หน้าแรก การเมือง ครม. เห็นชอบ ...

ครม. เห็นชอบ อัดวงเงิน 1.78 พันล้าน ช่วยลาวสร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง เชื่อมค้าชายแดน

8.09.26 | 14:25 น.

ครม.เห็นชอบ อัดวงเงิน 1.78 พันล้าน ช่วยลาวสร้างสะพานเชียงแมน–หลวงพระบาง เชื่อมการค้าชายแดน-ท่องเที่ยวน่าน

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 กันยายน ที่รัฐสภา นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน – หลวงพระบาง สปป. ลาว (โครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมนฯ) ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้ 1.อนุมัติให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) ดำเนินการตามขอบเขตของโครงการ แหล่งที่มาของเงินทุน รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขทางการเงินสำหรับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป. ลาว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมนฯ จำนวน 1,783,671,500 บาท


2.อนุมัติให้สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรงบประมาณเป็นรายปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 – 2574 รวมระยะเวลา 4 ปี ในอัตราร้อยละ 50 ในส่วนของเงินกู้ จำนวน 891,835,750 บาท

3.เห็นชอบแนวทางการกู้เงินของ สพพ. จากสถาบันการเงินภายในประเทศ จำนวน 891,835,750 บาท ตามรูปแบบและเงื่อนไขที่กำหนด

4.กรณี สปป. ลาว ผิดนัดชำระหนี้ สพพ. จะพิจารณาใช้เงินสะสมของ สพพ. เพื่อชำระคืนหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากเงินกู้จากสถาบันการเงินภายในประเทศไปก่อน ทั้งนี้ หาก สพพ. เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่องจะขอรับจัดสรรเงินงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อเสริมสภาพคล่อง และเมื่อ สพพ. สามารถเรียกเก็บหนี้ได้จะนำเงินดังกล่าวส่งคืนคลังต่อไป

Advertisement

5.มอบหมายให้ผู้อำนวยการ สพพ. ลงนามในสัญญาการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป. ลาว เมื่อคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการให้ความช่วยเหลือทางการเงินในโครงการดังกล่าวแก่ สปป. ลาว แล้ว

สำหรับประโยชน์ทึ่จะได้รับมีดังนี้ 1. การก่อสร้างสะพานเชียงแมน – หลวงพระบาง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการให้ความสำคัญต่อการเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (Connectivity) ซึ่งจะส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

2.ผลประโยชน์ด้านการค้าชายแดนระหว่างไทยและ สปป. ลาว สามารถขยายโอกาสด้านการค้าระหว่างจังหวัดน่านกับเมืองหลวงพระบาง เนื่องจากลดระยะเวลาเดินทางระหว่างเมืองทั้งสองได้อย่างน้อย 30 – 45 นาที ทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างกัน ทำได้ง่าย สะดวก และปลอดภัยจากการ ข้ามแม่น้ำ

3.จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากนักท่องเที่ยวในจังหวัดน่านเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมานักท่องเที่ยวไทยเดินทางท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบางผ่านจังหวัดน่านโดยใช้เส้นทางเมืองหงสา – เมืองจอมเพชร – บ้านเชียงแมน และใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงของโครงการแทนการใช้แพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำโขงระยะเวลาท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวของไทยคนละ 4,500บาท ซึ่งในระยะเวลา 5 ปีแรก คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเยือนจังหวัดน่านเพิ่มขึ้น เฉลี่ยปีละ80,000 คน มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 360 ล้านบาท

4.เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค