพราะเงินไม่พอ เพราะรัฐบาลเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ตัวเอง โดยการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท แต่ก็เอาไปใช้กับโครงการเดิมๆ ไม่ได้แจกโดยตรงให้กับประชาชน แต่นำไปจัดซื้อพัสดุภัณฑ์ หรือแผงโซลาร์เซลล์ แต่ไม่ได้นำไปแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
นายกรณ์ยังกล่าวถึงการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล โดยยกตัวเลขการจัดเก็บรายได้เมื่อเทียบกับจีดีพี อยู่ที่ 14% ซึ่งถือว่าลดลงมาเรื่อยๆ จากปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ามีความหมายมาก นอกจากนี้ การจัดเก็บรายได้กว่า 99% มาจากการจัดเก็บภาษีจากคนทำงาน มีเพียง 1% ที่จัดเก็บจากอภิมหาเศรษฐีหรือกลุ่มคนร่ำรวย สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการจัดเก็บภาษีที่ต้องมีการแก้ไข อีกทั้งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเราอยู่ที่ 2% ซึ่งถือว่าต่ำมาก ดังนั้น ต้องคิดว่าจะตอบโจทย์เรื่องนี้อย่างไร ไม่เช่นนั้นเราจะติดกับดักงบประมาณอย่างแน่นอน ผู้ที่จะเดือดร้อนที่สุดก็คือผู้ที่มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ จึงอยากกระตุ้นเตือนรัฐบาลว่า เรามีภาระหน้าที่ในการแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็ว
นายกรณ์กล่าวทิ้งท้ายว่า หากยังยึดความคิดแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างภาษี บทบาทของต่างชาติในระบบเศรษฐกิจ จุดยืนต่อรัฐวิสาหกิจ หรือหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลถืออยู่ รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ เราจะหวังผลแบบใหม่ไม่ได้ เราต้องคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องงบประมาณในอนาคตต่อไป



