กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดไทม์ไลน์เหตุยิงปะทะผู้ก่อเหตุรุนแรง เทือกเขาตะเว ดับ 2 ราย พบหมายจับรวม 9 หมาย ยึด M16-AK-104 พร้อมระเบิด 2 ลูก
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ระบุถึงความคืบหน้าจากเหตุปะทะเทือกเขาตะเว ยืนยันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย เบื้องต้นหมายจับรวม 9 หมาย ตรวจยึดอาวุธปืน 2 กระบอก ระเบิดขว้าง 2 ลูก
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 12.30 น. หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจผสม ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพิสูจน์ทราบเป้าหมายกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ป่าภูเขาเทือกเขาตะเว บริเวณรอยต่อ ตำบลบองอ อำเภอระแงะ กับตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส และเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ส่งผลให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569) เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมวัตถุพยาน ผลการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์สามารถยืนยันตัวบุคคลผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ได้แก่
1. นายอูเซ็ง มามะ อายุ 46 ปี มีหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน 6 หมาย ประกอบด้วย
- หมายจับที่ 438/2559 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2559 กรณีเหตุปะทะบนเขาบ้านไอร์กิส บ้านย่อยไอร์โซ๊ะ หมู่ 5 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ซึ่งมีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 4 ราย
- หมายจับที่ 260/2559 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 กรณีเหตุบุกยึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559
- หมายจับที่ 345/2561 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 กรณีเหตุระเบิด และยิง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเจาะไอร้อง บริเวณหมู่ที่ 1 ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561
- หมายจับที่ 154/2563 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 กรณีเหตุปะทะบนเขาบ้านไอร์สเตีย ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
- หมายจับที่ 207/2563 กรณีเหตุปะทะบนเขาบ้านบือแจง หมู่ที่ 4 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557
- หมายจับที่ จ.322/2564 ศาลจังหวัดนราธิวาส ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ความผิดฐาน ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ,จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สิน ตระเตรียมการใดๆ หรือสมคบกัน เพื่อก่อการร้ายเป็นอั้งยี่ ,ร่วมกันมีกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ครอบครองโดยผิดกฎหมาย

2. นายอูเซ็ง เจ๊ะมิง อายุ 37 ปี มีหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน 3 หมาย ประกอบด้วย
- หมายจับที่ 553/2561 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2561 กรณีเหตุคนร้ายลอบยิงและวางเพลิง บริเวณบ้านเลขที่ 264 และ 281 หมู่ที่ 6 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2561
- หมายจับที่ 498/2565 ลงวันที่ 16 กันยายน 2565 กรณีเหตุยิง และระเบิด กองร้อยทหารพรานที่ 4513 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2565
- หมายจับที่ 478/2567 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 กรณีเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุพบฐานกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงบนเทือกเขาตะเว บริเวณหมู่ที่ 8 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดอาวุธปืนยาว จำนวน 2 กระบอก ประกอบด้วย M16 จำนวน 1 กระบอก และ AK-104 จำนวน 1 กระบอก รวมทั้ง ระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้าง จำนวน 2 ลูก พร้อมอุปกรณ์ดำรงชีพและสิ่งของอื่น ๆ ภายในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจพิสูจน์และขยายผลหาความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ การปฏิบัติดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานและขยายผลความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ป่ารกทึบจุดที่ปะทะกับกลุ่มคนร้าย พบ คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย คือ 1.นายอูเซ็ง เจ๊ะมิง อายุ 34 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นมือประกอบระเบิดแสวงเครื่องของสมาชิกกองกำลังติดอาวุธ และยังเป็นคนขนย้ายวัตถุระเบิดที่ประกอบแล้วเสร็จ แจกจ่ายให้สมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ต่างๆ ใช้ไปก่อเหตุ

2.นายอูเซ็ง มามะ อายุ 35 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่สืบทราบและมีเบาะแสว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและระเบิดถล่มใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 69 และลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 69
พร้อมของกลางที่ตรวจยึดมาได้มีหลายรายการ อาทิ อุปกรณ์ประกอบระเบิดแสวงเครื่อง สารตั้งต้นและส่วนผสมต่างๆ ระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในแปปเหล็กทรงกลม อาวุธปืน เอ็ม.16 กระสุนปืนเอ็ม.16 พร้อมแมกกาซีน กระเป๋าเป๋สะพาย เสื้อผ้า เครื่องยังชีพในป่า เปลและอื่นๆ ซึ่งลักษณะที่อยู่อาศัยเป็นการผูกเปลนอนกับต้นไม้ สามารถเคลื่อนย้ายถิ่นฐานเคลื่อนไหวไปตามที่ต่างๆได้สะดวก
และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่นั้น ได้เกิดอุบัติเหตุทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คือ ส.ต.ต.นัฐภพ เทพสุวรรณ อายุ 46 ปี ตำแหน่งผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง ลื่นไถลตกจากเขา จนทำให้หัวไหล่ด้านขวาหลุด เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลเจาะไอร้องเป็นการเร่งด่วน

ต่อมา นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รอง ผวจ.นราธิวาส พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผกก.สภ.เจาะไอร้อง และนายเอกวิทย์ จันทวงษ์ นายอำเภอเจาะไอร้อง ได้เดินทางมายังโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่ออำนวยความสะดวกและแสดงความเสียใจแก่เครือญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีเครือญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย และประชาชน เดินทางมายังโรงพยาบาลเจาะไอร้องกว่า 200 คน เพื่อมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
ส่วนด้านนายแพทย์มาหะมะ เมาะมูลา ผอ.โรงพยาบาลเจาะไอร้อง ได้ทำความเข้าใจกับเครือญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ก่อนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่จะเคลื่อนย้ายมาถึงโรงพยาบาลเจาะไอร้อง โดยทางแพทย์จะขอเวลาเพียง 30 นาที เพื่อขอชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งตกแต่งบาดแผล ก่อนที่จะให้ทางเครือญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา เนื่องจากเกรงเครือญาติและชาวบ้านที่เดินทางมาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ไม่เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบดีว่าเครือญาติมีความประสงค์รีบรับศพไปประกอบพิธีทางหลักศาสนาในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง หลังจากเสียชีวิต ซึ่งการพูดคุยทำความเข้าใจกับเครือญาติลุล่วงไปด้วยดี
จนกระทั่งเวลา 00.35 น. วันที่ 11 ก.ย.69 เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยนต์ของหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย อบต.จวบเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน มายังโรงพยาบาลเจาะไอร้อง โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง กระจายกำลังคุมเข้มพื้นที่โดยรอบของโรงพยาบาล เพื่อเป็นการป้องกันมือที่ 3 แฝงตัวลอบก่อเหตุร้ายและความวุ่นวายขึ้น เพื่อสร้างสถานการณ์ที่อยู่ในความตรึงเครียด ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐ


