ปชน.ข้องใจ งบค่าซ่อมเรือตรวจการณ์กรมศุลฯ ไม่ถูกตัดแม้แต่บาทเดียว ติงซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น
เมื่อเวลา 19.19 น. วันที่ 7 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เข้าสู่การพิจารณามาตรา 9 กระทรวงการคลัง โดย นางสาวนฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขอตั้งข้อสังเกตค่าใช้จ่ายในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดต่อปิโตรเลียม ซึ่งเมื่อรวมค่าซ่อมแซมเรือตรวจการณ์ศุลกากร จำนวน 19 ลำ ที่ใช้ในภารกิจเดียวกัน มีวงเงินรวม 57.3 ล้านบาท น่าสังเกตว่างบก้อนนี้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ โดยไม่ถูกปรับลดเลยแม้แต่บาทเดียวทั้งที่หลายจุด หน่วยงานชี้แจงมาไม่เพียงพอ เอกสารชี้แจงจากกรมศุลกากรชี้แจงเพียงว่างบก้อนนี้ใช้สำหรับการซ่อมบำรุงเรือและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของเรือศุลกากร แต่ไม่แสดงการคำนวณให้เห็นเลยว่าเหตุใดจึงต้องใช้เงินจำนวนนี้ ตัวเลขค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เสนอมาก็เป็นเพียงตัวเลขก้อนกลมๆ ที่เกิดจากการประมาณการเท่านั้น จึงอยากทราบว่าปีก่อนๆ ตั้งงบลักษณะนี้ใช้ไปเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ และที่เหลือนำไปใช้อะไรต่อ รวมถึงเรือจำนวน 19 ลำที่ขอซ่อม มีกี่ลำที่ขอซ่อมเพราะใช้งานไม่ได้จริง และกี่ลำที่ซ่อมเชิงป้องกันตามแผนปฏิบัติการตามปกติ หากไม่มีข้อมูลมาแสดงงบก้อนนี้ก็เป็นเพียงงบเผื่อซ่อม ไม่ใช่งบที่จำเป็นตามจริง
นางสาวนฤมาศ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตรวจพบจากเอกสารผลการใช้จ่ายงบประมาณของกรมศุลกากรย้อนหลังในปีงบประมาณ 2569 หมวดงบรายจ่ายอื่นซึ่งเป็นหมวดเดียวกับที่บรรจุรายการนี้ไม่ได้ถูกตั้งไว้ในงบประมาณตั้งแต่ต้นด้วยซ้ำ ในการรับจัดสรรงบเพิ่มเติมภายหลัง เพียง 2.94 ล้านบาทเท่านั้น และผลเบิกจ่ายจริงวันที่ 29 พ.ค.ได้ล่วงเข้าไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณกลับเบิกจ่ายเพียง 0 บาท แต่ในปีงบประมาณ 2570 ที่กำลังพิจารณา กรมศุลกากรกลับเสนอของบภารกิจเดียวกันสูงถึง 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเก้าเท่าจากยอดที่ได้รับจัดสรรในปีก่อน โดยไม่มีข้อมูลการเบิกจ่ายจริงมารองรับความจำเป็นของการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเช่นนี้ ต้องถามตรงตรงว่าตัวเลข 26 ล้านบาทนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วเหตุใดปีที่แล้วถึงไม่มีการเบิกจ่ายแม้แต่บาทเดียว หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจนสภาฯ แห่งนี้ไม่ควรอนุมัติงบก้อนนี้โดยไม่มีคำอธิบาย ต้องถามว่าภารกิจเรือตรวจของศุลกากรซ้ำซ้อนกับภารกิจของศูนย์อำนวยการผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตำรวจน้ำ และกรมสรรพสามิตมากน้อยเพียงใด และงบประมาณกว่า 57 ล้านบาทที่ขอมานั้น เป็นภารกิจนี้โดยเฉพาะของกรมศุลกากรที่ช่วยอุดช่องว่างของหน่วยงานอื่นที่ทำไม่ถึงได้จริง หรือเป็นเพียงการทำงานซ้ำซ้อนที่สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินโดยไม่จำเป็น
นางสาวนฤมาศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้งบครุภัณฑ์ของกรมศุลกากรโดยเฉพาะเครื่องเอ็กซเรย์ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ และระบบตรวจสอบสินค้าต่างๆ ซึ่งเห็นว่ากรมศุลกากรได้ของบประมาณในส่วนนี้ต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งค่าจัดหาเครื่องใหม่ ค่าบำรุงรักษา และค่าจ้างเหมาซ่อมแซมระบบ ซึ่งในปีนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 899 ล้านบาท ตนได้รับข้อมูลจากประชาชนและผู้ใช้บริการในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ว่าเครื่องเอ็กซเรย์ตรวจตู้คอนเทนเนอร์ที่ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังนั้นใช้งานยังไม่ได้เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น จึงขอฝาก รมว.คลังและอธิบดีกรมศุลกากรดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ว่าครุภัณฑ์ที่ซื้อมาด้วยงบประมาณแผ่นดินทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นที่ท่าเรือแหลมฉบังหรือด่านศุลกากรในประเทศไทย ถูกนำไปใช้จริงตามวัตถุประสงค์อย่างครบถ้วนหรือไม่ เพราะหากยังปล่อยปละละเลยเช่นนี้ งบประมาณปีต่อๆ ไป กรมศุลกากรจะต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดอย่างยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงขอปรับลดงบประมาณ 5%




