คปท.ร่วมด้วย จี้โสภณ เร่งคดีศักดิ์สยาม หวั่นเตะถ่วงคดี ชูประเด็นปลุกมวลชน
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 9 กันยายน ที่รัฐสภา นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (ค.ป.ท.) พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ผ่านพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา เพื่อทวงถามเรียกร้องให้ประธานรัฐสภา ส่งคำร้องขอทงคปท.ที่ยื่นให้ ผู้นำฝ่ายค้านและ สว. ร่วมกันลงชื่อ ส่งผลคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่ตรงข้ามกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เคยปรากฏแบบนี้มาก่อน ตามการใช้สิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาร่วมกันในการลงชื่อ เป็นเจตจำนงของรัฐธรรมนูญ ที่ให้สมาชิกรัฐสภาตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. ซึ่งสส.และ สว. ได้ลงชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งหน้าที่ของประธานรัฐสภา คือการตรวจสอบว่าลงชื่อครบถ้วนสมบูรณ์อย่างไร ก่อนที่จะส่งไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบ แต่ประธานรัฐสภากลับไปตั้งกรรมการชุดพิเศษ เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง การกระทำแบบนี้เท่ากับประธานรัฐสภาทำตัวเป็นผู้พิพากษาเสียเองโดย คปท. เห็นว่า การตั้งกรรมการของประธานรัฐสภาเท่ากับเป็นการถ่วงเวลาเป็นการทำลายเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญที่ให้รัฐสภาตรวจสอบองค์กรอิสระ
คปท.จึงขอเรียกร้องไปยังประธานรัฐสภาให้รีบส่งคำร้องของสมาชิกรัฐสภาที่ลงชื่อให้ประธานศาลฎีกา ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระโดยเร่งด่วน และไม่ควรตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาไต่สวน ซึ่งกรรมการเหล่านี้จะมีอำนาจพิเศษอย่างไร เจตจำนงของ สส. และสว.ควรจะมีอำนาจในการยื่นตรง ไม่ควรมีกรรมการอำนาจพิเศษ นี่คืออำนาจพิเศษที่ประธานรัฐสภากำลังถ่วงเวลา และเรากลัวว่ากรรมการพิเศษที่เป็นคนนอก จะตัดตอนบิดเบือนข้อเท็จจริงบางอย่างทำให้ ข้อเท็จจริงเลือนหาย ไปสู่ประธานศาลฎีกา
ด้าน พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า จะแจ้งให้ประธานรัฐสภารับทราบ ซึ่งขณะนี้ประธานรัฐสภา กำลังพิจารณาคำร้องดังกล่าว และแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในการช่วยพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อประกอบดุลพินิจของประธานรัฐสภา ดังนั้นอาจจะช้า แต่ขอยืนยันว่าช้าและถูกต้องถูกระเบียบ ดีกว่าเร็วแล้วอาจจะไม่ถูกต้องหรืออาจเกิดความเสียหายอาจเกิดความ
นายพิชิต กล่าวย้ำถึงกรณีของนายศักดิ์สยาม หลังจากที่ได้ฟังความคืบหน้าจากพล.ต.ต.วิชัย เรื่องนี้แทบไม่มีความคืบหน้า เพราะสิ่งที่เรามายื่นในวันนี้เพื่อไม่อยากให้ประธานรัฐสภาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพราะมองว่าเป็นการเตะถ่วงเวลา
ส่วนที่มีการอธิบายว่าเพื่อเป็นการพิจารณาที่รอบคอบซึ่งข้อเท็จจริงตนมองว่าเรื่องนี้มันมีความรอบคอบอยู่แล้วตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
“ผมไม่ไว้วางใจกับคณะกรรมการชุดดังกล่าว รวมถึงประธานรัฐสภา เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทย และมีความใกล้ชิดกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ดังนั้นสังคมจึงตั้งคำถามว่าเป็นการฟอกผิดหรือการถ่วงเวลาเพื่อพวกตัวเองหรือไม่ รวมถึงเป็นการหมกเม็ดหรือช่วยเหลือนายศักดิ์สยามหรือไม่” นายพิชิต กล่าว
เมื่อถามถึงการตั้งกรอบระยะเวลาในการดำเนินการเรื่องนี้นั้น นายพิชิต กล่าวว่า เราจะเริ่มปฏิบัติการพร้อมกับการเคลื่อนไหวใหญ่ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่จะเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวเอาประเทศไทยคืนมา และเป็นการรวมพลังในทุกประเด็นและเราจะร่วมเปิดโปงข้อเท็จจริงในหลายประเด็น
เมื่อถามว่าเรื่องของนายศักดิ์สยาม จะมีน้ำหนักจนสามารถปลุกมวลชนออกมาเคลื่อนไหวได้หรือไม่ นายพิชิต กล่าวว่า จะเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ไปพ่วงกับอีกหลายประเด็น ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับพรรคภูมิใจไทย ทั้งโกงสอบท้องถิ่น ฮั้ว สว. ซึ่งหาก เรื่องของนายศักดิ์สยามอธิบายไม่ชัดเจนจะกลายเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับมวลชนได้ตั้งคำถามและขยับออกมาร่วมกับเราได้มากเพิ่มเติม

