‘ณัฐชา’ ข้องใจงบสร้างสถาบันมะเร็งแห่งใหม่จ่าย 800 ล้าน โครงการยังไม่คืบเห็นแค่รั้วสังกะสีกับดินแดง สีสันยามดึก ‘อนุสรณ์’ กล่าวถึงประชาชนเจ้าของประเทศที่ตอนนี้คงนอนหมดแล้ว ทำเรียกเสียงหัวเราะก้องห้องประชุม หวิดปะทะ ‘รองเปิ้ล’ หลังบอกต้องทำสภาให้เป็นที่ศรัทธา ปชช. ด้าน ‘พริษฐ์’ ถกวิปรัฐบาล หาทางออกลุยงบฯ 70 ให้จบ ยันขอความชัดเจนวาระร้อนชายแดนใต้-กกต.
เมื่อเวลา 23.15 น. ที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 25 กระทรวงสาธารณสุข โดย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนขอพูดถึงกรมอนามัยที่มีอีกหนึ่งโครงการคือ เราไปพบว่ามีการสร้างสถาบันมะเร็งแห่งชาติแห่งใหม่ที่เขตบางขุนเทียน มีมูลค่าในการสร้าง 3,285 ล้านบาท แต่ก็มีการตั้งคำถามเมื่อปีที่แล้วก็มีการตั้งของบผูกพันไป 25% คือเราให้งบไป 400 กว่าล้านบาท มาปีนี้ขอไปอีก 10% และตนพึ่งได้เห็นเอกสารว่าเราจ่ายไป 25% แต่ได้เห็นหน้างานสร้างเพียง 0.003% คือหน้างานมีรั้วสังกะสีล้อมรอบและมีดินแดงอยู่ข้างใน เราเห็นหน้างานเท่านี้แต่รัฐไทยจ่ายไป 800 ล้านบาท และทราบจากเอกสารว่าโครงการดังกล่าวมีปัญหาจึงยังไม่สามารถดำเนินการสร้างได้ ดังนั้นก็ต้องบอกว่าชาวบางขุนเทียนเราดีใจที่เห็นโครงสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่และแห่งใหญ่ที่สร้างในเขต แต่เราจะปล่อยผ่านเงินที่จ่ายไปแต่ยังไม่ได้อะไรเลยไม่ได้
เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งพิจารณามาอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยแต่ละมาตรายังมี สส. ลงชื่อร่วมอภิปรายอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งเวลา 00.30 น. ระหว่างการพิจารณามาตรา 25 งบประมาณกระทรวงสาธารณสุข นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ลุกขึ้นเสนอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ แต่นายธนยศ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล จึงเสนอชื่อนับองค์ประชุมแบบเสียบบัตรลงชื่อแสดงตน ทำให้ประธานในที่ประชุมต้องถามที่ประชุมว่าจะมีมติเป็นแบบใด
ก่อนที่จะมีมติว่านับองค์ประชุมแบบใด ต้องมีการตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ซึ่งนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอว่าขอตรวจสอบองค์ประชุมแบบขานชื่อ แต่นายธนยศแย้งว่า ขณะนี้เป็นญัตติซ้อนญัตติ นายปกรณ์วุฒิ จึงกล่าวว่าของตนที่เสนอไม่ใช่ญัตติ
จากนั้นเกิดการถกเถียงกัน จนนายวัชระพล ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามระเบียบเป็นอำนาจของท่านประธานว่าจะนับองค์ประชุมแบบไหน น.ส.มัลลิกา จึงกล่าวว่าตนขอนับองค์ประชุมก่อน เพราะมีญัตติซ้อนญัตติ
ระหว่างรอสมาชิกมาครบ นายปกรณ์วุฒิลุกขึ้นกล่าวอีกรอบว่า ตนไม่อยากให้บรรยากาศเป็นแบบนี้ จังหวะนี้ มีเสียงโห่จาก ส.ส. ฝั่งรัฐบาล
นายปกรณ์วุฒิ จึงกล่าวต่อว่า เราเสียเวลากันมาถึง 3 วัน และตอนนี้ก็รู้แล้วว่าพรุ่งนี้ อย่างไรเราก็ต้องประชุมกันต่อ โดย 2 วันที่ผ่านมา จริงๆก็มีการประสานงานกันอยู่เรื่อยๆ ถึงเวลาในการอภิปราย ตนก็ต้องพูดตรงๆ ว่ามีการขอให้ถอนชื่อ ซึ่งใน 2 วันที่ผ่านมา ตนก็ให้ความร่วมมือ ทางฝั่งรัฐบาลเองก็ยอมรับว่ามีการให้ความร่วมมือในบางช่วง แต่ท้ายที่สุด ก็ปรากฎว่าพอฝ่ายค้านถอนชื่อเสร็จ วันต่อไป รัฐบาลก็มาเติมชื่อกันอีก ตนจึงสงสัยว่าให้ฝ่ายค้านถอนชื่อทำไม จนถึงตอนนี้ก็อภิปรายยังไม่จบ ตนได้ยินมาว่าเราจะลากกันต่อแบบไม่มีการพักการประชุมเลย
“ผมเสนอให้จบมาตรา 26 สักเที่ยงคืนครึ่งหรือไม่ แต่ผมก็ได้ยินมาว่าจะไม่มีการพักการประชุมจนถึงตอนเช้า จนถึงวันพรุ่งนี้ตอนบ่าย นี่คือสาเหตุที่ทำให้ผมต้องลุกขึ้นมานับองค์ประชุม ถ้ากังวลว่าจะไม่จบวันพรุ่งนี้ ผมสามารถให้คำมั่นตรงนี้ได้เลยว่าถ้าเราจบกันที่มาตรา 26 วันนี้ ผมยินดีถอนชื่อออกให้ ไม่ดึกมาก แล้วพรุ่งนี้อยากให้จบกี่โมง 2-3 ทุ่ม คุยกันได้ ถ้าไม่สามารถให้คำมั่นได้และไม่มีความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร เราก็ต้องอยู่กันในบรรยากาศแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว
จากนั้น ที่ประชุมมีมติให้นับองค์ประชุมแบบเสียบบัตร จนในที่สุดเวลา 00.40 น. น.ส.มัลลิกาได้ปิดการแสดงตน พบว่ามีองค์ประชุมทั้งหมด 275 คน ถือว่าครบองค์ประชุม ทำให้การประชุมดำเนินต่อ แต่เมื่อดำเนินไปได้ไม่ถึง 10 นาที นายปกรณ์วุฒิ ลุกขึ้นขอนับองค์ประชุมอีกรอบ แต่ น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ไม่ตรวจแล้ว นายปกรณ์วุฒิ จึงกล่าวว่า เป็นสิทธิของตน
ทำให้ส.ส. น.ส.มัลลิกา ถามว่า แล้วจะเดินต่อได้อย่างไร ซึ่งนายปกรณ์วุฒิ เลยตอบว่า ถ้าจะลากกันไปต่อถึงเช้า แล้วเอาให้จบ มันก็จะเป็นอย่างนี้ไปตลอด ทำให้ ส.ส.ฝั่งรัฐบาลไม่พอใจ โดยมีเสียงเล็ดลอดออกมาว่า “เด็กกำลังงอแง ขอขวดนมหน่อย”
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า ตนรู้เจตนามาตั้งแต่แรก ว่าพยายามจะลากไปตอนกลางคืน ให้มาตรา 32 องค์กรอิสระ จะได้ไม่มีคนฟังแค่นั้นเอง
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นคุณกับใคร มีแต่บั่นทอนสถานะของพวกเราในฐานะนักการเมือง และตัวแทนของประชาชนชาวไทยตามระบอบประชาธิปไตย ตนเองก็เกรงใจ แต่สาเหตุของความวุ่นวายที่เกิดขึ้นสองวัน และสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น พูดกันตามความเป็นจริง เพราะไม่อยากมีการอภิปรายที่เกี่ยวข้องกับ กกต. เท่านั้นเอง
“มันไม่มีเรื่องอื่น ท่านอย่าหลอกตัวเอง ท่านอย่าหลอกพวกตน และมันไม่มีอะไรน่ากลัว สิ่งที่เราสามารถตกลงกันได้ง่าย ๆ คือ หากวันนี้ประธานขอความร่วมมือว่า มาตรานี้จบพรุ่งนี้ มาตกลงกันว่าเลิกกี่โมง และขอว่าแต่ละมาตรามีหลักประกันว่า ใช้เวลาเท่าไหร่ ตนเองว่าทุกคนปฏิบัติได้ ถ้าประธานทำเรื่องนี้ จะกอบกู้อะไรได้เยอะ จากที่เป็นอยู่ มิเช่นนั้น ก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยเรื่อย เพราะเอกสิทธิ์ในการนับองค์ประชุมก็มีอยู่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ขณะที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สิทธิในการนับองค์ประชุมถูกต้อง แต่ประเด็นที่มีการลากยาวนั้น เข้าใจผิด เพราะพิจารณางบประมาณ ก็รู้ว่าแต่ละคนใช้สิทธิในการอภิปรายแต่ละมาตราด้วยระยะเวลาเป็นเช่นนี้ ก็เดินแบบนี้ ส่วนการอภิปรายรายงานของ กกต. ก็มี แต่เรื่องงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญ แล้วจะนับองค์ประชุม อภิปรายหนึ่งคน นับองค์ประชุมทีหนึ่ง ไม่อายประชาชนหรือ อย่าไปเล่นเกม จบเมื่อไหร่ ก็จบเมื่อนั้น อย่าไปนับองค์ประชุม
และที่บอกว่ายื้อเพื่อ กกต. นั้น ไม่จริง วันนี้เราก็รู้ว่าการอภิปราย แต่ละคนใช้เวลาเท่าไหร่ ดังนั้น ประเด็นที่มองว่าจะปกป้อง กกต. ไม่จริง ถึงเวลาก็อภิปรายได้ กฎหมายนี้ เดี๋ยวก็จบ จึงอยากฝากฝ่ายค้านว่า อยากไปนับเลย อายเขา เป็นสิทธิ์จริง แต่คนอยู่ห้องประชุมเต็มไปหมด อย่าไปขานชื่อ อย่าไปเล่นแบบเด็ก ๆ โตแล้ว
นายอภิสิทธิ์ จึงใช้สิทธิพาดพิงว่า ที่บอกว่าตนเองเข้าใจผิดนั้น ท่านกล้าหลอกตัวเองจริงหรือ ถ้าท่านไม่กลัว วันพฤหัสบดีที่แล้วก็ไม่เกิด ถ้าไม่กลัวบรรยากาศแบบนี้ก็ไม่เกิด ประเด็นก็คือ ความผิดปกติที่เกิดขึ้น การพิจารณางบประมาณวาระสอง ถ้าไม่ทำด้วยความอะลุ่มอล่วย ก็ไม่มีทางเสร็จ เพราะจริง ๆ แล้ว ทุกคนที่สงวนความเห็น หรือมาตราที่มีการแก้ไข ก็มีสิทธิ์อภิปรายทุกคน และความจริงไม่ควรจำกัดเวลาด้วย เพียงแค่ควบคุมให้อยู่ในประเด็นเท่านั้น แต่การทำงานก็ต้องมาตกลงกติกาบางอย่าง
“ที่ท่านบรรจงกล่าวหาผมว่าเข้าใจผิดนั้น ไม่ใช่ แล้วคนที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ นับองค์ประชุม ไม่ต้องอาย คนขี้ขลาดควรจะอายมากกว่า” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทองพรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ด้วยความอดทน ต้องขอบคุณท่านปกรณ์วุฒิ เชื่อว่าฝ่ายค้านคงเป็นพยานให้ตนเองได้ เพราะที่ผ่านมาตนเองได้ทําหน้าที่ในการประสานงาน ตนเองอะลุ่มอล่วยขนาดไหน
“ผมพยายามที่จะหาวิธีการ ยอมกัดเนื้อตัวเอง ยอมให้เพื่อนในพรรคตําหนิ ก่นด่าผม เพื่อให้งานสภาเดิน ผ่านไปได้ เมื่อสักครู่นี้ ลุกขึ้นมา ท่านอดีตนายกฯ ลุกขึ้นมาบอกว่า ท่านถูกท่านบุญจง ลุกขึ้นมา ว่าไปกล่าวหาท่าน ผมคิดว่าเรานั่งกันอยู่ตรงนี้มีแต่พวกผมที่ถูกกล่าวหา บอกว่าเห็นเหตุการณ์วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พวกผมตั้งใจจะยื้อเวลา ถ่วงเวลา ถ้าเถียงกันตรงนี้ก็คงไม่จบ” นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า ทุกคนที่อยู่ในนี้ ตนเองคิดว่าเราเห็นตรงกันว่า พ.ร.บ.งบฯ เป็น พ.ร.บ.ที่มีความสําคัญมากที่สุดฉบับหนึ่งของสภาฯ งบประมาณฉบับนี้ ไม่ใช่งบประมาณของรัฐบาล แต่เป็นงบประมาณของประเทศ ของคนไทยทั้งหมด ทุกท่านก็รู้ ว่าสถานการณ์ในการพิจารณาแบบนี้ ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ท่านไม่อยากเห็น ตนเองก็ไม่อยากเห็นเหมือนกัน ตนเองอยากเห็นการเดินหน้าพิจารณาให้เป็นไปตามปกติ
“ผมต้องขออภัย ขออภัยตั้งแต่วันแรกที่เราไม่สามารถที่จะควบคุมเวลาได้ ตั้งแต่มาตรามหาดไทยมา ถ้าจะให้ผมขออภัย ผมก็ขออภัย แต่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะยื้อ หรือดึงเวลาอะไรเลย ท่านเห็นเพื่อนที่ลุกขึ้นมาอภิปรายในกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ เขามีปัญหา ความเดือดร้อน และหลังจากกระทรวงมหาดไทย ท่านไปเปิดดูรายชื่อว่ามีสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยกี่คนที่ลุกขึ้นอภิปราย ผมเองก็ไปกราบกรานเพื่อนสมาชิกว่าขอได้ไหม อยากให้สภาเดินไปได้” นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวว่า แต่ถ้าย้อนกลับไปในช่วงกลางวัน นายปกรณ์วุฒิเอง ที่ลุกขึ้นมาบอกว่า ไม่ต้องมาคุย ไม่ต้องมาเจรจา ไม่ต้องมาขอให้ลดคนอภิปราย ซึ่งตนเองก็ไม่ได้ตําหนิท่าน เข้าใจความรู้สึกท่าน เพราะท่านอาจจะมองว่า รัฐบาลตั้งใจไปเสนอชื่อเพื่อยื้อเวลา ไม่ใช่เลย ยืนยันตรงนี้ว่า เราไม่มีเจตนา และพิสูจน์ด้วยการกระทําว่า หลังจากมาตรากระทรวงมหาดไทย เราก็ไม่มีคนลุกขึ้นอภิปรายเลย
โดยสรุปในค่ำคืนนี้ พวกตนเองมีภารกิจ ของสภาทั้งหมดที่จะต้องพิจารณา และทําให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไปได้ ไม่ใช่เพื่อตัวตนเอง ไม่ใช่เพื่อตัวนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เพื่อคณะรัฐมนตรี แต่เพื่อประเทศไทย ตนเองพยายามอดทนคืนนี้ถ้ามันจะต้องดึก ถ้ามันจะต้องผ่าน ตนเองมีภารกิจเดียว คือทําให้กฎหมายฉบับนี้เสร็จตามเวลาที่พวกเรากําหนดได้ คือวันพฤหัสบดี
“ท่านให้พวกผมทําอย่างไรหรือครับ ผมเห็นรายชื่อที่ท่านเสนอเข้ามา ทีหนึ่ง 10 คน 20 คน เป็นสิทธิของท่านที่จะอภิปราย ผมก็ไม่มีสิทธิไปห้ามท่าน ได้แต่อดทน ท่านลุกขึ้นมาหลายมาตรา ทวงถามถึงผม ผมก็ทําหน้าที่ในส่วนที่ผมทําได้ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้ผ่านไปได้ด้วยดี เราปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเถอะครับ อภิปรายกันในน้ำในเนื้อ ที่พวกเราอยากเห็นการทำหน้าที่อันทรงเกียรติของสภานี้ ตามที่ท่านอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ได้พูดไว้ได้หรือไม่ ให้เป็นไปตามระบบ คืนนี้จะดึก ไปถึงเช้า ก็ไปถึงเช้า ตอนอยู่สภาเก่าเราก็ถึงเช้ากันมาแล้ว เพื่อให้ภารกิจของพวกเราในสภาสําเร็จลุล่วงไปได้” นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ถ้าเป็นแบบนี้ไปได้ ท่านก็เห็น พวกตนเองไม่มีใครอภิปรายแล้ว ไม่ใช่เพราะไม่มีความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ใช่เพราะไม่อยากอภิปราย แต่เพราะอยากจะทําภารกิจตรงนี้ ให้มันสําเร็จร่วมกัน เราช่วยกันทําได้หรือไม่ ไม่ใช่ความสําเร็จของรัฐบาล แต่คือความสําเร็จของสภา ถ้าสําเร็จตรงนี้ไปได้ เรื่องอื่นจะเอาแบบไหนจะเอาอย่างไร ตนเองก็พร้อมจะเจรจา ประสานงาน อลุ่มอล่วยให้กับทุกฝ่ายอยู่แล้ว
จากนั้น นายปกรณ์วุฒิ ขอใช้สิทธิพาดพิงชี้แจงว่า นายบุญจงบอกว่าอย่าเล่นเกมการเมืองกันเลย เป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ใช่เด็ก ตนเป็น ส.ส.มาประมาณ 6-7 ปี ดึกที่สุดที่เคยปิดกันมาคือตีสาม ยังไม่เคยมีสักครั้งเดียวที่ล่ากันถึงเช้า ซึ่งตนก็ยืนรับปากอยู่ว่าอยากให้จบกี่โมงก็เดินมาคุย เจรจากัน ตนพร้อมให้คำมั่น พร้อมเอาศักดิ์ศรีของตัวเองเป็นประกัน แต่การที่จะเปิดประชุมพูดกันไปเรื่อยๆ เที่ยงคืนจนถึงเช้า ไม่ให้เจ้าหน้าที่ได้พักผ่อน ประชาชนที่อยู่ทางบ้านก็ไม่ได้รับชม ปาหี่ แบบนี้หรือที่เรียกว่าเล่นเกมการเมืองกัน
น.ส.มัลลิกา จึงกล่าวว่า คุณไปคุยกันข้างหลัง ในระหว่างนี้ใครที่สามารถถอนชื่อได้ ให้มาถอน
ต่อมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าประธานวิปรัฐบาลอะลุ่มอล่วยจริง ตอนกลางวันตนก็ลุกขึ้นมาเสนอแล้วว่าเราทำให้จบได้ แล้วนัดประชุมวันศุกร์เพื่อพิจารณาตามวาระที่เคยนัดไว้ ปรากฎว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา บอกว่าท่านยินดี พรรคประชาชนก็ไม่ขัดข้อง รอฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ตอบรับ
ทำให้ นายกรวีร์ ยกมือไหว้ตอบโต้ว่า ถ้าตนคุยกับปกรณ์วุฒิ 2 คนก็จบ แต่นายอภิสิทธิ์ขึ้นมากล่าวหาตน ตนคิดว่ามันไม่จบ
อย่างไรก็ตาม นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน ขอให้พักการประชุม ระหว่างรอให้ตกลงกัน แต่ น.ส.มัลลิกา ระบุว่าเดินหน้าต่อ
จากนั้น นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ตอนขอประท้วงประธานแม้จะใช้สิทธิประท้วง แต่เป็นการยืนยันและหารือ เนื่องจากเมื่อสักครู่ญัตติของนายปกรณ์วุฒิที่ขอให้มีการนับองค์ประชุมได้มีการพิจารณาดำเนินการไปแล้ว ยังไม่ได้มีการขอถอนญัตติ ดังนั้น ท่านประธานจะต้องเริ่มจากการนับองค์ประชุมก่อน เว้นแต่นายประวุฒิจะถอนญัตติ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถอภิปรายต่อได้
น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า “เมื่อกี๊เรานับองค์ประชุมไปแล้ว” ทำให้มีเสียงโห่ดังขึ้นมาจากในห้องประชุมอีกครั้ง ก่อนที่น.ส.มัลลิกา จะกล่าวอีกครั้งว่า “นับไปยัง”
มีเสียงจากห้องประชุมดังขึ้นมาว่า “เมื่อกี๊เรานับองค์ประชุมเพื่อจะโหวตว่าจะนับองค์ประชุมอย่างไร”
น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า “จบแล้ว เราโหวตถูกต้อง และได้ญัตติแล้ว” และจะดำเนินการอภิปรายต่อ แต่ระหว่างนั้นนายณัฐวุฒิ ประท้วงอีกครั้งว่า อย่างน้อยที่สุดท่านประธานวินิจฉัยให้ตนก่อนว่
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน กำลังจะอภิปราย มีเสียงหนึ่งที่ไม่ทราบว่าใครดังมาจากในห้องประชุมว่า “อาจารย์มาแล้ว 1 ชั่วโมง”
โดยนายอนุสรณ์ กล่าวว่า “กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ถึงประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ตอนนี้คงจะนอนหลับกันหมดแล้ว” ทำให้เพื่อนสมาชิกหัวเราะออกมา รวมถึง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักรัฐมนตรี และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มายืนอยู่ข้างๆ นายอนุสรณ์ บริเวณที่นั่งของพรรคประชาชน
“และราษฎรซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก มีความตั้งใจที่จะมาทำงานให้กับประเทศนี้ วันนี้รู้สึกเห็นใจบรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลายที่ต้องอดหลับอดนอน รวมทั้งพวกเรานักการเมืองซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทางการเมืองเราอยากทำงานทางการเมืองเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนอย่างเต็มที่ การมาเล่นเกมทางการเมืองกันมากมันไม่มีประโยชน์ เราจะต้องมุ่งสู่ในสิ่งที่” นายอนุสรณ์ กล่าว
ระหว่างนั้นมีเสียงจาก ส.ส.ซีกรัฐบาลประท้วงขึ้นว่า ท่านประธานต้องควบคุมการประชุม เพราะขณะนี้ผู้อภิปรายไม่ได้อภิปรายในประเด็น นายอนุสรณ์จึงกล่าวว่า เป็นการอภิปรายอยู่ในประเด็น เพราะเรากำลังอภิปรายกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวกับสุขภาพของทุกคน ของนักการเมือง ของผู้แทนราษฎร ของเจ้าหน้าที่ ของ รปภ. ของแม่บ้านที่ต้องมาดูแลเรา จากนั้นยังมีเพื่อนสมาชิกประท้วง ทำให้ น.ส.มัลลิกา วินิจฉัยขอให้นายอนุสรณ์เข้าประเด็น
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า การที่เรามาทำงานการเมืองเป็นผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เราต้องการทำให้รัฐสภาเป็นที่ศรัทธาของประชาชน น.ส.มัลลิกา จึงทักท้วงขึ้นว่า นี่วาระ 2 กระทรวงสาธารณสุข ขอให้ท่านเข้าประเด็นเลย นายอนุสรณ์ จึงกล่าวว่า ท่านต้องทำให้สภาเกิดความศรัทธาต่อประชาชนด้วย ด้าน น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า เดี๋ยวนะ ท่านต้องถอนแล้วเพราะว่าประธาน นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ตนพูดในเชิงหลักการว่าเป็นประธานต้องเป็นกลาง เป็นที่ศรัทธาของประชาชน น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า อันนี้ว่าประธาน นายอนุสรณ์ ย้ำว่า ตนไม่ได้ว่าแต่พูดในเชิงการเฉยๆ น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ปรัชญาหรือ นายอนุสรณ์กล่าวว่า ปรัชญา น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า งั้นเข้าเรื่องเถอะ จริงๆ หลังจากที่ให้ไปคุยกันแล้ว ทางคุณก็ยังไม่มีใครมาถอนชื่อเลยสักคน นายอนุสรณ์กล่าวว่า กำลังจะเข้าเรื่องอยู่แล้วครับท่านประธาน น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า “ก็เข้าได้แล้ว ถ้างั้น เหลืออีก 3 นาที” ก่อนที่นายอนุสรณ์จะอภิปรายต่อจนจบ
จากนั้น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นหารือว่า ตนพยายามเสนอทางออก ซึ่งได้ฟังคำอธิบาย และคำชี้แจงของประธานวิปรัฐบาล คิดว่าเราคงไม่ต้องแข่งกันว่าใครอดทนอดกลั้นมากกว่าใคร ตอนนี้เรามุ่งเน้นหาทางออกดีกว่า โดยมีข้อเสนอว่า การพิจารณาร่างงบประมาณให้เสร็จภายในเย็นวันนี้ ส่วนจะจบกี่โมง ก็แบ่งเวลากัน ขณะที่การประชุมวันศุกร์ ต้องมีการหารือกันหลายฝ่าย ซึ่งขณะนั้น น.ส.มัลลิกา ได้เน้นย้ำว่าให้ทำทีละอย่าง เน้นเรื่องงบประมาณให้จบก่อน
นายพริษฐ์ จึงกล่าวอีกว่า ให้นัดประชุมวิปทั้งสองฝ่ายในวันนี้ช่วงเช้า เพื่อพูดคุยกันว่าจะนัดประชุมวันศุกร์ได้หรือไม่ หากประชุมกันในวันศุกร์ไม่ได้ จะทำให้เรื่องชายแดนใต้ และกกต.เข้าสภาวันไหน น.ส.มัลลิกา วินิจฉัยว่าเอาเรื่องงบประมาณก่อน
ด้าน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับตัวแทนฝ่ายค้าน ซึ่งได้ข้อสรุปว่าในวันนี้จะบริหารเวลาเพื่อให้ภารกิจลุล่วงไปได้ ซึ่งฝ่ายค้านจะใช้เวลา 6 ชั่วโมง และที่เหลือจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ในการบริหารเวลา หากเป็นแบบนี้ตนเชื่อว่าไปต่อได้ ทั้งนี้ ตนคงไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีวันศุกร์หรือไม่ เพราะไม่ใช่อำนาจของตน หากจะมาคาดคั้นตน ตนคงให้คำตอบไม่ได้ ทำให้ น.ส.มัลลิกา ชี้แจงว่า เอาเรื่องเดียวพอ เมื่อไหร่ที่เรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณจบ ถึงจะพูดคุยเรื่องวันศุกร์ได้
นายกรวีร์ กล่าวย้ำว่า คืนนี้จบที่มาตรา 26 แล้วจะมีการปรับลดเวลา เพื่อที่ในวันนี้จะมาร่วมพิจารณากันตอน 09.00 น. และขอบคุณ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ให้คำมั่นว่าทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลจะมาร่วมกันลงชื่อประชุมตั้งแต่เช้า และเริ่มการอภิปรายตั้งแต่ 09.00 น.เป็นต้นไป
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นหารือว่า ตนเห็นด้วยกับประธานวิปรัฐบาล เพื่อให้การพิจารณางบเดินหน้า ส่วนวาระที่ค้างไว้ทั้งเรื่องชายแดนใต้ และสรุปรายงานของ กกต. ก็ว่ากันในที่ประชุมวันนี้ จะไปสัปดาห์หน้าก็ได้ เพื่อให้ประชุมจบ
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมได้มีการ ถอนชื่อผู้ที่อภิปรายในแต่ละมาตราเพื่อลดระยะเวลา ซึ่งประธานในที่ประชุมขณะนั้นได้เดินหน้าการประชุมต่อ และเปิดให้สมาชิกอภิปรายจนจบมาตรา 26 กระทรวงอุตสาหกรรม ก่อนจะลงมติ และสั่งปิดการประชุมในเวลา 02.09 น. โดยในเวลา 09.00 น. จะมีการพิจารณาต่อในมาตรา 27 หน่วยราชการไม่สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี

