หน้าแรก การเมือง ปชน.ถล่มงบประ...

ปชน.ถล่มงบประมง ขอสร้าง 6 โรงเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามอัจฉริยะ อัดเมินแก้วิกฤตกุ้ง เกรงใจใครหรือไม่

8.09.26 | 11:03 น.

‘ส.ส.ปชน.’ ถล่มงบ ‘กรมประมง’ ขอสร้างโรงเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามอัจฉริยะ แก้ปัญหาให้เกษตรกรอย่างไร ซัดทำไมไม่แก้วิกฤตกุ้งไทยในขณะนี้ เหน็บเกรงใจใคร หรือไม่รู้จะแก้อย่างไร

เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 2 เข้าสู่มาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสกรณ์ และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 53,050 ล้านบาท


เวลา 09.35 น. นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายมาตรา 14 กระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะกรมประมงว่า เกิดคำถามเรื่องศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งการท่องเที่ยวอาจจะเป็นประเด็นที่อาจทำได้ แต่กรมประมงในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาประมงในขณะนี้ กรมได้ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีแล้วหรือยังถึงจะไปส่งเสริมการท่องเที่ยว และเมื่อดูแล้วบางรายการที่จะเอาไปทำ ต่อให้ทำสำเร็จตนก็ไม่แน่ใจว่าจะแก้ไขปัญหาประมงได้ เช่น เรื่องกุ้ง กรมประมงของบก่อสร้างโรงเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามอัจฉริยะ อยากทราบว่าอัจฉริยะอะไร จะเห็นผลผลิตหรือลดต้นทุนได้อย่างไร ตนไม่อยากรู้ว่าจะมีเซ็นเซอร์กี่ตัว มีแผงโซลาร์เซลล์เท่าไหร่ แต่อยากรู้ว่าเกษตรกรพี่น้องชาวประมงหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจะมีชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า โครงการนี้จะช่วยลดต้นทุนได้เท่าไหร่ และจะเพิ่มผลผลิตกี่เปอร์เซ็นต์ และโครงการนี้จะนำไปสู่การทำให้น้ำดีขึ้นและทำให้มีการรอดของกุ้งก้ามกรามเพิ่มมากขึ้น ก็ต้องถามว่ารอดจากเท่าไหร่เป็นเท่าไหร่ หรือแม้แต่แผงโซลาร์เซลล์ที่บอกว่าจะช่วยเรื่องต้นทุนค่าไฟ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการเลี้ยงกุ้งลดลงได้เท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน

Advertisement

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า คิดว่าสิ่งเหล่านี้ยังได้รับคำตอบที่ไม่ชัดเจน จะบอกว่าทั้งหมดน้อยนิดจนไม่เห็นว่าจะแก้ไขปัญหากุ้งที่ปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรเจอจะแก้ไขได้อย่างไร จึงมองไม่เห็นว่าโครงการนี้จะแก้ปัญหาได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อไปดูโครงการลักษณะเดียวกันไม่ได้สร้างเพียงแค่แห่งเดียว เพราะมีการขอมาถึง 6 แห่ง รวมทั้งสิ้น 97 ล้านบาทเศษ เมื่อไปดูในเอกสารโรงเพาะพันธ์กุ้งอัจฉริยะที่ขอมา มีที่ลพบุรี, พัทลุง เมื่อมาเทียบกันพบว่าราคาแพงที่สุดและถูกที่สุด มีราคาต่างกันประมาณ 747,600 บาท ไม่แน่ใจว่าราคาที่ต่างกันนี้เกิดจากอะไร เพราะถามไปในห้อง กมธ.ก็ไม่ได้รับคำตอบ

“สิ่งที่กังวลไม่ใช่ราคาที่ต่างกัน แต่เห็นว่าเรากำลังเกาไม่ถูกที่คัน ต่อให้กรมประมงชี้แจงได้ว่าราคาต่างกันเพราะอะไร ผมขอถามว่าการลงทุนโรงเพาะพันธ์กุ้งก้ามกรามนี้คือคำตอบสำคัญที่สุดต่อวิกฤตอุตสาหกรรมกุ้งไทยจริงหรือ เพราะประเทศไทยเคยเป็นหัวหอกในการส่งออกกุ้งกุลาดำและสร้างเศรษฐกิจของประเทศซึ่งเป็นยุครุ่งเรือง แต่วันนี้หยุดไปแล้ว รวมถึงกุ้งขาวแวนนาไม ที่ประเทศไทยเคยส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลกจนมาเจอปัญหาเรื่องโรคระบาด และเรื่องต้นทุน ซึ่งตอนนี้นำไปสู่การติดหล่มที่ยังไม่สามารถจะกลับมายืนแถวหน้าได้ ผมไม่ได้บอกว่ากุ้งก้ามกรามไม่สำคัญ แต่ต้องถามว่าหลักคิดในการใช้งบประมาณถูกต้องจริงหรือไม่ เพราะยังไม่เห็นว่าจะแก้ไขกุ้งกุลาดำได้อย่างไร ทั้งๆ ที่กุ้งเหล่านี้มีศักยภาพในการส่งออก จึงไม่แน่ใจว่าที่ท่านไม่แก้ไข เพราะเกรงใจใคร หรือไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร” ณัฐพงษ์กล่าว