ฝ่ายค้านบี้หั่นซ้ำซ้อน ผิดปกติอื้อ ถลกงบ มท.เดือด ปชน.ซัดซื้อเสื้อเกราะแพง กมธ.แจงสเปกดีสมราคา รบ.ข้องใจกดดัน กกต.คดีฮั้ว ‘พิพัฒน์’ ปัดตอบดีลสีเขียว
เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 3 เข้าสู่มาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 226,929ล้านบาท โดยส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ทั้งพรรคประชาชน(ปชน.) และ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ต่างอภิปราย เสนอตัดงบประมาณโครงการกรมต่างๆของกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่าพบความผิดปกติ ตั้งงบประมาณจัดซื้อในราคาแพงเกินจริง และไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาให้ประชาชน
น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า ปีนี้กรมการปกครองของบประมาณเพื่อขอซื้อเสื้อเกราะกันกระสุน 14,814 ตัว วงเงิน 482.8 ล้านบาท โดยติดในเรื่องราคาและที่มาของราคา เพราะเสื้อเกราะที่กรมการปกครองซื้อราคาตัวละ 46,000 บาท ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซื้อเสื้อเกราะสเปกเดียวกันราคาตัวละ 31,000 บาท มีส่วนต่าง15,000 บาท ถ้าสเปกเหมือนกัน ทำไมประชาชนต้องจ่ายแพงกว่า
นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.งบ ชี้แจงว่า การซื้อเสื้อเกราะกันกระสุนระดับ 3A สำหรับอส.ในพื้นที่ของกรมการปกครองมีราคาแพงกว่าของกอ.รมน. เนื่องจากเสื้อเกราะของกรมการปกครองใช้วัสดุและเทคโนโลยีการผลิตที่เบากว่า ราคาจึงสูงกว่า
นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ส.ส.กทม.พรรคปชน. อภิปรายมาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย ขอตัดลดงบประมาณ 2% ในส่วนสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยกล่าวว่า ปีนี้สำนักงานปลัดฯได้งบ 4,356 ล้านบาท มีโครงการจัดซื้อเก้าอี้ 11 จังหวัด ทั้งหมด 1,041 ตัว วงเงินทั้งหมด 6 ล้านบาท ตนตั้งข้อสังเกต 3 โครงการ ว่าทำไมทำให้ดีกว่านี้ไม่ได้ ได้แก่ โครงการที่ 1 จังหวัดลำพูนจัดซื้อ 205 ตัว แบ่งเป็นสองห้อง คือ ห้องปฏิบัติการ 46 ตัว เก้าอี้นั่งทั่วไปราคาตัวละ 12,000 บาท ทุกอย่างแบบเดียวกัน และห้องประชุมจามเทวี 80 ตัว ราคาตัวละ 19,500 โครงการที่ 2 จังหวัดแพร่ ที่ศาลากลางจังหวัดแห่งใหม่ 2 ห้อง ห้องจดหมายเหตุซื้อเก้าอี้แบบประธานทั้งหมด 3 ตัว ตัวละ 6,600 บาท ส่วนห้องเวียงโกศัย ซื้อเก้าอี้แบบเดียวกัน แต่ตัวละ 5,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการจัดซื้อเก้าอี้แบบทั่วไป ห้องจดหมายเหตุซื้อตัวละ 3,000 บาท ทั้งหมด 164 ตัว แต่ห้องเวียงโกศัย ซื้อ 64 ตัว ราคา 2,270 บาท
โครงการที่ 3 จังหวัดอ่างทอง จัดซื้อแบ่งเป็น 3 ห้อง จัดซื้อเก้าอี้แบบประธานเหมือนกัน ห้องป่าโมกซื้อ 4,000 บาท ห้องโพธิ์ทองซื้อ 4,500 บาท ห้องสามโก้ซื้อ 3,800 บาท ส่วนเก้าอี้แบบทั่วไปห้องป่าโมกซื้อ 2,800 บาท ห้องโพธิ์ทองซื้อ 2,900 บาท ห้องสามโก้ซื้อ 2,600 บาท ตั้งคำถามว่าการจัดซื้อเกิดขึ้นในศาลากลางจังหวัดเดียวกัน แต่ทำไมราคาจัดซื้อต่างกัน หากนับเฉพาะแค่ 3 โครงการที่ยกตัวอย่างมาแล้วจะซื้อด้วยราคาที่ถูกสุดเหมือนกัน จะลดงบประมาณได้ถึง 740,000 บาท
ด้านนายอิทธิพล ชลธารศิริ ส.ส.ขอนแก่น พรรคปชน. อภิปรายมาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย ว่า โครงการเสาไฟโซลาร์เซลล์ ผ่านบัญชีนวัตกรรมไทย ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีราคาแพงผิดปกติ 4-10เท่าของราคาที่จัดซื้อ เปิดช่องการล็อกสเปกอย่างถูกกฎหมาย โดยอปท.หลายแห่งตั้งโครงการจัดซื้อเสาไฟโซลาร์เซลล์ตามบัญชีนวัตกรรมไทย ราคาต้นละ 60,000-70,000 บาท เทียบกับราคาที่อปท.เคยจัดซื้อเองตามปกติ 6,900 -16,500บาทต่อต้น ต้นตออยู่ที่กลไกบัญชีนวัตกรรมไทย เปิดช่องให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อจัดจ้างสินค้าในราคาที่ตั้งไว้ล่วงหน้าโดยไม่ต้องมีการแข่งขัน ซึ่งตามราคานวัตกรรม ล็อกสเปกกันสบายๆ ส่วนต่าง4-10 เท่า มีการแตกย่อยให้ใครระหว่างทางหรือไม่
ขณะที่นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่างบประมาณรวมกว่า 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทย ยังคงถูกจัดสรรอย่างผิดที่ผิดทาง ไม่ตอบโจทย์การบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนอย่างแท้จริง ขอชี้ให้เห็นปัญหาใหญ่ 3 ประเด็น คือ 1.ปัญหาการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ที่รัฐบาลสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปไล่จับกุมเพื่อนำตัวเข้าบำบัดในค่ายกองร้อย อส.แต่ไร้ระบบติดตามผลหลังส่งกลับสู่สังคม ส่งผลให้มีผู้ป่วยกลับไปเสพซ้ำสูงถึงร้อยละ 70-80 เสนอให้นำงบประมาณกลุ่มจังหวัดที่ถูกตัดทอนมาเพิ่มเติมส่วนนี้แทน 2.การแก้ปัญหาอุทกภัยและการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการทุจริตงบเร่งด่วนช่วยเหลือภัยพิบัติในระดับพื้นที่ พบการตีกินงบประมาณอย่างรุนแรง และ 3.งบประมาณและบุคลากรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้รัฐบาลส่วนกลางเข้าตรวจสอบการมีตัวตนจริงของบุคลากร พลอาสา และลูกจ้างที่แต่งตั้งลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนใต้ ขอปรับลดงบกระทรวงมหาดไทยลง 10% เพื่อให้นำงบที่ใช้อย่างผิดที่ผิดทางกลับมาอยู่ในจุดที่ถูกต้อง
วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ในทำนองเปิดทางพร้อมร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ว่า “ไปถามท่านนายก ผมไม่มีความเห็นอะไรในเรื่องนี้”พร้อมทำท่าโบกมือปฏิเสธ
สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว เมื่อถูกถามว่า นายกรัฐมนตรีมีการพูดคุยหรือทาบทามให้มาร่วมรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งร.อ.ธรรมนัส ยืนยันแบบเดิมว่าตนกับท่านนายกฯเป็นเพื่อนกัน “การพบปะประสานงานบางเรื่อง หากเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินและประชาชน ก็ต้องยอมรับว่าผมทำ เราอย่าปฏิเสธความจริงเลย”



