หน้าแรก การเมือง กิตติพงษ์ ฉะก...

กิตติพงษ์ ฉะกรมการปกครอง ซื้อเสื้อเกราะราคาสูงกว่า กอ.รมน. ทั้งที่สเปกเดียวกัน

9.09.26 | 11:07 น.

“กิตติพงษ์” ฉะกรมการปกครอง ซื้อเสื้อเกราะตัวละ 46,000 บาท ขณะที่ กอ.รมน.ตัวละ 31,000 บาท ทั้งทั้งที่สเป็กเหมือนกัน แฉบริษัทรับทำเสื้อเกราะ มีธุรกิจขายเสื้อนักเรียน รายได้ต่อปี เพียง 12,000 บาท

 


เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่2และ3 ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 3 เข้าสู่มาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 226,929ล้านบาท

ขณะที่ น.ท. กิตติพงษ์ ​ปิยะวรรณโณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 20 กระทรวงมหาดไทยว่า ปีนี้กรมการปกครอง ของบประมาณมาเพื่อขอซื้อเสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 14,814 ตัว วงเงิน 482.8 ล้านบาท ประกอบด้วยเสื้อเกราะสำหรับกองบัญชาการกองรักษาการดินแดนจำนวน 4,977 ตัว ราคาตัวละ 46,000 บาท วงเงิน 228.9 ล้านบาท สำหรับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านอีก 1,200 ตัวราคาตัวละ 46,000 บาทวงเงิน 55.2 ล้านบาท และเสื้อคออ่อนระดับ 3A อีก 8,637 ตัวราคาตัวละ 23,000 บาทวงเงิน 198.6 ล้านบาท ยืนยันว่า ต้นไม่ได้ติดขัดในการจัดหาเสื้อเกราะให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงแต่สิ่งที่ตนติดใจคือราคาและที่มาของราคาเพราะเสื้อเกราะที่กรมการปกครองซื้อราคาตัวละ 46,000 บาท ในขณะที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)ซื้อเสื้อเกราะสเปกเดียวกันราคาตัวละ 31,000 บาท ส่วนต่าง15,000 บาท

Advertisement

น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า ถ้าใช้เงิน 93,000 บาท กรมการปกครองจะซื้อได้เพียง 2 ตัว ขณะที่ กอ.รมน.ซื้อได้ถึง 3 ตัว ถ้าสเปกเหมือนกันจริงคำถามคือทำไมประชาชนต้องจ่ายแพงกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะการซื้อเสื้อเกราะ แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในการพิจารณางบประมาณแต่ละปี ที่สินค้าประเภทเดียวกันบางครั้งตราอักษร และสเปกเดียวกัน แต่พอเป็นหน่วยงานต่างกัน ราคาก็ต่างกันเพราะระบบของเรายังปล่อยให้แต่ละหน่วยงานไปสืบราคาด้วยตัวเองได้ แล้วนำใบเสนอราคามาตั้งคำของบประมาณ ทั้งที่ภาครัฐควรมีข้อมูลการจัดซื้อ เบิกจ่ายจำนวนมหาศาลอยู่แล้วก็ควรรู้ว่าของชิ้นนี้หน่วยงานไหนเคยซื้อ ซื้อเมื่อไหร่ ซื้อกี่ชิ้น ราคาต่อชิ้นเท่าไหร่ จึงขอเสนอให้สำนักงานประมาณ นำข้อมูลของกรมบัญชีกลางและข้อมูลจากระบบที่เกี่ยวข้อง มาสร้างฐานข้อมูลเปรียบเทียบราคา ห้ามหน่วยงานหนึ่งซื้อของที่มีลักษณะใกล้เคียงกับที่หน่วยงานหนึ่งเคยซื้อ แต่ราคาแพงกว่า 20% ถึง 40% ระบบควรจะมีการตั้งอัตโนมัติ เพื่อให้รู้ว่าราคาไม่เท่ากันทุกครั้ง หากราคาผิดไปจากที่รัฐเคยซื้ออย่างมีนัยสำคัญ หน่วยงานก็ต้องอธิบายว่าทำไมจึงต้องซื้อในราคาที่แพงกว่า

น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวว่า ที่สำคัญสินค้ามาตรฐานที่รัฐบาลซื้อซ้ำๆ ควรเร่งผลักดันนโยบาย E shopping ให้หน่วยงานสามารถเปรียบเทียบราคาและจัดซื้อผ่านระบบกลางได้ และต้องเปลี่ยนจากแต่ละหน่วยงานไปถามเอกชนว่าซื้อของชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่ เป็นรัฐต้องรู้เองว่าต้องซื้อของชิ้นนี้ในราคาเท่าไหร่ และโครงการนี้ยังสะท้อนปัญหาคือคุณภาพใบเสนอราคาจากข้อมูลที่ได้รับในการพิจารณางบประมาณ หนึ่งในบริษัทที่ทางหน่วยงานไปสืบราคามาประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการขายเสื้อนักเรียน แต่เสนอใบเสนอราคามาเป็นขายเสื้อเกราะ และบริษัทนี้รายได้ทั้งปีรวมกันเพียง 12,000 บาท แต่เสื้อเกราะ 1 ตัวราคาตัวละ 46,000 บาท หมายความว่าเสื้อเกราะเพียง1 ตัวมีมูลค่าสูงกว่ารายได้ของบริษัททั้งปี

“ผมไม่ได้กล่าวหาว่าสิ่งที่บริษัททำนั้นผิด แต่ใบเสนอราคาเช่นนี้ไม่ควรใช้เป็นฐานในการตั้งงบประมาณตั้งแต่แรกและนี่ไม่ใช่กรณีเดียว จึงขอเสนอให้สำนักงบประมาณประสานขอข้อมูลกับกลุ่มพัฒนาธุรกิจและการค้า เพื่อช่วยตรวจสอบบริษัทที่ใช้เป็นแหล่งที่มา อย่างน้อยต้องรู้ว่าบริษัทนี้ประกอบธุรกิจประเภทใด มีสถานะอย่างไร และข้อมูลทางธุรกิจมีความสอดคล้องกับสินค้าที่เสนอราคาหรือไม่ เพราะมีใบเสนอราคาไม่ได้แปลว่าได้ราคาตลาดและเอกสารครบ ไม่ได้แต่ว่าได้ของที่มีคุณภาพ”น.ท.กิตติพงษ์ กล่าว