หน้าแรก การเมือง ภัณฑิล ซัดงบส...

ภัณฑิล ซัดงบส.ว. ใช้ 714 ล้านฟอกขาวเป็นปชต. ปูดตั้งกระทู้ในสภา ต้องจ้างคนนอก 1 ล้าน มาวิเคราะห์

10.09.26 | 13:52 น.

‘ภัณฑิล’ ซัด ส.ว.ใช้งบ 714 ล้านฟอกขาวตัวเองเป็นประชาธิปไตย แต่ไม่เคยฟังเสียง ปชช. แซะมีแต่คำว่า ‘โกง-สีน้ำเงิน’ ปูดตั้งกระทู้ในสภา ต้องจ้างคนนอกมาวิเคราะห์ 1 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระ 2-3 เป็นวันที่ 4โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม


เวลา 12.43 น. นายภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 30 หน่วยงานของรัฐสภา ในส่วนสำนักเลขาธิการวุฒิสภา งบประมาณโครงการส่งเสริมประชาธิปไตย 714.6 ล้านบาท โดยระบุว่า ส.ว.พยายามยัดเยียดประชาธิปไตยไปสู่ประชาชน แต่ไม่เห็นระบบที่ฟังเสียงประชาชนกลับมาที่วุฒิสภา ไม่ต่างกับประชาธิปไตยทางเดียว

นายภัณฑิลอธิบายว่า ในงบประมาณปี 70 วุฒิสภามีแต่โครงการที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น “โครงการพัฒนาสำนักเลขาธิการวุฒิสภา สู่องค์กรสมัยใหม่และนวัตกรรม” “โครงการสร้างเครือข่ายด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างสรรค์องค์กรอัจฉริยะ” “โครงการนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) 25 คน“ ”โครงการส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักศาสนา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทย“ นอกจากนี้ มีเรื่องที่น่าตกใจที่ตนพึ่งทราบ คือเมื่อ ส.ว.ตั้งกระทู้ถามในสภา ต้องมีการจ้างบุคคลภายนอก 1 ล้านบาท มาวิเคราะห์กระทู้ที่ตั้งถาม เพื่อวิจัยและติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์

นายภัณฑิลกล่าวว่า เมื่อพูดถึงวุฒิสภา คือการกลั่นกรองกฎหมาย แต่ปัจจุบัน ส.ว.มีแต่คำว่าโกง มีแต่คำว่าสีน้ำเงิน สถานการณ์แบบนี้ไม่ทำให้ประชาชนสามารถจดจำอำนาจของ ส.ว.ได้ เพราะประชาชนพูดอะไรไป ส.ว.ก็ไม่ฟัง

Advertisement

นายภัณฑิลยังกล่าวถึงงบประมาณสรรหาและตรวจจริยธรรม เพื่อสนับสนุนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทาง จริยธรรม ซึ่งตนไม่ได้เสนอให้ตัด เพราะตัดไม่ได้ แต่ตั้งคำถามว่าไม่ว่าจะสรรหากันยังไง สุดท้ายก็มีธงกันมาอยู่แล้ว แล้วจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรองทำไม เสียเงินค่าเบี้ยประชุมไปเท่านั้น

นายภัณฑิลกล่าวทิ้งท้ายว่า อย่าใช้งบประมาณฟอกขาวตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะกิจกรรมมากมายแค่ไหน หรือรางวัลจากเวทีไหน ก็ไม่ใช่การรับรองแทนการตรวจสอบจากประชาชน ดังนั้น อย่าแอบอ้างประชาธิปไตยแบบพร่ำเพรื่อในการใช้เขียนโครงการ ทั้งที่ไม่เคยพิสูจน์ได้ว่าประชาชนได้อะไรจากการมี ส.ว.