ถล่มงบ70ซ้ำซ้อน ฝ่ายค้านจี้หั่น-รบ.อย่าตีเช็กเปล่า ‘เอกนิติ’ยันใช้คุ้มค่า-โปร่งใส ‘วีระ’ขอขรก.ฟรีซเงินเดือน2ปี ตั้ง’หมอเอก’โฆษกแทน’รัชดา’ อนุทินเมินสนธิปลุกม็อบ 14 กย.
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่2และ3 ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระที่2และ3 ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกมธ.ฯ รายงานผลการพิจารณาว่า กมธ.ฯ ร่วมกันพิจารณารายละเอียดของหน่วยรับงบประมาณรวม 3,286 หน่วยรับงบประมาณ กมธ.ฯได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินภาระกิจเพื่อแก้ไขปัญหาความเดิอดร้อนของประชาชน ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนหน่วยรับงบประมาณภายใต้หลักธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน มีการปรับลดงบประมาณ 11,162 ล้านบาท โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งเป้าหมายและผลการดำเนินงานจริง ความคุ้มค่า ความพร้อม และศักยภาพในการใช้จ่ายงบประมาณตลอดจนให้ความสำคัญกับเงินนอกงบประมาณหรือรายได้ที่จัดเก็บเองของหน่วยรับงบประมาณ
จากนั้นเป็นการพิจารณาเรียงมาตรา โดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ในฐานะกรรมาธิการ(กมธ.)เสียงข้างน้อย อภิปรายในมาตรา 4 งบรายจ่ายปี 70 จำนวน 3.788 ล้านล้านบาท ว่า ขอปรับลดงบประมาณ 1 แสนล้านบาท ทำให้ยอดรวมน่าจะเหลือ 3.688 ล้านล้านบาท เราทราบกันดีว่างบประมาณในปีนี้หลายหน่วยงานถูกปรับลดไปค่อนข้างมาก แต่ 1 แสนล้านบาทนี้ เป็นตัวเลขแสดงถึงภาระจริงๆ แล้วเราควรบรรจุไว้ในงบประมาณแต่ยังขาดไปและที่สำคัญก็ยังมีงบประมาณในหลายส่วนที่เราสามารถตัดได้เพิ่มเติม
ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) อภิปรายในมาตรา 4 งบรายจ่ายปี 70 จำนวน 3.788 ล้านล้านบาท ว่า ได้เสนอให้มีการปรับลดงบประมาณโดยรวม 10% เจตนาไม่ใช่เพื่อลดวงเงินโดยรวมของรัฐบาล แต่เพื่อเปิดช่องให้ครม.นำเงินส่วนที่ปรับลดไปนั้น กลับไปจัดสรรใหม่ เพื่อให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของประเทศ
ส่วน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคปชป. อภิปรายมาตรา 4 ว่า ขอเสนอตัดงบในภาพรวม 1.5 แสนล้านบาท เพราะมีเงินนอกงบประมาณจำนวนมากเพื่อแก้ปัญหาประเทศ รวมถึงเป็นปีที่รัฐบาลมี พ.ร.ก.กู้เงิน ทำให้จะมีเงินเติมในระบบอีก 2 แสนล้านบาท นอกจากนั้นเมื่อพิจารณาถึงสถานะของประเทศในประเด็นหนี้สาธารณะเกือบชนเพดาน และยังมีหนี้ค้างในรัฐวิสาหกิจ
ขณะที่ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ.ฯ อภิปราย กล่าวว่า ตอนพิจารณางบรายจ่ายมีรายการไม่สามารถตัดทอนได้เยอะมาก ทั้งรายการค่ารักษาพยาบาลพนักงานลูกจ้างรัฐก้อนใหญ่ประมาณ 90,000 กว่าล้านบาท รายการเงินเบี้ยวัดบำเหน็จบำนาญ ประมาณ 389,000 ล้านบาท ส่วนเงินเลื่อนเงินเดือน และเงินปรับวุฒิข้าราชการ 13,000 ล้านบาท เข้าใจว่าไม่สามารถตัดได้จริง
“ตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2527 และปี 2540 หน่วยราชการหรือคนที่เกี่ยวข้องกับราชการ รับเงินเดือนกับงบประมาณไม่เคยได้รับผลกระทบ แต่ครั้งต่อไปอาจจะเกิดขึ้น ผมคิดว่าถ้าหน่วยราชการจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ปีหน้าถ้าเป็นไปได้ผมเสนอให้ฟรีซการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการสัก 1-2 ปี “นายวีระ กล่าว
ด้าน น.ส.วทันยา บุนนาค กมธ.ฯ อภิปรายว่า สภาไม่ควรจะปล่อยให้งบที่มีความซ้ำซ้อนอย่างชัดเจนผ่านสภาแห่งนี้ไป แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นเรื่องจำเป็น แต่เรื่องนี้มีช่องว่างของการใช้งบประมาณ อาจเปลี่ยนคำว่า พลังงานสะอาดเป็นพลังงานทุจริต การอ้างเหตุผลของรัฐบาล ระหว่างพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน กับการใช้งบกลางย้อนแย้งในตัวเอง ขอให้รัฐบาลเปิดเผยชื่อโครงการและหน่วยงานจะรับงบประมาณในส่วน 12,000 ล้านบาท เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ไม่เช่นนั้นสภาก็ไม่ควรอนุมัติเช็คเปล่าเหล่านี้
ม ใครทำความประพฤติไม่ดี ถือว่าประเทศไทยไม่ประสงค์ให้คนเหล่านี้อยู่ในประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงประกาศทวงคืนประเทศ พร้อมนำมวลชนเคลื่อนไหว หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ไม่ส่งฟ้องคดีฮั้วสว. ได้ฟังรายละเอียดแล้วหรือยัง โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้ฟัง
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า นายสนธิระบุว่าในวันที่ 14 กันยายนนี้หากกกต.ไม่สั่งฟ้องคดีฮั้วส.ว.จะยกระดับการเคลื่อนไหว พร้อมท้าทายให้นายกฯดีเบตในเรื่องนี้ นายอนุทิน หันมาตอบเพียงสั้นๆว่า”ครับ“ก่อนเดินเข้าตึกไทยคู่ฟ้าทันที
เมื่อถามถึงการปรับเปลี่ยนโฆษกรัฐบาลคนใหม่ จาก น.ส.รัชดา ธนาดิเรก เป็น นพ.เอกภพ เพียรวิเศษ คาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันที่ 8 กันยายนนี้ ต้องการมุ่งเน้นภารกิจด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เน้นการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ว่ารัฐบาลได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง

