พลพีร์ สั่งปูพรมตรวจสุสานทั่วประเทศ ขยายผลเครือข่าย ‘กาน ชาบาด’ ปมนอมินี ยัน ผิดกฎหมายดำเนินคดีหมด รับ ที่เจริญกรุง 49 หลุม มีกำแพงกั้น อาจมีแปลงไร้ใบอนุญาต จ่อลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา นัดหารือ ตร.-ดีเอสไอ บูรณาการสางทุนเทา 15 ก.ย.นี้
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 8 กันยายน ที่รัฐสภา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสุสานชาวยิว ว่า ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้มีการออกหนังสือ ให้ย้ายออกสุสานจากพื้นที่แล้ว ซึ่งจะมีการย้ายออก 3 จาก 4 ร่าง ส่วนอีก 1 ร่าง ขอเวลาในการพิสูจน์ว่ามาในระยะเวลาที่มีใบอนุญาตหรือไม่ ถ้าเป็นหลังจากปี 66 ก็ต้องย้ายร่างออกไปด้วย อย่างไรก็ตาม ที่แห่งนั้นคงไม่ใช่สุสานอีกต่อไป ซึ่งระยะห่างของแหล่งน้ำและถนน ผิดข้อบังคับชดเจน
นายพลพีร์ กล่าวว่า ส่วนสุสานในพื้นที่ถนนเจริญกรุง กทม. มีชาวอิสราเอลที่ถูกนำไปฝังอยู่ 49 หลุม ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่อีกสุสานหนึ่ง ที่ใช้กำแพงกั้นเฉพาะของชาวยิว จึงให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปตรวจสอบข้อมูล ว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งการใช้กำแพงกั้นจะแบ่งพื้นที่สุสานเป็น 2 แปลง แปลงหนึ่งมีใบอนุญาต อีกแปลงอาจจะไม่มีก็ได้ กำลังให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบ
นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนได้ให้ตรวจสอบสุสานทั่วประเทศ จากรายงานที่ได้รับ พบว่าสุสานและที่ฌาปนกิจศพทั้งหมดในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 1,200 แห่ง อยู่ระหว่างการขอรายละเอียดจากแต่ละที่ ว่าหมดอายุหรือไม่ และใครเป็นผู้ขอ พร้อมแยกว่าเป็นของศาสนาใดบ้าง ขณะเดียวกันในวันที่ 10 กันยายนนี้ ตนจะลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามความคืบหน้าของสุสานว่าเป็นอย่างไรบ้าง
นายพลพีร์ ยังชี้แจงถึงกรณีที่ชาวต่างชาติมาทำสุสาน ว่า บริษัท กาน ชาบาด มีผู้ถือหุ้นหรือผู้ก่อตั้งบริษัท 3 คน เป็นชาวอิสราเอลที่มีสัญชาติไทยทั้งหมด และเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ รวมถึงชาบาดที่ภูเก็ตด้วย ซึ่งตนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีการขยายเครือข่าย ตรวจสอบชาวอิสราเอลที่คาดว่า อาจจะเป็นนอมินี หรือทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งหนึ่งในสถานที่ที่น่าสงสัย คือที่จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงแปลงที่มีการสร้างชาบาดที่สุขุมวิท กทม. ด้วย ยืนยันว่าจุดไหนที่ผิดกฎหมาย จะดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนกรณีของสัญชาติ นายพลพีร์ กล่าวว่า ไม่ได้วิตกกังวล หากมีสัญชาติไทย กฎหมายไทยครอบคลุมอยู่แล้ว ทั้งการยึดทรัพย์และการดำเนินคดี หากเลวร้ายมาก ในข้อกฎหมายที่เขากระทำความผิดใด เราก็สามารถถอนสัญชาติและเนรเทศได้ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ขอทำโครงข่ายธุรกิจนี้ให้สมบูรณ์ก่อน แล้วค่อยไปดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า โดยในวันที่ 15 กันยายนนี้ ภายหลังการประชุม ครม. กระทรวงมหาดไทย ป.ป.ท. ปปง. ดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมหารือกันถึงวิธีการเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องทุนเทา สแกมเมอร์ และนอมินี หลังจากนั้นจะรายงานต่อนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตร ประกาศทวงคืนแผ่นดินไทยจากชาวยิว นายพลพีร์ กล่าวว่า เห็นว่ามีการขับเคลื่อนทางการเมืองเรื่องนี้อยู่ แต่เมื่อฟังเนื้อหาแล้วก็มีการเมืองในส่วนอื่นด้วย ตนขอสื่อสารไปยังประชาชนว่าไม่ต้องกังวลใจเพราะเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรีให้ความจริงจังในเรื่องนี้มาก และก็พิสูจน์อยู่แล้วในทุกภารกิจที่เราได้ดำเนินการ แต่ย้ำว่าเราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ชาติใดชาติหนึ่ง แต่ได้ตรวจสอบทั้งหมด อย่างเช่นที่ เกาะสมุยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งตนลงพื้นที่ไปพร้อมกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อสองสัปดาห์ก่อนก็มีการจับกุมผู้กระทำความผิด 12 ชาติ ไม่ใช่แค่ชาติใดชาติหนึ่ง
โดยหลังจากนี้ภารกิจของกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับใบอนุญาตสถานประกอบการ ผับที่ผิดกฎหมาย มีการขายยาเสพติด หรือเปิดให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้บริการ ซึ่งก็พบว่ามีของคนไทยด้วย แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้พุ่งเป้าแต่ต่างชาติเพียงอย่างเดียว แต่บังเอิญว่าเมื่อไปลงพื้นที่ในภาคใต้ มีความเชื่อมโยงกันหมด ก็เลยดูเหมือนว่าเป็นเครือข่ายที่ใหญ่มากของชาวต่างชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและจะดำเนินคดีต่อไป
เมื่อถามถึงกรณีพบชาวอิสราเอลไปซื้อที่ดินในจังหวัดปัตตานี เกี่ยวข้องกับการทำสุสานหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวยอมรับว่า ชาวอิสราเอลไปซื้อที่ดินในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตนได้พูดคุยกับส.ส.หลายคน ที่อยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเตรียมจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สิ่งที่ต้องกังวลคือ ภาคใต้ก็มีอีกศาสนาหนึ่งที่มีคนนับถือเยอะ และหากมีอีกศาสนาหนึ่งลงไป ก็อาจจะเป็นข้อถกเถียงในสังคมหรือไม่ จึงต้องลงไปดูพื้นที่ก่อน แต่ในเบื้องต้นที่ดินที่มีการซื้อเป็นที่ดินเปล่า ยังไม่มีการสร้างอาคารหรือทำธุรกิจใด ๆ

