‘ผอ.JIC’ เผยนำ AOT-สื่อไทย-ต่างชาติ ลงสำรวจพื้นที่ ‘ช่องจอม’ ย้ำไทยไม่คิดยึดดินแดน ‘กัมพูชา’ ชี้เป็นพื้นที่ ‘Scambodia’ ภัยคุกคามทั่วโลก แถมถูกใช้เป็นฐานทหาร-โดรนโจมตีไทย แฉ ‘ทหารเขมร’ ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน เนียนเข้าพื้นที่ 2-3 ครั้ง ก่อนถูกจับตัวได้ เลี่ยงตอบรัฐบาลกัมพูชาเป็นน้ำหล่อเลี้ยง ‘สแกมเมอร์’ แต่สงสัยส่วนราชการจะไม่รู้เรื่องได้หรือ
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ให้สัมภาษณ์ภายหลังได้นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT และคณะสื่อมวลชน ทั้งสื่อไทยและต่างประเทศ ลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อสำรวจอาณาจักรสแกมเมอร์ว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มาในนามของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม เพื่อสื่อสารความจริงว่าเราไม่ได้ต้องการที่ยึดดินแดนของกัมพูชา เพราะเหตุผลสแกมเมอร์ เพียงแต่กัมพูชาได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวในการโจมตีทหารไทย เช่น เป็นที่ตั้งโดรน และอาวุธ รวมถึงศูนย์บัญชาการอื่นๆ มากมาย ซึ่งได้เห็นแล้วว่าสแกมเมอร์เป็นภัยคุกคามและเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่ใช่แค่ประชุม แล้วตกลงกันว่าจะทำ 1-2-3 ต้องมีการจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจเข้าไปตรวจสอบ และประเทศเจ้าบ้านต้องให้ความร่วมมือ เพื่อไม่ให้พื้นที่ของกัมพูชา เป็นที่ตั้งของสแกมเมอร์ หรือที่เรียกว่า “Scambodia” ต่อไปในอนาคต ซึ่งไม่ใช่การกล่าวอ้าง เพราะมีหลายหน่วย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศเข้ามาเก็บข้อมูลแล้ว เพื่อดำเนินการต่อในเรื่องของการยึดทรัพย์ การตัดเส้นทางการเงิน ไม่ให้มีการลงทุน ซึ่งเป็นหลักฐานของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโซนยุโรป เอเชีย หรือหลายๆ ประเทศ ที่จะนำไปขยายผลการดำเนินการต่อ
พล.อ.อ.ประภาสระบุอีกว่า จากการได้รับรายงานในพื้นที่ ฝ่ายกัมพูชาพยายามจะบุกเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งมีการตัดรั้วลวดหนามประมาณ 2-3 จุด แต่ด้วยความเข้มแข็ง เราสามารถจับเชลยได้ด้วย ที่มีความพยายามในการแฝงตัวมาเป็นชาวบ้าน แต่ความจริงคือเป็นทหารกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นประมาณ 2-3 ครั้ง ทำให้ทหารไทยต้องปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง เพราะหากไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ทหารกัมพูชาจะตั้งฐานบริเวณนั้น

พล.อ.อ.ประภาสกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศที่อยู่ข้างหลังก็มีความพร้อม หากทหารกัมพูชาเข้ามาโจมตี ทำลายรั้วลวดหนาม และเข้ามาทำร้ายทหารไทย หลังจากนั้นแสดงว่าเปิดแล้วใช่หรือไม่ และถ้าเปิดแล้ว เราก็ต้องตอบโต้เต็มรูปแบบ ซึ่งทั้งกำลังภาคพื้น, ทางอากาศ และปืนใหญ่ก็อัดเต็ม ซึ่งต้องยอมรับว่า เหตุการณ์เหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะระยะใกล้ชิดกันมาก ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดควรต้องลดระดับการยั่วยุ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และมาพูดคุยผ่านทวิภาคี ในขณะที่เวทีต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศก็พยายามจะชี้แจง เรื่องข้อเท็จจริง และไทม์ไลน์เหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชานำไปบิดเบือน แต่เชื่อว่าชาวโลกจะเข้าใจเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง
นอกจากนี้ ยังได้ไปสำรวจพื้นที่โดยรอบกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ล่อแหลม แต่ขอให้มั่นใจว่า ทหารไทยมีการวางระบบป้องกันไว้อย่างดี ซึ่งรถถังกัมพูชาก็เข้าไม่ได้ เพราะเราได้วางคูเลตป้องกันรถถังเอาไว้แล้ว ส่วนพื้นที่ที่เรียกว่า “ช่องปลิง” ไทยสามารถยึดคืนพื้นที่ได้โดยใช้ทหารเพียงกองพันเดียว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เก็บวัตถุระเบิด และกระสุน โดยเฉพาะ RPG โดยปัจจุบันไทยได้ทำลายทั้งหมดแล้ว และได้มีการขนอาวุธของกัมพูชาเพื่อนำไปเป็นหลักฐานจำนวน 1 คันรถ นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าฝ่ายกัมพูชามีเจตนา มีการเตรียมการ เพื่อดำเนินการอะไรสักอย่าง
พล.อ.อ.ประภาสกล่าวย้ำว่า แนวการวางกำลังของทหารไทยปัจจุบันนี้ไม่ใช่การมุ่งหวังในการวางแนวเส้นเขตแดน เราไม่ได้รุกรานเพื่อยึดพื้นที่กัมพูชามาเป็นของไทย แต่เราแค่ดำเนินการตามแผนจักรพงษ์ภูวนารถเพื่อป้องกันชายแดนและประเทศ รวมถึงการประสานงานระหว่าง 3 เหล่าทัพ ซึ่งขอย้ำว่าแผนจักรพงษ์ภูวนารถไม่ใช่แผนการเพื่อไปยึดพื้นที่ของกัมพูชา
“ถ้าจะยึดพื้นที่กัมพูชาก็ต้องรบกันทั้งประเทศ และจะกลายเป็นสงครามที่ใหญ่พอสมควร ซึ่งต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ถ้าเขายังไม่หยุดยั้งและไม่ยุติ ซึ่งทราบมาว่าทหารผีในกัมพูชามีมาก ยอดไม่ตรงกับที่แจ้ง เนื่องจากบางส่วนก็มีความกลัว ซึ่งอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าเราไม่ได้นิ่งดูดาย เรามีแนวป้องกันเอาไว้อย่างดี และมียุทโธปกรณ์พร้อมที่จะป้องกันประเทศ” พล.อ.อ.ประภาสกล่าว

ส่วนที่ผู้นำกัมพูชาอ้างว่าประเทศไทยใช้เรื่องสแกมเมอร์เพื่อมาอ้างในการยึดครองพื้นที่นั้น พล.อ.อ.ประภาสกล่าวว่า สแกมเมอร์คือภัยคุกคามของทั่วโลก แม้แต่องค์กรระหว่างประเทศก็ระบุว่าเป็น Scambodia การที่เขาไปพูดในลักษณะเช่นนั้นเพื่อหวังโจมตีประเทศไทย ซึ่งตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปอยเปต ที่ติดจังหวัดสระแก้ว, จัดหวัดไพลิน ที่ติดอยู่กับจังหวัดจันทบุรี หรือทมอดา ที่ติดอยู่กับจังหวัดตราด มีสแกมเมอร์, กาสิโนที่เรียกว่าเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ตลอดแนวอยู่แล้ว ยืนยันว่าเราไม่ได้ใช้เรื่องนี้เพื่อหวังควบคุมพื้นที่ของกัมพูชา ซึ่งเราก็ไม่รู้มาก่อนว่ามีเรื่องสแกมเมอร์ในพื้นที่นี้ เพียงแต่ฝ่ายกัมพูชาใช้พื้นที่นี้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหารโจมตีประเทศไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าควบคุมพื้นที่ และหากมีการเจรจาผ่านทวิภาคีและบรรยากาศมีความเอื้ออำนวยถึงจะมาพูดคุยกันได้ เพราะไม่มีประเทศไหนชี้ว่าคนไทยต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้
พล.อ.อ.ประภาสกล่าวย้ำว่า เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ระดับประเทศ มีผลประโยชน์ มีเรื่องเศรษฐกิจ แต่ควรต้องตระหนักว่าสิ่งที่ทำส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและประเทศทั่วโลกมาก
เมื่อถามว่า รัฐบาลกัมพูชาถือเป็นน้ำหล่อเลี้ยงสแกมเมอร์ใช่หรือไม่ พล.อ.อ.ประภาสกล่าวว่า ก็พูดเองอยู่แล้วนี่ เพราะพื้นที่กว่า 500 ไร่ มีหลาย 100 อาคาร หากส่วนราชการของกัมพูชาไม่รู้ ก็ไม่รู้ว่าจะว่าอย่างไรแล้ว ซึ่งคนที่มาดำเนินการน่าจะเป็นนายทุนมาจากที่อื่น

พล.อ.อ.ประภาสกล่าวอีกว่า การที่คณะลงวันนี้ได้จัดเลี้ยงหมูกระทะทั้งกองพันเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจที่ทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย นอกจากนี้ เพื่อให้เห็นพื้นที่ที่เราควบคุม ซึ่งไม่ใช่การลากเส้นเขตแดน และต้องย้ำว่า AOT แค่สังเกตการณ์ ซึ่งต้องเข้ามาดูพื้นที่ที่มีการปะทะ และคณะ AOT ก็เป็นทหาร หากไม่เข้าพื้นที่แสดงว่ากังวลกับบางสิ่งบางอย่าง
ด้าน พ.ท.คญากร โชติพนัส ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 25 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ ว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าพี่น้องทหารทุกคนยืนหยัดพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยตลอดเวลา ส่วนยุทโธปกรณ์ต่างๆ เราพร้อมรบ ซึ่งผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นได้มาตรวจตลอด สิ่งใดที่ขาดเหลือก็ได้รับการสนับสนุนเต็มที่
เมื่อถามว่า มีเหตุยั่วยุจากฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ หลังสถานการณ์คลี่คลายไปแล้ว พ.ท.คญากรกล่าวว่า ปัจจุบันฝ่ายตรงข้ามมีการยิงยั่วยุตลอดแนวที่เราดูแล
เมื่อถามถึงความต้องการของหน่วยในพื้นที่ได้แจ้งไปยังหน่วยเหนือมีสิ่งใดบ้าง พ.ท.คญากรกล่าวว่า หน่วยได้รับการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ รวมถึงเครื่องมือพิเศษครบถ้วน พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขวัญและกำลังใจของกำลังพลดีมาก


