รองผู้ว่าฯ กทม. แจง กมธ.สื่อสารฯ ปม ดาต้าเซ็นเตอร์เผย ผู้ว่าฯสั่งสำนักงานเขตเอกซเรย์พื้นที่ เตรียมแถลงสรุป 11 ก.ย.นี้ รับ ยังไม่คุยปรับโซนนิ่ง ขอรอนิยามชัดก่อน
เมื่อเวลา 09.28 น. วันที่ 10 กันยายน ที่รัฐสภา นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผย ก่อนเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการสื่อสาร โทรคมนาคม พิจารณาแนวทางบริหารจัดการปัญหาผลกระทบจากศูนย์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ (ดาต้าเซนเตอร์) ที่ตั้งอยู่ในเขตเมือง ว่า จากที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซนเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือ ดีอี ที่ได้รวบรวมข้อมูลร่วมกับกรุงเทพมหานคร ในเบื้องต้นพบว่า มีจำนวน 49 แห่ง โดยแบ่งเป็นอาคารเดี่ยว 6 แห่ง ที่ขออนุญาตจากกรุงเทพฯเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 43 แห่ง อยู่ตามอาคารต่าง ๆ แบ่งเป็น 10 แห่งที่เป็นของภาครัฐ และอีก 33 แห่งเป็นของภาคเอกชน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงได้สั่งการสำนักงานเขต ให้เข้าไปตรวจ ดาต้าเซนเตอร์ทั้งหมด ก่อนจะแถลงสรุปผลในวันศุกร์ที่ 11 กันยายนนี้ ว่าดาตาเซนเตอร์ใช้ไฟและน้ำไปเท่าไหร่
เมื่อถามว่าจำนวน 10 แห่งที่เป็นอาคารของรัฐนั้น หมายความว่ารัฐเป็นเจ้าของใช่หรือไม่ นายพรพรหม ชี้แจงว่า ตึกดังกล่าวเป็นของรัฐ พร้อมยกตัวอย่างว่า กรุงเทพฯก็มีดาต้าเซนเตอร์ไว้ใช้ภายใน แต่ไม่ได้ใช้เพื่อการบริการหน่วยงานอื่น โดยจะเป็นการใช้สำหรับเก็บข้อมูลขององค์กรเท่านั้น
เมื่อถามถึงปริมาณน้ำหรือไฟที่เหมาะสมในการทำดาต้าเซนเตอร์ควรอยู่ที่เท่าใดจึงจะเกิดความปลอดภัยต่อชุมชนรอบข้าง นายพรพรหม กล่าวว่า คงไม่แน่ใจว่าควรจะมีปริมาณเท่าใด แต่ส่วนใหญ่ที่ใช้อยู่ภายในอาคารจะมีปริมาณไม่มาก เพราะทำ EIA หรือการสำรวจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว ซึ่งต้องมีการชี้แจงเรื่องค่าไฟ รวมถึงค่าอื่น ๆ ที่ต้องถูกประเมิน อย่างไรก็ตามเรามีสำนักงานเขตที่ลงพื้นที่อยู่ตลอด ส่วนสิ่งที่จะดำเนินการต่อ เราจะไปพูดคุยกับทาง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เพื่อร่วมมือการประเมินถึงผลกระทบ
เมื่อถามว่า จากที่ลงพื้นเพื่อสำรวจดาต้าเซนเตอร์จำนวน 43 แห่ง มีการสำรองน้ำมันในปริมาณ ในปริมาณที่เทียบเท่ากับพื้นที่ห้วยขวางหรือไม่ นายพรพรหมกล่าวว่า ที่ตนเข้าใจมีปริมาณไม่มาก และได้มีการตรวจอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะดาตาเซนเตอร์อาคารเดี่ยวที่มีรูปแบบให้บริการผู้อื่น หรือปล่อยเช่าเพื่อเป็นเซิร์ฟเวอร์ ที่จำเป็นจะต้องมีการสำรองน้ำมันไว้ใช้
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องจัดเป็นโซนนิ่งหรือไม่ เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน นายพรพรหม กล่าวว่า ต้องรอคำนิยามจากคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซนเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ฉะนั้นเมื่อคำนิยามชัด ก็จะมีแนวทางที่ชัดเจน และครอบคลุมทุกด้าน

