วรศิษฎ์ โต้พรรคประชาชน ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ยัน ไม่มีตัดตอนปกป้องผู้มีอำนาจ ไม่สนเป็นใครถ้าแก้คะแนนโดนฟันหมด เผย ก.กลาง เตรียมถกมาตรการเยียวยาคนสอบสุจริตถูกลัดคิว 17 ก.ย.นี้
เมื่อเวลา 17.05 น. วันที่ 9 กันยายน ที่รัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตท้องถิ่น ซึ่งพรรคฝ่ายค้านกังวลว่าจะมีการตัดตอนไม่ให้ถึงผู้มีอำนาจจริง ว่า ต้องถามว่าความกังวลนั้นเกิดจากตรงไหน สิ่งที่ย้ำมาตลอดตั้งแต่วันแรก คือไม่ว่าคนเกี่ยวข้องเป็นใครต้องดำเนินการอย่างถึงที่สุด แต่สิ่งที่ตนเห็นในข่าวมีการออกมาให้ข้อมูล เช่น ในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีสองคนที่มีความใกล้ชิด หรือมีนามสกุลเดียวกันกับข้าราชการระดับสูง ที่ปรากฏพบว่ามีการแก้ไขคะแนน ตนคิดว่าเรื่องนี้พิสูจน์หลายอย่าง อย่างแรกเราคือมีการระบุชัดเจนว่าจะดำเนินการกับทุกคน ซึ่งคนที่เปิดชื่อออกมาว่าใครที่มีการแก้ไขคะแนนบ้าง คือคณะตรวจสอบที่มีการตั้งขึ้นมา จึงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราทำงานเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาจริงๆ ไม่ว่าเป็นใครนามสกุลอะไรหรือมีความเกี่ยวข้องกับใคร ตนคิดว่าไม่เกี่ยว และไม่ใช่สิ่งที่ต้องคำนึงถึง เพราะต่อให้เป็นใครก็ต้องดำเนินการ
ส่วนที่นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อ้างว่ามีรายชื่อหลักสิบคนที่ได้รับการบรรจุ แต่ไม่ถูกเพิกถอน เนื่องจากไม่ได้เข้าสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นข้อมูลดังกล่าว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการแก้ไขคะแนน หักหลักการแบบผิดเบี้ยวไปเลย ซึ่งเราตรวจสอบเจอและเปิดรายชื่อออกมาแล้วเกือบ 6,000 คน ขั้นตอนปัจจุบันกำลังดำเนินการถอดถอนคะแนนที่มีความผิดปกติออกมา หลังจากนี้เป็นขั้นตอนการเรียกใช้บัญชีต่อ คือบรรจุคนที่รอบรรจุกลับให้เร็วที่สุด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับคนที่สอบได้โดยสุจริต
ส่วนที่มีการระบุว่า มีการใช้คำว่า เด็กนายไม่ต้องจ่าย แต่สามารถเข้าไปสอบได้เลย หรืออาจจะมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนด้วยนั้น นายวรศิษฎ์กล่าวว่า จะเด็กนาย เด็กใคร จะจ่ายหรือไม่จ่าย ก็ต้องดำเนินการ สิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างหนึ่งตอนนี้คือบุคคลเหล่านั้นมีการแก้คะแนน ดังนั้น เขาจะจ่ายเท่าไหร่หรือไม่จ่ายอย่างไร ตรงนั้นไม่ใช่ประเด็น เพราะต้องดำเนินการทุกคนอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงการเยียวยาให้กับกลุ่มที่สอบได้ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สอบได้ด้วยความสามารถตัวเอง และมีการบรรจุไปแล้ว คนกลุ่มนี้ได้มีการประสานมาที่คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ว่าเขาเสียสิทธิ์บางส่วนเช่นเดียวกัน ถ้าไม่มีคนที่แก้ไขคะแนนเข้ามาแทรกหรือแซงคิว น่าจะได้อยู่ในที่ที่อยากจะอยู่ เขาจึงประสานมาที่คณะกรรมาธิการกระจายอำนาจฯ ว่าอยากให้มีการเลือกที่ใหม่ หรือมีการปรับในเรื่องการโอนย้าย ส่วนกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มกำลังรอที่จะเรียกบัญชีรอบที่ 4 ขณะนี้จึงกำลังพิจารณาว่า ทำอย่างไรจะเยียวยากลุ่มผู้บริสุทธิ์ทั้งสองกลุ่มให้ได้ผล และเกิดความพอใจมากที่สุดกับทุกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม การเยียวยาเป็นเรื่องที่คณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง จะทำหน้าที่พิจารณา คาดว่าจะมีการประชุม ก.กลาง ในวันที่ 17 กันยายนนี้ ซึ่งเรื่องการเยียวยาเป็นหนึ่งในวาระที่จะนำขึ้นมาพิจารณาด้วย
“ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ว่าบุคคลที่เข้ามามีส่วนในการทุจริตจะเป็นใครจะไม่มีการละเว้น ข้อมูลที่มีทุกอย่างได้ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และตำรวจดำเนินการต่อทั้งหมด ใครทำก็ต้องรับ” นายวรศิษฎ์กล่าว
ส่วนมีความเชื่อว่าสุดท้ายนักการเมืองจะไม่โดนเลย นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงมากกว่า ไม่ควรนำความรู้สึกมาตัดสิน สิ่งที่พิสูจน์ได้คือข้อเท็จจริง ซึ่งตนมั่นใจว่า ป.ป.ช.ทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาแน่นอน และทีมตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยที่ดำเนินการ รวมถึงคณะกรรมการชุดนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าทำอย่างตรงไปตรงมา และพูดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ถ้าบอกว่ามีการปกป้องหรือกันบางคนออกไป ตนเชื่อว่าคงไม่มีผู้ที่แก้คะแนนที่นามสกุลเหมือนกับผู้ใหญ่นามสกุลเหมือนข้าราชการระดับสูงโผล่ออกมาอยู่แล้ว ดังนั้นยืนยันว่าเราทำทั้งหมด และเรื่องนี้ต้องดูว่าใครที่เกี่ยวข้อง คนที่แก้คะแนนเกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งต้องดูเป็นกรณีๆ ไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคน ยกตัวอย่าง คนที่รู้จักตนทำไม่ดี ตนก็ต้องทำไม่ดีกับเขาหรือไม่ อันนี้เป็นคำถามที่เราต้องคิดด้วยเช่นกัน ตอนนี้มีพรรคการเมืองบางพรรคถูกเรียกให้ไปชี้แจง เช่น เรื่องนอมินี บางคนก็ฉ้อโกง ในคดี Forex มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ได้แปลว่าคนทั้งพรรคจะเป็นแบบนั้น เป็นเรื่องส่วนบุคคล ใครทำก็ต้องรับผิดชอบเท่านั้นเอง



