‘กรวีร์’ เสียงแข็งไม่จริง ‘กกต.’ ส่งแชตถึง ‘รัฐบาล’ ห้ามพูดรายงานก่อน 14 ก.ย. ลั่นหากมีจริงก็เปิดหลักฐานมา บอก ‘ภูมิใจไทย’ เตรียมประเด็นไว้อภิปรายเหมือนกัน
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 9 กันยายน ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงความล่าช้าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระ 2 ว่าวันแรกเรากำหนดกรอบการพิจารณาไว้ว่าจะเริ่มตั้งแต่ 09.00-01.00 น. ของอีกวัน ซึ่งที่ผ่านมาเราพยายามคุมเวลา แต่การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกตั้งแต่วันแรกไม่เป็นไปตามเป้า จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะพิจารณาไปจนถึง 15-16 มาตรา แต่กลับพิจารณาได้เพียงแค่ 13 มาตรา
นายภราดรกล่าวต่อว่า ส่วนวันที่สองของการพิจารณามีเหตุการณ์ที่เพื่อนสมาชิกลงชื่ออภิปรายค่อนข้างมาก จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจ เพราะหลายฝ่ายย้อนกลับมาที่รัฐบาลว่ารัฐบาลตั้งใจจะยื้อเวลา ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ใช่ ในการอภิปรายรอบนี้เราเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายอย่างเต็มที่ ตลอดสองวันที่ผ่านมาฝ่ายค้านใช้เวลารวมทั้งหมดมากกว่า 20 ชั่วโมง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลใช้เวลาประมาณเกือบ 12 ชั่วโมง จะเห็นว่าฝ่ายค้านใช้เวลามากกว่ารัฐบาลเยอะมาก ถือเป็นเรื่องปกติ เราเข้าใจและเห็นใจฝ่ายค้าน เพราะจะใช้เวทีนี้ในการตรวจสอบรัฐบาล
นายกรวีร์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่าเวทีนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายรัฐบาล ฉะนั้น เรื่องการบริหารเวลาไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แต่ต้องช่วยกันในการบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งตัวเลขที่ออกมาชัดเจนว่าเราให้เวลาฝ่ายค้านมากกว่าฝ่ายรัฐบาล
“ถ้าจะบอกว่าฝ่ายรัฐบาลเป็นคนที่ยืดเยื้อทำให้การอภิปรายล่าช้า ต้องถามกลับว่าจะไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลอภิปรายเลยหรือ ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครคิดแบบนั้น ดังนั้น การที่มากล่าวร้ายว่ารัฐบาลเป็นคนที่ดึงเวลา ไม่เป็นธรรมกับฝ่ายรัฐบาลเลย” นายกรวีร์กล่าว

นายกรวีร์กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการพิจารณาวาระการประชุมในวันที่ 10 กันยายน ทั้งเรื่องปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ และการรับทราบรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลบหนีไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องค้างอยู่ในระเบียบวาระ และพวกเราพร้อมจะเดินหน้าเข้าสู่การพิจารณาทั้งสองเรื่องอยู่แล้ว รวมถึงฝ่ายรัฐบาลก็เตรียมที่จะอภิปรายรายงานของ กกต. ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเองก็มีประเด็นที่อยากซักถาม และสะท้อนไปยัง กกต. ไม่น้อยไปกว่าฝ่ายค้าน
“จะมองไปเป็นประเด็นการเมือง และคิดว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะยื้อเวลา ด้วยข้อเท็จจริง เวลาที่ใช้อภิปราย ตอบชัดแล้วว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ส่วนเรื่องของการบรรจุระเบียบวาระ ถูกบรรจุไว้ในระเบียบของสภา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมาพิจารณาอยู่แล้ว” นายกรวีร์กล่าว
เมื่อถามว่า ข้อเสนอของฝ่ายค้าน อยากให้วันที่ 10 กันยายน มีการพิจารณาตามวาระปกติ แล้วค่อยกลับมาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 ในวันที่ 11 กันยายนแทนนั้น จะผิดข้อบังคับการประชุมหรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า หากมีเรื่องที่ค้างการพิจารณาอยู่ ซึ่งใน 3 วันนี้ เป็นการนัดประชุมนัดพิเศษ ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้น การพิจารณางบประมาณอาจจะยืดเยื้อไปได้ ตนคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็น ควรจะพิจารณาให้มันจบ เป็นเรื่องๆ ไป แล้วจะกลับมาพิจารณาตามวาระปกติ คิดว่าเพื่อนสมาชิกคงไม่ขัดข้อง ซึ่งการบรรจุระเบียบวาระเป็นเรื่องของประธานรัฐสภาว่าเห็นควรแบบไหน ซึ่งขณะนี้คงไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จทั้ง 41 มาตราได้ ต้องดูประธานสภาว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงวาระหรือบรรจุวาระใหม่อย่างไร
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านบอกว่า กกต.มีการส่งสัญญาณมายัง ส.ส.ให้ยืดเวลาการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 ถือเป็นการปกป้อง กกต.ไม่ให้ถูกอภิปราย นายกรวีร์กล่าวว่า ไม่มีแน่นอน และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น กกต.เป็นองค์กรอิสระ รัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่กำกับดูแล รวมถึงสภาก็ไม่ได้มีหน้าที่กำกับดูแลหรือควบคุม เรื่องที่จะเข้ามาเป็นเรื่องรายงานของปี 2567 และ 2568 ซึ่งทางฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมีสิทธิที่จะอภิปราย ย้ำว่ารัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทย ก็มีประเด็นที่จะอภิปรายเช่นกัน
“ฉะนั้น เรื่องมากล่าวหาแบบนี้ ผมอยากเห็นเอาหลักฐานมาเลย นายกรวีร์หรือไม่ หรือใคร จะได้ให้เกิดความชัดเจน ไม่ใช่มากล่าวหา พูดลอยๆ ทำให้เกิดความเสียหายกับคนอื่นแบบนี้” นายกรวีร์กล่าว

