หน้าแรก การเมือง 3 โมเดลชิงนนท...

3 โมเดลชิงนนทบุรี นฤพนธ์–เดชรัต–ดร.ปราบ เมื่อจุดแข็งต่างกัน คนนนท์เลือก ผู้บริหารจังหวัด แบบไหน?

10.09.26 | 14:05 น.

3 โมเดลชิงนนทบุรี นฤพนธ์–เดชรัต–ดร.ปราบ เมื่อจุดแข็งต่างกัน คนนนท์เลือก ผู้บริหารจังหวัด แบบไหน?

เหลือเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี วันที่ 20 กันยายน 2569 สนามนี้กำลังสะท้อน 3 โมเดลการเมืองที่มี “จุดตั้งต้น” แตกต่างกันอย่างชัดเจน
นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หมายเลข 1 มากับเครือข่ายท้องถิ่นและความต่อเนื่องของงานเดิม


เดชรัต สุขกำเนิด หมายเลข 4 มากับพรรคการเมืองระดับประเทศ พลังด้านนโยบาย และฐาน สส.ของพรรคที่ครอบคลุมทั้ง 8 เขตของนนทบุรี

ขณะที่ ดร.ปราบ ธามม์ พักตร์บวร หมายเลข 6 ลงสนามในนามอิสระ ภายใต้แนวคิด “ไม่เลือกข้าง • เลือกคนทำงาน” โดยนำประสบการณ์ที่ผ่านทั้งหน้างานและระบบมาเป็นจุดตั้งต้น

สามคน สามต้นทุน และสามวิธีคิด ทำให้คำถามของสนามนี้อาจไม่ใช่เพียง

Advertisement

“ใครจะชนะ?”

แต่อาจเป็นคำถามที่สำคัญกว่านั้นว่า

“นนทบุรีวันนี้ ต้องการผู้บริหารจังหวัดแบบไหน?”

เบอร์ 1 “นฤพนธ์” — บ้านใหญ่กับความต่อเนื่องของงานเดิม
นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หมายเลข 1 กลุ่มผึ้งหลวง หลานของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี เข้าสู่สนามพร้อมฐานเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น และแนวทางสานต่องานที่ดำเนินมาเดิม
จุดแข็งของโมเดลนี้คือ “ความต่อเนื่อง” การสานต่องานเดิมไม่มีหลุมอากาศ

การมีเครือข่ายที่รู้จักพื้นที่ บุคลากร และกลไกท้องถิ่น เป็นอีกต้นทุนหนึ่งในการขับเคลื่อนงาน โดยเฉพาะโครงการเดิมที่สามารถนำมาต่อยอดได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ไม่ต้องรื้อตั้งต้นใหม่ มีแรงสนับสนุนในสภา
ในเวลาเดียวกัน นนทบุรีกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งน้ำท่วม การจราจร ขยะ การขยายตัวของเมือง สังคมสูงวัย และความต้องการบริการสาธารณะที่รวดเร็วขึ้น

ดังนั้น สิ่งที่น่าจับตาของเบอร์ 1 คือ ความต่อเนื่องจากฐานเดิมจะถูกต่อยอดให้สอดคล้องกับนนทบุรีในวันข้างหน้าอย่างไร และอะไรจะกลายเป็น “ลายมือของนฤพนธ์” ในฐานะผู้บริหารรุ่นถัดไป
นี่คือโมเดลที่ให้ความสำคัญกับ ฐานเดิม เครือข่าย และความต่อเนื่อง

เบอร์ 4 “เดชรัต” — เครื่องจักรพรรคกับพลังการเมืองระดับชาติ
เดชรัต สุขกำเนิด หมายเลข 4 พรรคประชาชน มีจุดตั้งต้นอีกแบบหนึ่ง คือการสนับสนุนจากพรรคการเมืองระดับประเทศ บุคลากรด้านนโยบาย และเครือข่ายทางการเมืองของพรรคในจังหวัด ขณะที่ตัวเดชรัตมีพื้นฐานด้านเศรษฐศาสตร์และงานนโยบาย พร้อมเสนอชุดนโยบาย “NEW นนท์” 20 ด้านพัฒนานนทบุรี

จุดแข็งของโมเดลนี้คือ “พรรค–ทีม–นโยบาย”

โดยเฉพาะฐานการเมืองระดับชาติในนนทบุรี ซึ่งพรรคมี สส.ครบทั้ง 8 เขตของจังหวัด ทำให้มีตัวแทนระดับชาติครอบคลุมทั้งพื้นที่ และมีโอกาสเชื่อมประเด็นของนนทบุรีเข้าสู่กลไกการเมืองระดับประเทศได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม บทบาทของ สส.และนายก อบจ.เป็นคนละส่วนกัน สส.ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะที่นายก อบจ.เป็นฝ่ายบริหารท้องถิ่นโดยตรง รับผิดชอบทั้งองค์กร บุคลากร งบประมาณ โครงการ และบริการสาธารณะระดับจังหวัด

สิ่งที่น่าจับตาของเบอร์ 4 จึงอยู่ที่ ผู้เชี่ยวชาญทำนโยบายพัฒนาเมืองลงมาพัฒนาเอง จากทฤษฎีสู่ภาคปฏิบัติ เสริมด้วยพลังทางการเมืองระดับชาติถ้าถูกเชื่อมเข้ากับการบริหารท้องถิ่น จะสามารถสร้างผลลัพธ์รูปแบบใดให้กับนนทบุรีได้บ้าง

นี่คือโมเดลที่ให้ความสำคัญกับ พลังพรรค สส. ทีมงาน และนโยบาย

เบอร์ 6 “ดร.ปราบ” — ผู้สมัครอิสระ กับภาพ “คนทำงาน” ที่ผ่านทั้งหน้างานและระบบ

หากสองโมเดลแรกมีโครงสร้างทางการเมืองเป็นต้นทุน จุดตั้งต้นของ ดร.ปราบ ธามม์ พักตร์บวร หมายเลข 6 กลับต่างออกไป

เขาลงสนามในนามอิสระ ภายใต้แนวคิด

“ไม่เลือกข้าง เลือกคนทำงาน”

ความน่าสนใจของเบอร์ 6 จึงไม่ได้อยู่เพียงคำว่า “อิสระ” แต่อยู่ที่เส้นทางการทำงานที่ค่อนข้างหลากหลาย

ดร.ปราบ ผ่านทั้ง การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและขยะ งานกฎหมาย งานรัฐสภา และการบริหารท้องถิ่น รวมถึงการลงพื้นที่สัมผัสปัญหาชุมชนในหลายช่วงที่ผ่านมา

เมื่อนำประสบการณ์เหล่านี้มาวางต่อกัน จึงเกิดภาพของ “คนทำงานที่ผ่านทั้งหน้างานและระบบ”

คือไม่ได้เห็นเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ แต่เคยผ่านการทำงานกับกฎหมาย กลไกภาครัฐ และการบริหารท้องถิ่น ซึ่งเป็นอีกด้านที่จำเป็นเมื่อต้องเปลี่ยนปัญหาหน้างานให้กลายเป็นการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ดร.ปราบนำประสบการณ์เหล่านั้นมาประกอบเป็น MATRIX นนทบุรี กรอบคิดที่พยายามเชื่อมการบริหารจาก คน ปัญหา งบประมาณ การลงมือทำ และผลลัพธ์ แทนที่จะมองน้ำ ขยะ การเดินทาง คุณภาพชีวิต หรือการตรวจสอบงบประมาณเป็นปัญหาคนละก้อน

อีกมุมหนึ่งของคำว่า “อิสระ” ที่เบอร์ 6 นำเสนอ คือการไม่ผูกการบริหารไว้กับขั้วการเมืองใดขั้วหนึ่ง แต่เปิดพื้นที่ให้ คนนนท์เข้ามาร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมตรวจสอบ

จึงทำให้เบอร์ 6 มีโจทย์ที่น่าสนใจในสนามนี้ว่า

เมื่อไม่มีบ้านใหญ่เป็นฐาน และไม่มีเครื่องจักรพรรคอยู่ข้างหลัง “คนทำงาน” ที่ผ่านทั้งหน้างานและระบบ จะสามารถนำประสบการณ์เหล่านั้นมาประกอบเป็นการบริหารทั้งจังหวัดได้แค่ไหน

คำตอบของคำถามนี้อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ ผู้สมัครอิสระหมายเลข 6 เป็นอีกโมเดลที่น่าจับตาในช่วงโค้งสุดท้าย

นายกอบจ.นนทบุรี 3 โมเดล ต่างกันตั้งแต่ “ต้นทุน”

เมื่อวางทั้งสามคนลงบนภาพเดียวกัน ความแตกต่างจึงค่อนข้างชัด

นฤพนธ์ เบอร์ 1 มี ความต่อเนื่องสานต่องานเดิม และเครือข่ายท้องถิ่น เป็นจุดตั้งต้น

เดชรัต เบอร์ 4 มี พรรค ทีมงาน นโยบาย และความแข็งแรงระดับชาติ สส.ทั้งจังหวัด เป็นจุดตั้งต้น

ส่วน ดร.ปราบ เบอร์ 6 มี ความเป็นอิสระ ประสบการณ์หลายด้าน และภาพของคนทำงานที่ผ่านทั้งหน้างานและระบบ เป็นจุดตั้งต้น

ไม่มีต้นทุนแบบใดเหมือนกัน และแต่ละแบบก็มีข้อได้เปรียบของตัวเอง

“คนหนึ่งเสนอ การสานต่อ

คนหนึ่งเสนอ พลังของพรรคและนโยบาย

อีกคนเสนอ การทำงานข้ามขั้ว โดยวัดกันที่ตัวคนและผลของงาน”

นี่จึงอาจเป็นความน่าสนใจของการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรีครั้งนี้ เพราะคนนนท์ไม่ได้มีเพียงตัวเลือกที่ต่างกัน แต่กำลังเห็น รูปแบบการบริหารจังหวัดที่ต่างกัน วางอยู่ตรงหน้า

วันที่ 20 กันยายน 2569 คนนนท์จึงไม่ได้เลือกเพียงหมายเลข สี พรรค หรือกลุ่ม

แต่กำลังเลือก คนหนึ่งคนให้เข้ามารับผิดชอบการบริหารจังหวัด

และเมื่อแต่ละคนมาจากต้นทุนที่ต่างกัน คำถามสุดท้ายอาจไม่ใช่

“เราอยู่ฝ่ายไหน?”

แต่คือ

“นนทบุรีวันนี้ ต้องการผู้บริหารแบบไหน?”

คำตอบอยู่ที่คนนนท์