‘กรณ์’ ห่วงงบ กอช.ถูกหั่นเกือบครึ่ง ชง ‘หวยจังหวัด’ ปลุกคนไทยออมเงินสู้สังคมสูงวัย
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ในการประชุมสภาฯ พิจารณามาตรา 39 ทุนหมุนเวียน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า อยากใช้โอกาสนี้เน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญของพรรคในการเพิ่มเงินในกระเป๋าและสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้กับประชาชน ตนขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณที่จัดสรรให้กับ “กองทุนการออมแห่งชาติ” ในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งถูกปรับลดลงจากปี 2569 ถึงเกือบ 50% จากเดิม 655 ล้านบาท เหลือเพียง 347 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น กอช.กลับตั้งเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนสมาชิกจาก 2.8 ล้านคน เป็น 3.2 ล้านคน ซึ่งมองว่าขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
“กอช.เป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐในการแจกเงินสมทบฟรี เพื่อสร้างหลักประกันยามเกษียณ แต่ผ่านไป 10 ปี จำนวนสมาชิกกลับน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่เด็กอายุตั้งแต่ 15 ปีก็สมัครได้ หากกระทรวงการคลังประสานงานร่วมกับธนาคารออมสินและกระทรวงศึกษาธิการ ดึงนักเรียนนักศึกษากว่า 6-7 ล้านคนเข้าสู่ระบบธนาคารโรงเรียนตั้งแต่เด็ก เราจะมีสมาชิก กอช.เพิ่มขึ้นอีกมาก” นายกรณ์ ระบุ
นายกรณ์กล่าวต่อว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนสมาชิกอย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณภาพการออม เพราะจากข้อมูลสมาชิก 2.8 ล้านคนในปัจจุบัน พบว่ามีผู้ที่ออมเงินเป็นประจำเพียง 200,000 คนเท่านั้น ขณะที่ 600,000 คนออมเป็นครั้งคราว และอีกกว่า 2,000,000 บัญชีกลายเป็นบัญชีนิ่งที่ไม่เคลื่อนไหวเลย การลดงบประมาณลงโดยอ้างว่าปีที่ผ่านมาใช้เงินสมทบไม่หมด จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง แต่แสดงถึงการขาดความมุ่งมั่นและขาดจินตนาการในการส่งเสริมการออม
นายกรณ์กล่าวอีกว่า แนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ในการกระตุ้นการออมผ่านนโยบาย “หวยจังหวัด” หรือการออกสลาก กอช. ให้แก่ประชาชนทุกจังหวัด 77 จังหวัด จังหวัดละ 100,000 ใบ ในราคาใบละ 50 บาท โดยแบ่งเงิน 10 บาทเข้าเป็นกองกลางสำหรับรางวัลเงินล้าน และอีก 40 บาทจะถูกนำเข้าบัญชีเงินออม กอช.ของผู้ซื้อสลากโดยตรง โมเดลหวยจังหวัดจะทำให้มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นงวดละ 77 คน กระจายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยที่รัฐบาลไม่ต้องแบกรับภาระงบประมาณแม้แต่น้อย แต่จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงโชคของประชาชนให้กลายเป็นการออมเงินเพื่อเอาชนะความยากจนในวัยชราได้อย่างยั่งยืน

